ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันจันทร์ (5 ต.ค.) ขณะที่ดัชนีแนสแดคปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากหุ้น Nvidia และ Microsoft ที่พุ่งแรง โดยนักลงทุนยังคงจับตาราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงและฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งจะเริ่มในสัปดาห์หน้า ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,267.90 จุด เพิ่มขึ้น 90.94 จุด (+0.18%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,773.95 จุด เพิ่มขึ้น 51.23 จุด (+0.66%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 27,477.31 จุด เพิ่มขึ้น 286.45 จุด (+1.05%) ดัชนีแนสแดคปรับตัวขึ้นแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนก.ย. ที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ (2 ต.ค.) ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยหนุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ บรรยากาศการซื้อขายได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 2.1% ปิดตลาดทำนิวไฮ ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพิ่มขึ้นแตะ 5.76 ล้านล้านดอลลาร์, หุ้น Microsoft เพิ่มขึ้น 1.5% ขณะที่ Meta Platforms และ Tesla ปรับตัวขึ้นราว 2% ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดให้น้ำหนัก 24% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. ลดลงจาก 70% เมื่อสัปดาห์ก่อน ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนก.ย. ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลดลง หลังการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มประเทศ G7 ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มปริมาณการระบายน้ำมันเข้าสู่ตลาด อาร์ต โฮแกน หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ B. Riley Wealth กล่าวว่า ในช่วงที่ข้อมูลเศรษฐกิจบางเบาและตลาดกำลังรอฤดูกาลประกาศผลประกอบการซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีก 1 สัปดาห์ นักลงทุนจึงมองหาปัจจัยบวกอื่น ๆ มาสนับสนุน ซึ่งราคาพลังงานที่ลดลงเป็นหนึ่งในปัจจัยดังกล่าว ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จะเป็นกลุ่มแรกที่รายงานผลประกอบการ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามข้อมูลจาก LSEG โดยมีหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - หุ้น PTC พุ่งขึ้น 33% หลัง Schneider Electric จากฝรั่งเศสตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทเป็นเงินสดทั้งหมด มูลค่า 22,600 ล้านดอลลาร์ - หุ้น 10 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มวัสดุที่เพิ่มขึ้น 1.22% ตามด้วยกลุ่มบริการสื่อสารที่เพิ่มขึ้น 1.14% - หุ้น RXO ผู้ให้บริการด้านการขนส่ง พุ่งขึ้นกว่า 22% หลัง C.H. Robinson Worldwide บริษัทโลจิสติกส์ ตกลงเข้าซื้อกิจการโดยใช้หุ้นและเงินสด มูลค่า 5,800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้น C.H. Robinson ร่วงเกือบ 11% - หุ้น Cerebras Systems พุ่งขึ้น 9% หลังแซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI ระบุว่า Cerebras Systems เป็น พันธมิตรที่ใกล้ชิด และทั้งสองบริษัทกำลังร่วมมือกันเพื่อผลักดันขีดความสามารถด้านความเร็วของเทคโนโลยีไปอีกขั้น ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 16,800 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 17,300 ล้านหุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 13 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 20 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 57 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 243 ตัว ที่มา Reuters |