TIPAK มั่นใจปี 69 ผลงานโตกว่าปีก่อน รับช่วงครึ่งปีหลังกลุ่มลูกค้าเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น เร่งพัฒนาการผลิต อัดงบลงทุนปี 70 กว่า 100 ลบ. ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโรงงานสมุทรสาครและปราจีนบุรี พร้อมยอมรับราคาหุ้นเปิดเทรดวันแรกไม่หวือหวา แต่เน้นเป็นหุ้นปันผล นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK เปิดเผยว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตดีขึ้นจากครึ่งปีแรก หลังจากได้เผชิญกับสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งบริษัทไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่เนื่องจากกลุ่มลูกค้ากลุ่มส่งออกได้รับผลกระทบบ้าง แต่สถานการณ์ตอนนี้เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งนี้มองว่าปัจจัยภายนอกบริษัทไม่สามารถควบคุมได้ แต่ปัจจัยภายในเราควบคุมได้โดยที่มีการปรับปรุงและพัฒนาการผลิต เช่น การลดของเสียหรือการใช้ AI มาช่วยในกระบวนการผลิต เพราะปัจจุบันมีการลงทุน AI ในบริษัทค่อนข้างมาก ซึ่งทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนและมีโอกาสเพิ่มกำไรได้ สำหรับผลประกอบการปี 69 มั่นใจว่าจะเติบโตจากปีก่อนแน่นอน ซึ่งปกติบริษัทมักจะเติบโตมากกว่า GDP ประมาณ 2-3 เท่า ส่วนปีนี้จะทำได้เท่าไหร่ยังต้องคอยจับตาดูต่อไป สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งส่วนแรก 1.จะนำไปชำระคืนหนี้เงินกู้ ส่วนที่ 2.จะนำมาใช้เป็นเงินทุนในการหมุนเวียนสำหรับธุรกิจหรือสภาพคล่อง และส่วนที่ 3 ก็แบ่งส่วนหนึ่งมาปรับปรุงเครื่องจักรให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยลดต้นทุนการผลิต บริษัทฯคาดว่าจะใช้เงินลงทุนในปี 70 ประมาณ 100 ล้านบาท ที่โรงงานสมุทรสาครและโรงงานปราจีนบุรี ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสายการผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกไปสู่ระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ เพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มความรวดเร็ว (Speed Losses),2.โครงการนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลงทุนวางรากฐานการบริหารโรงงานเชิงวิเคราะห์ด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มความสามารถการติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิตแบบ Real-time และ 3.โครงการควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต เพื่อยกระดับอัตราการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ (Quality Rate) ให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย.69 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันมากกว่า 140,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี ปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ค่อนข้างหลากหลาย เพราะว่าบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าจำนวนหลายกลุ่มและบริหารความเสี่ยงโดยการกระจายลูกค้ามากกว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยมีจำนวนลูกค้ากว่า 600-700 ราย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลกระทบกับบริษัทก็ต้องถือว่าค่อนข้างความเสี่ยงต่ำมาก ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ ยืนยันปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบอย่างจริงจัง เพราะว่าไม่ได้กระทบกับกลุ่มผู้ผลิตหรือกลุ่มลูกค้าของบริษัท แต่รอบนี้อาจจะโชคดีหน่อยที่ไม่ได้กระทบกับกลุ่มอุตสาหกรรมมาก แต่อาจไปกระทบกับชาวบ้านมากหน่อย ซึ่งมันก็อาจจะทำให้ชาวบ้านไปทำงานได้ลำบากขึ้น สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมกระดาษลูกฟูก มองว่าเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน เพราะไม่มีอะไรที่จะมากระทบหรือดิสรัปชันอุตสาหกรรมกระดาษลูกฟูก จึงทำให้ธุรกิจกระดาษลูกฟูกค่อนข้างยั่งยืนอยู่ไปอีก 30-50 ปี ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีสัญญาณว่ามีคู่แข่งไหนที่จะมาทดแทนผลิตภัณฑ์ของกระดาษลูกฟูกได้ "เรื่องราคาหุ้นที่เปิดเทรดวันแรก ไม่มีอะไรมาก เพราะว่าเป็นที่ทราบดีว่าในภาวะอย่างนี้นักลงทุนก็อาจจะรู้สึกว่าในตลาดหุ้นไม่ค่อยมั่นใจ แต่หุ้นของเราไม่ได้เป็นหุ้นที่ถือหวือหวา ซึ่งหุ้นของเราเหมาะสำหรับคนที่ไว้ใจในบริษัทและเราก็ธรรมาภิบาลสูง รวมถึงเป็นหุ้นที่สามารถเก็บได้นานๆ เพราะเป็นหุ้นปันผล สำหรับใครที่ฝากแบงก์ก็มาฝากกับเราน่าจะปลอดภัยกว่า" นายวีรชัย กล่าว |