TU โชว์กำไร Q3/69 ที่ 1,346 ลบ.เพิ่มขึ้น 3.2% จากยอดขายโต 3.4% กำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 16.2% รับแรงหนุนผลิตภัณฑ์พรีเมียม-บริหารต้นทุน งวด 9 เดือนกำไร 3,723 ลบ.เพิ่มขึ้น 3.5% มั่นใจทำได้ตามเป้าปี 69 บอร์ดไฟเขียวขายหุ้นซื้อคืนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น เริ่ม 9 พ.ย.69 ถึง 30 มิ.ย.71 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 1,345.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1,304.36 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 0.35 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.34 บาท บริษัทมียอดขายรวม 35,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% และมีอัตรากำไรขั้นต้น 20.4% รักษาระดับเหนือ 20% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TU เปิดเผยว่า ผลประกอบการสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและความสามารถในการทำกำไร แม้เผชิญต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง วัตถุดิบ และแรงกดดันจากเงินเฟ้อ โดยบริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Strategy 2030 มุ่งเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียม เสริมความแข็งแกร่งแบรนด์ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตควบคู่การบริหารต้นทุน ทั้งนี้ ยอดขายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปภายใต้แบรนด์ของบริษัทเติบโต 6.9% จากปีก่อน จากการลงทุนด้านการตลาดและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงขยายผลิตภัณฑ์พรีเมียมแบรนด์ King Oscar ในสหรัฐฯ และพัฒนาแบรนด์ Parmentier สู่ตลาดพรีเมียม ตลอดจนเปิดตัวผลิตภัณฑ์เนื้อทูน่าฉีก (Pulled Tuna) ผ่าน 5 แบรนด์ในยุโรป เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตและยกระดับอัตรากำไร ด้านการลงทุน บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ประกาศเข้าซื้อกิจการ Phelps Pet Products ผู้ผลิตขนมสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมในสหรัฐฯ มูลค่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,300 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM จัดตั้งบริษัท Thai Union Feedmill Ecuador S.A.S. เพื่อลงทุนโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำในประเทศเอกวาดอร์ ขยายธุรกิจในภูมิภาคอเมริกา สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 TU มีกำไรสุทธิ 3,722.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 3,596.17 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.97 บาท เพิ่มขึ้น 7.8% จาก 0.90 บาท ขณะที่ยอดขายเติบโต 4% และอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดสำหรับช่วง 9 เดือนที่ 20% บริษัทมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายผลการดำเนินงานปี 2569 ตามที่วางไว้ โดยมุ่งลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เสริมความแข็งแกร่งแบรนด์ ขยายผลิตภัณฑ์พรีเมียม และจัดสรรเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน รวมถึงการระดมทุนผ่าน Blue Finance เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ท้องทะเล บอร์ด TU ไฟเขียวขายหุ้นซื้อคืน 100 ล้านหุ้น เริ่ม 9 พ.ย. พร้อมแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2569 อนุมัติจำหน่ายหุ้นซื้อคืนเพื่อบริหารทางการเงิน จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.35% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยกำหนดระยะเวลาจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2569 ถึง 30 มิ.ย. 2571 ปัจจุบันบริษัทมีหุ้นซื้อคืนรวม 400.04 ล้านหุ้น หรือ 9.40% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยหุ้นส่วนที่เหลืออีก 300.04 ล้านหุ้น บริษัทจะพิจารณาแนวทางดำเนินการและแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบภายหลัง |