Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. ข่าวหุ้นล่าสุด
  3. รายละเอียด ข่าวหุ้นล่าสุด
ข่าวหุ้นล่าสุด
11 ธ.ค. 2024 เวลา 16:29

รัฐบาล เปิดโครงการ `คุณสู้-เราช่วย` อุ้มลูกหนี้ 2 ล้านราย - ลดเงินนำส่ง FIDF ให้แบงก์พาณิชย์

รัฐบาล เปิดโครงการ `คุณสู้-เราช่วย` อุ้มลูกหนี้ 2 ล้านราย - ลดเงินนำส่ง FIDF ให้แบงก์พาณิชย์

Share

twitter icon
line icon
 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ธ.ค. 67 16:29 น.

 

คลัง ผนึกแบงก์ชาติ แบงก์รัฐ-เอกชน ออกโครงการ "คุณสู้-เราช่วย" ผ่าน 2 มาตรการ จ่ายตรง คงทรัพย์ และ จ่าย ปิด จบ อุ้มลูกหนี้เฉียด 2 ล้านราย วงเงินเกือบ 9 แสนล้านบาท ฟากแบงก์รัฐเตรียมแผนออกมาตรการช่วยเหลืออีกแรง ตั้งเป้ากดหนี้ครัวเรือนต่ำกว่า 80% 


นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการเปิดโครงการ คุณสู้ เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว ว่า ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เติบโตเท่าที่ควร โดยในไตรมาส 4/67 คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัวได้ 4% บวกลบ และทั้งปีคาดจะเติบโต 2.8% บวกลบ


สำหรับโครงการในวันนี้ รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยมาตรการนี้เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ขนาดเล็ก ครอบคลุมลูกหนี้รวมจำนวน 2.1 ล้านบัญชี เป็นลูกหนี้ 1.9 ล้านราย และมียอดหนี้รวมประมาณ 8.9 แสนล้านบาท

 

ทั้งนี้ การแก้หนี้ที่ยั่งยืนต้องควบคู่ไปกับการเพิ่มทักษะ (upskill/reskill) และเสริมสร้างรายได้ให้กับลูกหนี้ ซึ่งเป็นอีกด้านที่รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาและยกระดับรายได้ของครัวเรือนให้ดียิ่งขึ้น

 

 

***ลดเงินนำส่ง FIDF นำเงินแก้หนี้ครัวเรือน 3 ปี

 

นายพิชัย กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงเช้าที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติ ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ครึ่งหนึ่งจากที่จ่ายในปัจจุบันที่อัตรา 0.41% โดยคาดว่าจะได้เม็ดเงินประมาณ 39,0000 ล้านบาท โดยจะปรับลดลงเป็นระยะเวลา 3 ปี และสถาบันการเงินช่วยอีกประมาณ 39,000 ล้านบาท รวม 78,000 ล้านบาท เป็นเม็ดเงินกว่า 200,000 กว่าล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี

 

นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการในครั้งนี้ ประกอบด้วย จ่ายตรง คงทรัพย์ และ จ่าย ปิด จบ โดยวิธีการช่วยเหลือ ไม่ได้เป็นการลดหนี้ให้ทันทีแต่จะช่วยลดภาระในการจ่ายดอกเบี้ย หรือพักดอกเบี้ย โดยระยะ 3 ปี เป็นเวลาที่เหมาะสม สำหรับสินเชื่อที่จะเติมให้กับเอสเอ็มอีนั้น เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีที่ต้องการความช่วยเหลือที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.นี้ จนถึง 28 ก.พ. 68

 


*** แบงก์ใจป้ำ ให้จ่ายหนี้แค่ 10% กรณีเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท

 

ส่วนโครงการจ่าย ปิด จบ เป็นการช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (สถานะ NPL) แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่สูง (ไม่เกิน 5,000 บาท) จะให้จ่ายเพียง 10% เท่านั้นของยอดหนี้ ที่เหลือจะยกให้ โดยทางภาครัฐและธนาคารพาณิชย์จะช่วยเหลือกัน โดยยืนยันว่า เป็นจำนวนลูกหนี้ไม่เยอะ หรือประมาณ 130,000 ล้านบาท

 

“มั่นใจว่ามาตรการที่จะดำเนินการในครั้งนี้ จะส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับลดลง รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงมากกว่า 90% จะปรับลดลงได้ด้วยหลาย 10% โดยส่วนตัวอยากเห็นระดับหนี้ครัวเรือนลดต่ำกว่า 80% ให้ได้”นายพิชัย กล่าว

 


***ส่ง 2 มาตรการ จ่ายตรง คงทรัพย์ และ จ่าย ปิด จบ ช่วยลูกหนี้เริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น

 

