สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 ต.ค.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 25 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 25 | | บล.หยวนต้า | ซื้อ | 24.1 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 23.1 |
สรุปปัจจัยบวก (มุมมองโบรกเกอร์)
+ คาดกำไรไตรมาส 3/69 เติบโตแข็งแกร่งทำจุดสูงสุดของปี: ประเมินกำไรสุทธิอยู่ในกรอบ 4,551 - 5,083 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 41% - 56.5% QoQ และ 5.4% - 17.7% YoY) หนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และการระบาดของโรคทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ Covid-19 (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า) + รายได้รวมฟื้นตัวโดดเด่นทั้งชาวไทยและต่างชาติ: คาดรายได้กิจการโรงพยาบาลไตรมาส 3/69 อยู่ในกรอบ 29,299 - 29,365 ล้านบาท (เติบโตกว่า 13% QoQ และ 7% YoY) โดยฟื้นตัวดีขึ้นทั้งกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) และกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.หยวนต้า) + โมเมนตัมผู้ป่วยต่างชาติเป็นบวก: มีสัญญาณการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ นำโดย เมียนมา, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, บังคลาเทศ รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่แรงกดดันเริ่มคลี่คลายและฟื้นตัวกลับมา (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า) + รายได้ต่อหัวผู้ป่วยไทยสูงขึ้น: การเข้ารับการรักษาโรคซับซ้อนของคนไทย เช่น โรคมะเร็ง และการผ่าตัด ปรับตัวดีขึ้น ช่วยหนุนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน (Billing per Head) ให้สูงขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.หยวนต้า) + ความสามารถทำกำไร (Margin) ฟื้นตัว: คาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาส 3/69 ปรับขึ้นสู่ 37.2% และ EBITDA Margin จะฟื้นตัวมาอยู่ในกรอบ 24.5% - 25.7% สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและ Operating leverage ที่ดีขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า) + มูลค่าหุ้น (Valuation) น่าสนใจและมีความเป็น Defensive Growth: ปัจจุบันเทรดที่ P/E ปี 2569 ระดับ 17.6x - 19.6x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ราว 28.5x - 31.4x พร้อมคาดการณ์ Dividend Yield ปี 2569 ที่ 3.9% และมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า) + แนวโน้มเติบโตระยะยาว: คาดกำไรปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 16,226 ล้านบาท และปี 2570 ที่ 16,610 ล้านบาท (+7% YoY) พร้อมรับปัจจัยหนุนการเติบโตระยะยาวจากโครงการ WellEra (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.หยวนต้า) สรุปปัจจัยลบ (มุมมองโบรกเกอร์) - ผลกระทบระยะสั้นจากอุทกภัย: เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ช่วงปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา สร้างผลกระทบระยะสั้นจากปัญหาการเดินทาง ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนเลื่อนการรักษาออกไป (แม้บริษัทจะเริ่มเห็นสัญญาณกลับมาในเดือน ต.ค. ก็ตาม) (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป) - ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นปี: คาดการณ์ EBITDA Margin เฉลี่ยรวมทั้งปี 2569 อาจลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 23.7% (จาก 24.1% ในปีก่อน) เนื่องจากมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่ายาและเวชภัณฑ์ในช่วงครึ่งปีแรก (บล.ลิเบอเรเตอร์) - คาดการณ์กำไรปกติรวมปี 69 อ่อนตัวลงในบางมุมมอง: มีการประเมินว่ากำไรปกติรวมปี 2569 อาจอยู่ที่ 15,515 ล้านบาท ซึ่งหดตัวลง -4% YoY (บล.หยวนต้า) . 
|
. |