รมว.คลัง พร้อมเดินหน้าโครงการ TISA ก.ย.นี้ หนุนโอกาสการออมส่วนบุคคล เล็งเพิ่มวงเงิน - เลิกเงื่อนไขตัวคูณ ฟากโบรกฯ ประสานเสียง หากมาจริง หนุนเงินไหลเข้าตลาดทุนเพิ่มแน่นอน พร้อมเปิดหุ้น 6 ธีมหลัก รับอานิสงส์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงาน SET Sustainability Forum ถึงความคืบหน้าโครงการ Thailand Individual Savings Account (TISA) หรือบัญชีออมและลงทุนส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ว่า เตรียมออกมาตรการดังกล่าวภายในสิ้นปีงบประมาณนี้ หรือช่วงก.ย.69
โดยแนวคิดสำคัญของโครงการนี้คือ รัฐบาลต้องการให้อิสระแก่ประชาชนในการเลือกลงทุนระยะยาวด้วยตนเองเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ โดยไม่บังคับให้ต้องลงทุนเฉพาะในกองทุนรูปแบบเดิมๆ เช่น LTF หรือ SSF รวมถึงให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีอย่างเท่าเทียมกันแก่ทุกคน โดยทบทวนและมีแนวโน้มที่จะไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเรื่องตัวคูณ เช่น 0.3 หรือ 0.7 ส่วนการขยับเพิ่มวงเงินนั้น กำลังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเพื่อให้รอบคอบสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “ออมพลัส” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนซื้อพันธบัตรรัฐบาลด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 100 บาท เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นและมีความมั่นคง โดยสามารถทำธุรกรรมและซื้อขายในตลาดรองผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง (Bond Connect) และผ่านแอพลิเคชันเป๋าตัง สำหรับปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุน คือ เรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งรัฐบาลได้ปลดล็อคการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) ให้กับทุกอุตสาหกรรมแบบไม่มีโควตา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดและนักลงทุนต้องการอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Thailand Fast pass และใช้กลยุทธ์ “BOI to IPO” การดึงดูดบริษัทต่างชาติให้มาลงทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมสมัยใหม่ให้เข้ามาลงทุนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย โดยเฉพาะ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงและช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเก่า ซึ่งขณะนี้ มีบริษัทที่ทำเทคโนโลยีส่งข้อมูลด้วยแสง สนใจเข้ามาขยายการลงทุนในไทยด้วยมูลค่าราว 50,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกที่จะได้รับการผลักดันกระบวนการทำงานแบบ Fast pass ส่วนการจัดระเบียบการอนุมัติ Data Center ยุคใหม่ให้รอบคอบแบบบูรณาการ โดยดึงหน่วยงานด้านพลังงาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานพิจารณาด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เข้ามาร่วมพิจารณาในทุกมิติ เนื่องจากการทำ Data Center ยุคใหม่จะต้องคำนึงทุกมิติ โบรกฯ ประสานเสียง ส่งผลดี - หนุนเม็ดเงินเข้าตลาดทุน
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยถึง โครงการ TISA ว่า แนวคิดหลักของโครงการ ประเด็นจับตา คือ TISA อยู่ในวงเงินเดียวกับ RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund), กบข., ประกันบำนาญ และกองทุนลดหย่อนภาษีอื่น ๆ หรือไม่ ถ้ายังอยู่ในวงเงินเดียวกัน ข้อที่ดีขึ้นก็คือ วงเงินลดหย่อนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 500,000 บาท/ปี แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าแยกวงเงิน TISA ออกมาต่างหาก โดยเงื่อนไขโครงการเบื้องต้น คือ 1. ประชาชนเปิดบัญชี TISA ได้ 1 บัญชีต่อคน 2. เงินลงทุนผ่านบัญชี TISA จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (ลดหย่อนภาษีจากเงินลงทุน-ยกเว้นภาษี capital gain tax-ยกเว้นภาษีเงินปันผล)
3. ต้องถือครองเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี
4. วงเงินลงทุนต่อปียังไม่สรุปในขณะนี้
5. สินทรัพย์ที่ลงทุนได้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 800,000-1,000,000 บาท/ปี
บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า TISA อาจเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญในระยะถัดไป โดยจากข่าวรมว.คลังเตรียมผลักดัน มาตรการสนับสนุนการออมส่วนบุคคลระยะยาว Thailand Individual Saving Account (TISA) โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกตัวคูณ (คนที่รายได้ต่ำ 1.5 ล้าน ใช้สิทธิ์ได้ 1.3 เท่า / รายได้เกิน 1.5 ล้าน ใช้สิทธิ์ได้ 0.7 เท่า) ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้ความน่าสนใจและเม็ดเงินที่มีโอกาสจะไหลเข้าตลาดหุ้นมีโอกาสเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็น catalyst ที่สำคัญในช่วงต่อไป
บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า เราประเมินเป็นบวกต่อโอกาสเห็นเม็ดเงินลงทุนระยะยาวภายในกลับมาช่วยขับเคลื่อนตลาด โดยจุดเด่น TISA เราให้น้ำหนักมาตรการที่มีความถาวร ช่วยเม็ดเงินสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีภาพสะดุดจากการไถ่ถอนเมื่อครบกำหนดตามเกณฑ์ได้รับสิทธิ์ประโยชน์ภาษี แม้การกระจายเม็ดเงินลงทุนอาจจะเข้าตลาดหุ้นไทยโดยตรงต่ำกว่าจากการเปิดทางเลือกหลากหลาย ส่วนระดับเม็ดเงินที่จะเข้าตลาดเพิ่มเติมยังน่าจะต้องติดตามเกณฑ์โครงการอีกครั้ง ทั้งนี้ จากการศึกษาของ KSS พบว่า ทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาทที่เข้าสู่ตลาด จะหนุนตลาดได้อีก 25-30 จุด จิตวิทยาบวกหุ้น Large-Big Cap โดยเฉพาะในหุ้นกระแสหลักปัจจุบัน คือ 4 ธีมลงทุน อาทิ ไฟฟ้า GULF, GPSC ธนาคาร KBANK, KTB สื่อสาร ADVANC นิคม AMATA, WHA 2 ภาคบริการ ที่คาดหวังการฟื้นตัวสู่ใน 1 ปีข้างหน้า ร.พ. BDMS, BH การบิน AOT Best Picks: GULF, KBANK, ADVANC, AOT, BDMS อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |