Binance ประกาศเสร็จสิ้นการรวมเครือข่าย Lightning Network เข้ากับแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มช่องทางการฝากและถอน BTC ให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้เร็วขึ้นกว่าเดิม หลีกเลี่ยงการเผชิญปัญหาธุรกรรมแออัด โดย Lightning Network คือเครือข่ายบล็อกเชนเลเยอร์สองบนบิตคอยน์ เปรียบเสมือนทางด่วนที่ช่วยให้การทำธุรกรรมบิตคอยน์เร็วขึ้น ด้วยกลไกการทำงานแบบเฉพาะของ Lightning มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การทำธุรกรรมของ Bitcoin เร็วขึ้นและถูกลงโดยอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างช่องทางการทำธุรกรรมแบบ off-chain เรื่องที่เกี่ยวข้อง : Lightning Network! ของ Bitcoin คืออะไร? ทั้งนี้ เมื่อผู้ใช้งานจะดำเนินการถอนหรือฝาก Bitcoin จะต้องเลือกเครือข่ายการใช้งาน โดยจะมีตัวเลือก “Lightning Network” เพิ่มเข้ามาด้วย นอกเหนือจากตัวเลือกอื่นๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้ว ได้แก่ BNB Smart Chain (BEP20), Bitcoin, BNB Beacon Chain (BEP2), BTC (SegWit) และ Ethereum ERC20 ซึ่งความเคลื่อนไหวของ Binance ในครั้งนี้ ก็สืบเนื่องจากต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Binance หลังจากเผชิญปัญหาธุรกรรมบนบล็อกเชน Bitcoin จำนวนมาก และผลักดันให้ค่าธรรมเนียมธุรกรรมพุ่งปี๊ด จนต้องทำการปิดถอนเหรียญดังกล่าวถึง 2 ครั้งภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง สาเหตุหลักๆ มาจากความนิยมในการสร้างเหรียญมีมบน Bitcoin ในรูปแบบของโทเคน BRC-20 ซึ่งเป็นมาตรฐานโทเคนใหม่บนเครือข่าย ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไบแนนซ์ เตรียมให้ถอน ‘BTC ผ่าน Lightning’ แก้เผ็ดหลังเผชิญปัญหาธุรกรรม ไม่ใช่แค่ Binance แต่ก่อนหน้านั้นยังมีหลายเอ็กซ์เช้นจ์ที่ให้การยอมรับเครือข่าย Lightning โดยนำเข้ามารวมในระบบฝาก-ถอนบิตคอยน์ของแพลตฟอร์มทั้ง Bitfinex, River Financial, OKX, Kraken และ CoinCorner เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ก็เคยกล่าวว่า มีความตั้งใจจะรวมเครือข่าย Lightning เข้ามาแพลตฟอร์มเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ระบุวันเวลาที่แน่ชัด ที่มา : cointelegraph |