SINGER-SGC แจงเหตุ ขายพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) ไม่เกิน 1.3 พันลบ. ดันสภาพคล่องแตะ 3 พันลบ. รุกขยาย "Lock Phone" หลังมาร์จิ้นสูงกว่า พร้อมเดินหน้าล้างขาดทุนสะสมทั้ง 2 บ. ราว 2.3 พันลบ. เปิดทางกลับมาจ่ายปันผลในอนาคต
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC และ นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SIGER แถลงข่าว ถึงกรณีการขายพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) มูลค่าไม่เกิน 1,300 ล้านบาท - ล้างขาดทุนสะสม โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
SGC ขายพอร์ต C4C ไม่เกิน 1.3 พันลบ. ดันเงินสดแตะ 3 พันลบ. ลุย "Lock Phone" นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีมติจำหน่ายพอร์ต "สินเชื่อรถทำเงิน" (C4C) บางส่วนออกไปไม่เกิน 1,300 ล้านบาท จากพอร์ต C4C ทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันราว 4,400 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ต C4C คงเหลืออยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านบาท โดยเหตุผลสำคัญเนื่องจากบริษัทฯ ต้องการปรับพอร์ตเพื่อมุ่งเน้นสินเชื่อที่ทำกำไรสูงอย่าง "สินเชื่อล็อกโฟน" (Lock Phone) ซึ่งมีอัตราผลตอบแทน (Yield) สูงถึง 25% เมื่อเทียบกับ C4C ที่มี Yield เพียง 15%
นอกจากนี้ สัญญาของ Lock Phone มีอายุสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ขณะที่ C4C มีสัญญาระยะยาวถึง 4-5 ปี (หรือบางช่วงถึง 6 ปี) ทำให้เงินทุนในจำนวนเท่ากันสามารถนำมาปล่อยกู้เพื่อสร้างกำไรได้ถึง 2 รอบ บนอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า
โดยการขายพอร์ตครั้งนี้จะทำให้ SGC ได้รับเงินสดเพิ่มเข้ามาอีกกว่า 1,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินสดเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 1,500 ล้านบาท จะส่งผลให้บริษัทมีเงินสดในมือพร้อมใช้งานราว 2,500 - 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับดีมานด์การปล่อยสินเชื่อ Lock Phone ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจสมาร์ทโฟน และรองรับการเติบโตในปี 2570
ปรับพอร์ตขาย C4C ลดเสี่ยงรถบรรทุก คาดจบดีล 1.3 พันลบ. สิ้นธ.ค.นี้
นายอโณทัย ยังกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ซื้อหรือคู่ค้าสำหรับดีลดังกล่าวมีการทำสัญญาปกปิดข้อมูล (NDA) จึงไม่สามารถระบุรายชื่อผู้ซื้อได้ แต่ยืนยันได้ว่าผู้ซื้อเป็น นิติบุคคลในประเทศรายหนึ่ง และไม่เข้าข่ายรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Non-RPT) ซึ่งผู้ซื้อต้องการขยายพอร์ตเข้าสู่กลุ่มสินเชื่อรถบรรทุก
นอกจากนี้ การลดขนาดพอร์ตกลุ่มรถบรรทุกของ SGC ในสภาวะสงครามและราคาน้ำมันผันผวน จะช่วยลดความเสี่ยงภาพรวมให้แก่บริษัทไปในตัว โดยกระบวนการขายพอร์ตสินเชื่อ C4C ในล็อตดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาดำเนินงานราว 3 เดือน โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบพอร์ตบางส่วนตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป และจะเน้นการโอนย้ายพอร์ตส่วนใหญ่เป็นหลักในช่วงไตรมาส 4 (ตุลาคม - พฤศจิกายน) ซึ่งบริษัทคาดหมายว่าดีลทั้งหมดจะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้
โดยผลกระทบระยะสั้นอาจทำให้สัดส่วน NPL รวมปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากฐานพอร์ตรวมลดลง แต่ไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 และ 4 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจในพอร์ต C4C ที่เหลืออยู่และการตั้งสำรอง (ECL) ที่เข้มงวด
SINGER-SGC ล้างขาดทุนสะสม 2.3 พันลบ. ปูทางกลับมาจ่ายปันผล ด้านนายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SIGER บริษัทแม่ของ SGC เปิดเผยว่า ประเด็นการล้างขาดทุนสะสมรวมมูลค่าประมาณ 2,296 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนบริษัทแม่ SINGER จำนวน 1,439.6 ล้านบาท และ SGC จำนวน 856.4 ล้านบาท
โดยหากบริษัทฯ สามารถล้างขาดทุนสะสมได้จะมีโอกาสกลับมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ โดยการประกาศจ่ายปันผลจริงจะต้องพิจารณาร่วมกับความเหมาะสมของกระแสเงินสด แผนการเติบโตของสินเชื่อ และการลดต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป
ยันมีเงินสดเกือบ 3 พันลบ. ไม่ต้องออกหุ้นกู้ใหม่ปีนี้
นอกจากนี้ นายอโณทัย ยังเปิดเผยถึงสถานะหนี้สินและแผนการจัดการหุ้นกู้ของบริษัทว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 บริษัทมีหุ้นกู้คงค้างรวมทั้งสิ้น 1,950 ล้านบาท โดยมีหุ้นกู้เพียงชุดเดียวมูลค่า 250 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 7.2% ที่กำลังจะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งปัจจุบัน SGC ได้จัดเตรียมและสำรองกระแสเงินสดเพื่อชำระคืนแก่ผู้ถือหุ้นกู้ก้อนดังกล่าวแล้ว
โดยการชำระคืนหุ้นกู้ชุดนี้จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ของบริษัทลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หุ้นกู้ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 3 ชุด (ซึ่งรวมถึงล็อตใหญ่มูลค่า 700 ล้านบาท) จะทยอยครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2570 และ 2571
ทั้งนี้ในปีนี้บริษัทฯ ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพิ่มเติม เนื่องจากบริษัทมีสภาพคล่องในมือในระดับสูงเกือบ 3,000 ล้านบาทหลังจากการทำธุรกรรมจำหน่ายพอร์ตสินเชื่อ อีกทั้งยังมีกระแสเงินสดรับ (Cash Inflow) ไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเพียงพออย่างเต็มที่ต่อการหมุนเวียนเพื่อซัพพอร์ตการเติบโตของสินเชื่อล็อกโฟน (Lock Phone) ให้เป็นไปตามเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อปี 2569 ที่ 14,000 ล้านบาทตามแผนงานเดิมที่วางไว้
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|