สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 8 ต.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | 18.3 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | 18.2 | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | 18 | | บล.กรุงศรี | ถือ (Neutral) | 18 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 18 | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 18 | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 17.5 | | บล.เมย์แบงก์ | ซื้อ | 17.5 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 16.8 |
สรุปปัจจัยบวก (มุมมองนักวิเคราะห์) + คาดผลประกอบการไตรมาส 4/69 จะฟื้นตัวและเป็นจุดสูงสุดของปี: ปัจจัยหนุนมาจากการรับรู้รายได้ยอดโอนที่ถูกเลื่อนมาจากช่วงปลายไตรมาส 3/69 รวมถึงการรับรู้ยอดโอนคอนโดมิเนียมมาร์จิ้นสูง (Supalai Parc Ekkamai-Pattanakarn) แบบเต็มไตรมาส (บล.เมย์แบงก์, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + ฐานะการเงินแข็งแกร่ง หนี้สินต่ำ: บริษัทมีระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Net Gearing) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.57 - 0.7 เท่า และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เมย์แบงก์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) น่าจูงใจ: คาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูงถึง 7.6% - 8.6% (บล.เมย์แบงก์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + ผลกระทบจากน้ำท่วมมีจำกัด: โครงการที่เปิดขายและอยู่ระหว่างก่อสร้างไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลเข้าตัวบ้าน มีเพียงน้ำท่วมขังรอระบายบริเวณถนนหน้าโครงการหรือทางเข้าออกบางแห่งเท่านั้น (บล.เมย์แบงก์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + ภาพรวมกำไรปี 2569 ยังเติบโตได้: คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 อยู่ในระดับ 4,450 - 4,800 ล้านบาท (เติบโต 12% - 20% YoY) โดยมีรายได้จากธุรกิจที่อยู่อาศัยรองรับที่ 24.85 พันล้านบาท (บล.เมย์แบงก์, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี) สรุปปัจจัยลบ (มุมมองนักวิเคราะห์) - คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 อ่อนแอและชะลอตัว: คาดการณ์กำไรสุทธิลดลงทั้ง YoY และ QoQ โดยประเมินตัวเลขกำไรอยู่ในช่วง 692 ล้านบาท - 6,084 ล้านบาท (ปรับตัวลดลง 12.3% - 58% QoQ และลดลง 4.5% - 41% YoY) สาเหตุหลักจากการประกาศหยุดราชการกะทันหันและปัญหาน้ำท่วมปลายเดือน ก.ย. ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์สะดุดและต้องเลื่อนไปไตรมาส 4 (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เมย์แบงก์, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) - ยอดขายพรีเซล (Presales) หดตัว และเสี่ยงหลุดเป้าหมายทั้งปี: ยอดขายไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท (ลดลง 35% YoY) ทำให้ยอดรวม 9 เดือนอยู่ที่ 1.85 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพียง 62% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 3 หมื่นล้านบาท (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) - ปรับลดเป้าหมายการเปิดตัวโครงการใหม่: ผู้บริหารหั่นเป้าเปิดโครงการใหม่ปี 2569 ลง 17% เหลือเพียง 2.2 - 2.9 หมื่นล้านบาท (จากเดิม 3.5 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากเลื่อนการเปิดโครงการแนวราบออกไปตามสภาวะตลาดที่ซบเซา (บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) - ส่วนแบ่งกำไรจากออสเตรเลียชะลอตัว: ส่วนแบ่งกำไรจาก JV ออสเตรเลียในไตรมาส 3/69 คาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 110 - 150 ล้านบาท ซึ่งลดลงมากเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในไตรมาส 2/69 ที่ 890 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วง Off-season (บล.เมย์แบงก์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) - กำลังซื้อชะลอตัวและยอดปฏิเสธสินเชื่อสูง: กำลังซื้อในประเทศระดับกลาง-กลางล่างชะลอตัว ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject rate) กลุ่มแนวราบยังอยู่ในระดับสูง 17-18% รวมถึงดีมานด์จากลูกค้าต่างชาติ (จีน) ที่ลดลง (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) - ยอดขายรอโอน (Backlog) บางลง และข้อจำกัดด้านผังเมือง: Backlog ลดลงเหลือเพียง 6.7 พันล้านบาท ทำให้การมองเห็นรายได้ในปีหน้ามีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ร่างผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ และความล่าช้าในการขอ EIA อาจเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ในอนาคต (บล.เมย์แบงก์, บล.ทิสโก้) |