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนของไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน โดยธปท.เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่ต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ลูกหนี้ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม ครบวงจร และสอดคล้องกับสถานการณ์แต่ละช่วง

 

สำหรับที่ผ่านมา ในช่วงโควิดได้มีการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ครอบคลุมลูกหนี้ทุกประเภท ทั้งรายย่อย เอสเอ็มอี และธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือวงกว้างและปูพรม แต่หลังจากนั้นเริ่มเห็นสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ จึงได้ปรับมาตรการให้ตรงจุดมากขึ้น ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น หรือเรียกว่า มาตรการพุ่งเป้า มีการออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู ออกโครงการ แอสเซ็ทแวร์เฮ้าส์ พักทรัพย์พักหนี้ ซึ่ง 2 โครงการที่ออกไป วงเงิน 350,000 ล้านบาท เน้นเรื่องการจัดการและท้ายที่สุดออกไปประมาณ 94%

 

หลังจากนั้นเน้นมาตรการแก้หนี้ระยะยาว หรือ มาตรการฟ้าส้มและสุดท้าย เมื่อเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวมากขึ้น จึงได้ปรับนโยบายให้สอดคล้องกับภาวะปกติมากขึ้น และให้น้ำหนักกับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนมากขึ้น

 

ล่าสุดในช่วงต้นปี ธปท.ได้ออกหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ซึ่งหนึ่งในเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ให้กลับมาฟื้นตัวได้ ผ่านการปรับโครงสร้างที่เหมาะสม และเพื่อให้ลูกหนี้ได้รับการช่วยเหลือตามเกณฑ์ RL เน้นการกำกับและตรวจสอบให้สถาบันการเงิน เข้มข้น โดย 9 เดือนแรกของปีนี้สถาบันการเงิน ได้ให้ความช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 6 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้ 2 ล้านล้านบาท

 

แม้เศรษฐกิจในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวได้ รายได้ทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ลูกหนี้บางกลุ่มยังประสบปัญหาในการชำระหนี้ และต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อให้ไปต่อได้ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ที่รายได้ยังไม่กลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ธปท. กระทรวงการคลัง และสถาบันการเงิน จึงร่วมมือผลักดันโครงการ คุณสู้เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว ผ่าน 2 มาตรการ คือ

 

มาตรการที่ 1 “จ่ายตรง คงทรัพย์” เป็นการช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs ขนาดเล็กที่มีวงเงินไม่สูงมาก ให้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้แบบลดค่างวดและพักภาระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยค่างวดที่จ่ายจะนำไปตัดชำระเงินต้นทั้งหมด ขณะที่ดอกเบี้ยที่พักไว้ตลอดระยะเวลา 3 ปี จะได้รับการยกเว้น หากลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดระยะเวลาของมาตรการ (ชำระเงินตรงเวลาและไม่ทำสัญญาสินเชื่อเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนแรกของการเข้าโครงการฯ)

 

สำหรับมาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่วงเงินไม่สูงมาก ให้สามารถรักษาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันทั้งบ้าน รถ และสถานประกอบการไว้ได้ โดยจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตให้กับลูกหนี้ โดยค่างวดที่ลดลงจะทำให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเหลือสำหรับดำรงชีพเพิ่มเติมระหว่างอยู่ในมาตรการ ขณะที่ดอกเบี้ยที่ได้รับยกเว้นจะช่วยให้ภาระหนี้โดยรวมของลูกหนี้ลดลง

 

มาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ” เป็นการช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (สถานะ NPL) แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่สูง (ไม่เกิน 5,000 บาท) โดยลูกหนี้จะต้องเข้ามาเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อชำระหนี้บางส่วน ซึ่งมาตรการ “จ่าย ปิด จบ” นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสียและยอดหนี้ไม่สูง สามารถเปลี่ยนสถานะการเป็นหนี้ จาก “หนี้เสีย” เป็น “ปิดจบหนี้” และเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น

 

ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” จะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจ Non-bank ที่เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ในระยะต่อไป ผู้ประกอบธุรกิจกลุ่ม Non-bank อื่น ๆ จะมีความช่วยเหลือออกมาเพิ่มเติม ซึ่งอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างไป เพื่อร่วมกันผลักดันให้การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้างและครอบคลุมลูกหนี้ได้มากขึ้น

 


