AWC เปิดโมเดล Integrated Sustainable Growth Platform เชื่อมธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ สู่ AWR ตั้งเป้า REIT Freehold ใหญ่สุดของไทย มูลค่าลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 5.14 หมื่นลบ. คาดรับเงินสดจากการขายสินทรัพย์กว่า 3 หมื่นลบ. จ่อใช้ลด D/E เหลือ 0.6 เท่า พร้อมจ่ายปันผลทุกไตรมาส หรือปีละ 4 ครั้ง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดตัวโมเดล “AWC’s Integrated Sustainable Growth Platform” เชื่อมศักยภาพธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ AWC เข้ากับการสร้างผลตอบแทนระยะยาวผ่านทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ หรือ AWR โดยวางบทบาท AWC เป็น Development Engine ตั้งแต่การเลือกทำเล ออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง และหาพันธมิตร ขณะที่ AWR จะลงทุนในสินทรัพย์ที่พัฒนาและสร้างรายได้แล้ว AWR มีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท และตั้งเป้าเป็น REIT แบบกรรมสิทธิ์ (Freehold) ขนาดใหญ่ที่สุดของไทย โดยพอร์ตเริ่มต้นประกอบด้วยสินทรัพย์ 5 แห่ง ได้แก่ The Empire, Banyan Tree Koh Samui, Banyan Tree Krabi Resort, Meliá Koh Samui และ Pattaya Marriott Resort and Spa AWR จะสร้างการเติบโตผ่าน 3 กลไก ได้แก่ Performance Growth เติบโตจากผลการดำเนินงาน โดยสินทรัพย์ทั้ง 5 แห่งมี EBITDA เติบโต 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Appreciation Growth เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินจากการถือกรรมสิทธิ์ Freehold ในสินทรัพย์คุณภาพบนทำเลศักยภาพที่มีอยู่อย่างจำกัด Acquisition Growth ขยายพอร์ตจากสินทรัพย์เริ่มต้น 5 แห่ง สู่สินทรัพย์ที่ AWC คัดเลือกไว้ 9 แห่ง รวมถึงโครงการอีก 48 แห่งในพอร์ตปัจจุบันและโครงการในอนาคต ภายใต้สิทธิในการปฏิเสธก่อน (ROFR) โครงสร้างดังกล่าวจะช่วยให้ AWR มีรายได้จากทั้งธุรกิจอาคารพาณิชย์และโรงแรม ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตและเพิ่มความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ AWC สามารถรับรู้ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่พัฒนาแล้วผ่านการเติบโตของธุรกิจและการบริหารเงินทุน นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า โมเดลดังกล่าวแบ่งบทบาทอย่างชัดเจน โดย AWC เป็น Development Engine ที่พัฒนาและสร้างจุดหมายปลายทาง ขณะที่ AWR เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ถือหุ้น AWC ได้รับประโยชน์จากมูลค่าของทรัพย์สินที่พัฒนาแล้ว ขณะที่ผู้ถือหน่วย AWR จะได้รับรายได้ค่าเช่าและโอกาสเติบโตของมูลค่าพอร์ต ปัจจุบัน AWC มีพอร์ต 62 โครงการ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value) เพิ่มขึ้นจาก 96,460 ล้านบาท ณ วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2562 เป็น 224,100 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โครงสร้างการถือหน่วยทรัสต์ จะจัดสรรให้ผู้ลงทุนไม่น้อยกว่า 72% และ AWC ถือหน่วยไม่เกิน 28% เพื่อสร้าง Alignment of Interest ขณะที่คณะกรรมการมีกรรมการอิสระมากกว่า 60% . 
|
. เปิดรายละเอียด 5 สินทรัพย์เด่น สำหรับสินทรัพย์ในพอร์ตเริ่มต้น 5 แห่ง ได้แก่ The Empire อาคารสำนักงานและไลฟ์สไตล์ย่านสาทร มีพื้นที่เช่าสุทธิ 158,021 ตารางเมตร ผู้เช่ากว่า 200 ราย และมีอัตราการต่อสัญญาสูงถึง 99% Banyan Tree Koh Samui เป็นรีสอร์ตอัลตราลักชัวรี 88 พูลวิลล่า มี RevPAR CAGR 9.6% และ EBITDA CAGR 11% ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ Banyan Tree Krabi มี 72 ห้องสวีทและวิลล่า โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา RevPAR CAGR อยู่ที่ 12.9% และ EBITDA CAGR 21.7% ส่วน Meliá Koh Samui มี 200 ห้องพัก มี RevPAR CAGR 23.5% และ EBITDA CAGR 22.7% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ Pattaya Marriott Resort and Spa มี 287 ห้องพัก และ RevPAR เติบโต 150% หลังเปิดดำเนินงาน 1 ปี บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีท จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ AWR ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา และตั้งเป้าหมาย First Trading Day ช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 คาดรับเงินสดกว่า 3 หมื่นลบ. จ่อลด D/E เหลือ 0.6 เท่า AWC คาดว่าจะได้รับกระแสเงินสดสุทธิจากการขายสินทรัพย์เข้า AWR มากกว่า 30,000 ล้านบาท โดยมีแผนนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระคืนหนี้ และพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทอีกครั้ง ปัจจุบัน AWC มี D/E อยู่ที่ 0.9 เท่า และตั้งเป้าลดลงเหลือ 0.6 เท่า ขณะเดียวกันบริษัทยังมีวงเงินกู้ระยะยาวพร้อมเบิกประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ใน Pipeline การจัดตั้ง AWR จะช่วยให้ AWC รับรู้กำไรจากการพัฒนา (Realized Capital Gain) ราว 10,000 ล้านบาท จากมูลค่ารวมประมาณ 14,000 ล้านบาท หลังหักสัดส่วนที่ AWC ถือหน่วย 28% ขณะที่ AWR มีนโยบายจ่ายปันผล 40% และจ่ายทุกไตรมาส หรือปีละ 4 ครั้ง Q4/69 ท่องเที่ยวฟื้นแรง Booking บางโครงการโต 100% ด้านแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4/2569 นางวัลลภาระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวมีโมเมนตัมเติบโตอย่างมาก จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดจองห้องพักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบางทำเลมียอดจองเพิ่มขึ้นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ และบางโครงการเติบโตถึง 100% ขณะที่การจัดงานอีเวนต์และเทศกาลขนาดใหญ่ยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยว สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม บริษัทระบุว่าไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเอเชียทีคและโรงแรมในเครือ และยังไม่มีการยกเลิกการจองห้องพัก ขณะที่โครงการในเชียงใหม่ได้ก่อสร้างคันคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมครอบคลุมทุกโครงการ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ดังกล่าว . 
|
. |