*** แบงก์รัฐ เตรียมหามาตรการเพิ่ม สมทบอีกแรง

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า สถาบันการเงินของรัฐ พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และ ธปท. ในการสนับสนุนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” อย่างเต็มที่ โดยโครงการนี้จะช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีโอกาสรอดให้สามารถฟื้นตัวกลับมาชำระหนี้ได้ และยังมีการออกแบบกลไกการส่งเสริมวินัยทางการเงินควบคู่กับการป้องกันไม่ให้ลูกหนี้เสียวินัยในการชำระหนี้ด้วย

 

ทั้งนี้ สถาบันการเงินของรัฐอยู่ระหว่างการหารือกับ ธปท. และกระทรวงการคลัง ในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้ของกลุ่ม Non-bank รวมถึงการพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังลูกหนี้กลุ่มเปราะบางในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจะไม่ทับซ้อนกับกลุ่มลูกหนี้ของโครงการนี้ ทั้งนี้ คาดว่ามีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติที่ได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการ SMEs ทั้ง 2 มาตรการของสถาบันการเงินของรัฐ จำนวนประมาณ 6 แสนบัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 4.5 แสนล้านบาท

 

*** สมาคมธนาคารไทย คาด "คุณสู้ เราช่วย" ช่วยเหลือลูกหนี้ได้ 1.5 ล้านบัญชี - ยอดหนี้ 4 แสนลบ.

 

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทยและ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยในงานแถลงข่าวร่วม โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว ว่า แม้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมจะมีพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับและ เริ่มมีความต่อเนื่องจากการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ แต่ครัวเรือน และ ผู้ประกอบการรายเล็กบางส่วนยังคงประสบปัญหาหนี้สิน นอกจากนี้ ข้อมูล NCB ยังชี้ว่าปัจจุบันประชากรกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เป็นอนาคตของชาติติดกับดักหนี้สูงขึ้นโดยเฉพาะหนี้บ้าน และ หนี้รถ

 

อย่างไรก็ตาม สมาคมธนาคารไทย และ ธนาคารสมาชิก ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน จึงได้ร่วมมือกับภาครัฐ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการผลักดันมาตรการต่าง ๆ มาโดยตลอด ซึ่งสมาคมธนาคารไทย และ ธนาคารสมาชิก พร้อมสนับสนุนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” อย่างเต็มที่ บนความร่วมมือของภาครัฐ และ สถาบันการเงิน ในการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และ ผู้ประกอบธุรกิจรายเล็ก ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่สูง และ ประสบปัญหาในการชำระหนี้จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ช้า

 

และ ยังไม่ทั่วถึงให้สามารถประคองตัว รักษาสินทรัพย์สำคัญกับความมั่นคงของชีวิตกับครอบครัว และ ที่เกี่ยวกับการทำมาหากินทั้งที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ สถานประกอบการ หรือ กิจการธุรกิจครัวเรือน เป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหาสังคม และ ความเหลื่อมล้ำทวีความรุนแรงขึ้น และ ช่วยให้ลูกหนี้ที่มีความตั้งใจแน่วแน่ในการลดหนี้มีโอกาสที่จะกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติในระยะข้างหน้าเมื่อรายได้ฟื้นตัว

 

โดยคาดว่า ภายใต้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” จะสามารถให้การช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงบริษัทลูกในกลุ่มได้ราว 1.5 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 4 แสนล้านบาท

 


*** ชูสอดคล้อง แผนยุทธศาสตร์ของสมาคม

 

สำหรับการช่วยเหลือลูกหนี้ภายใต้โครงการนี้ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมธนาคารไทยด้านความยั่งยืน (Sustainability) ในการจัดการกับปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการ 5 ข้อ ได้แก่

 

1. การมีความรู้ความเข้าใจในการกู้ยืม (Healthy Borrowing) ให้ข้อมูลเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมลูกหนี้ให้มีวินัยทางการเงิน และ ใช้สินเชื่อที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ไม่เกินกำลัง

 

2. การแข่งขันแบบเสรีไม่ผูกขาด (Open Competition)

 

3. ความโปร่งใส และ เท่าเทียมระหว่างผู้ให้สินเชื่อ (Level Playing) ทุกกลุ่มเจ้าหนี้ทั้งธนาคาร non-bank และ สหกรณ์อยู่บนกฎกติกาที่เท่าเทียมกัน

 

4. ความยุติธรรม (Fairness) ของอัตราดอกเบี้ยต้องสะท้อนความเสี่ยงที่เป็นจริง ลดภาระลูกหนี้ดีที่ต้องแบกภาระลูกหนี้ที่ไม่ดี

 

5. ความครอบคลุมและเข้าถึง ทุกฝ่ายมองเห็นประโยชน์ร่วมกันทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้กำกับ และ ภาครัฐ ไม่ทำให้ใครต้องตกไปอยู่นอกระบบจากโครงสร้าง หรือ ข้อจำกัดของระบบ และ ทุกภาคส่วนร่วมแชร์ความเสี่ยงอย่างเป็นธรรมในการแก้ปัญหาหนี้

 

ทางด้าน โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” จะเป็นจุดตั้งต้นของก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน และ เป็นรูปธรรม สอดประสาน กับมาตรการ responsible lending ของธนาคารแห่งประเทศไทย มุ่งเน้นไปที่ต้นตอของปัญหาและ กลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นในการได้รับความช่วยเหลือด้วยทรัพยากรสาธารณะ เป็นมาตรการชั่วคราวที่ยาวถึง 3 ปี ที่เพียงพอในการสนับสนุน และ รองรับกับมาตรการระยะถัดไปของภาครัฐทั้งในมิติของการมีสวัสดิการพื้นฐานที่จำเป็นต่อครัวเรือน และ การปฏิรูปด้านอื่นๆ

 

ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้ามาทลายข้อจำกัด และ ปัญหาในเชิงโครงสร้าง ทั้งการยกระดับข้อมูลหนี้สินที่จัดเก็บในระบบฐานข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ให้ครอบคลุม โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการสินเชื่อเข้าเป็นสมาชิก NCB ให้ครบถ้วน ลดความเหลื่อมล้ำของการได้มา ซึ่งบุริมสิทธิด้วยโครงสร้างของกฎหมายที่ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้ก่อหนี้เกินความจำเป็น หรือเกินกำลัง รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลหนี้นอกระบบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทราบ และ เข้าใจศักยภาพของลูกหนี้ที่แท้จริง ส่งเสริมการมีหนี้ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระดับที่เหมาะสมกับรายได้ ไม่เกินกำลังในการชำระคืน รวมถึงให้มีรายได้ขั้นต่ำที่พอเพียงในการดำรงชีพ

 

นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องสร้างความสามารถในการแข่งขัน และ การยกระดับรายได้ให้กับภาคครัวเรือน และ SME อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ส่งเสริมการยกระดับ และ การรับรองระดับฝีมือแรงงาน เพื่อนำไปสู่ระดับค่าจ้างที่สูงขึ้น ในขณะที่ธุรกิจรายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือ เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ควรมีบทบาทในการดูแลคู่ค้าที่เป็น SME ในห่วงโซ่อุปทานให้ได้รับความเป็นธรรมในการทำการค้า และ มีความโปร่งใสในเรื่องเทอมทางการค้า ปรับตัว และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกัน

 

"ในนามสมาคมธนาคารไทย และ ธนาคารสมาชิก พร้อมผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม และ เป็นการกระตุกพลังครั้งสำคัญเพื่อให้เกิดการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ บนเป้าหมายเดียวกันที่อยากเห็นคนไทย ธุรกิจ SME ไทย สามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้ และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยความสามารถในการมีทักษะอาชีพ และ รายได้ที่เพียงพอ ความสามารถในการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ และ มีสวัสดิการพื้นฐานขั้นต่ำที่จำเป็นอย่างครอบคลุม"นายผยง กล่าว

 


*** BBL เชียร์รัฐมาถูกทาง หนุนสินเชื่อปี 68 ดีกว่าปีนี้ - NPL ลดลง

 

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 68 จะดีกว่าปี 67 ซึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเริ่มจากโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ซึ่งจะเห็นหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) ลดลงในปลายปีนี้ โดยในส่วนของธนาคารอยู่ระหว่างประเมินลูกหนี้ของธนาคารที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้

 

ในขณะที่แผนธุรกิจของธนาคารปี 68 อยู่ระหว่างดำเนินการ และ จะเสนอต่อคณะกรรมการธนาคารต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในเดือนม.ค. 68

 

"เศรษฐกิจปีหน้าดีกว่าปีนี้ และ สินเชื่อของเราก็จะโตคู่ขนานไปกับเศรษฐกิจ โดยในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นการลงทุนภาครัฐที่เร่งตัวมากขึ้น รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนก็ดีขึ้น ซึ่งจะหนุนสินเชื่อให้มีโอกาสเร่งตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง"นายชาติศิริ กล่าว

 

 

 

รายงาน
ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
เรียบเรียง
สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล : suramatee@efnancethai.com
อนุมัติ
อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลังธนาคารหนี้สาธารณะสินเชื่อปลดหนี้คุณสู้-เราช่วยธนาคารแห่งประเทศไทยสมาคมธนาคาร

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

คุณสุภารัตน์ งามศรี (หนึ่ง)

โทร : 099-446-4366

Email : suparat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   LastestNews Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที