| | | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ส.ค. 69 14:56 น.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 5 ส.ค. 69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 17.50 บาท | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 16.00 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 16.00 บาท | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 15.60 บาท | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | - |
ปัจจัยบวกกำไรสุทธิและกำไรหลักเติบโตโดดเด่น: กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 6.5 - 6.55 พันล้านบาท (+223% YoY, -0.5% ถึง -0.6% QoQ) โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (กำไรหลัก) อยู่ที่ 6.6 - 6.74 พันล้านบาท (+3% ถึง +9% QoQ, +60% ถึง +67% YoY) ซึ่งกำไรหลัก 1H69 สะสมอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท (+58% YoY) (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) การประหยัดต้นทุนและ Spectrum Synergy: ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนค่าคลื่นความถี่ (Spectrum Synergy) เช่น คลื่น 2300/1500 MHz การสิ้นสุดสัญญาเช่าคลื่นกับ NT และการลดลงของ Network OPEX รวมถึงการรับรู้ synergies ต่อเนื่องหลังการควบรวมกิจการ (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) EBITDA และ EBITDA Margin ขยายตัว: EBITDA ใน 2Q69 เติบโต (+1.1% ถึง +1% QoQ, +13.5% ถึง +14% YoY) ส่งผลให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 61.7% - 68.5% และบริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA ปี 2569 ไว้ที่ 7–9% YoY (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) รายได้ธุรกิจมือถือและ FBB แข็งแกร่ง: รายได้จากบริการหลัก (ไม่รวม IC) เติบโต +0.8% YoY/QoQ นำโดยธุรกิจมือถือที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิราว 4.78 - 4.79 แสนราย รวมถึงธุรกิจ FBB/เน็ตบ้านที่มีรายได้เพิ่มขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) ต้นทุนทางการเงินลดลง: ดอกเบี้ยจ่ายลดลงมาอยู่ที่ 4.63 พันล้านบาท (-6.9% YoY, -1.3% QoQ) จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีต้นทุนต่ำเพียง 2.8% (บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงกว่าคาด: ประกาศจ่ายเงินปันผล 2Q69 ที่ 0.15 บาทต่อหุ้น (XD 17 ส.ค. 69) คิดเป็น Dividend Yield ราว 1.1% และมี Payout Ratio สูงถึง 79% (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) คลายกังวลเรื่องการขายหุ้นของ China Mobile: การชี้แจงจำหน่ายหุ้นของ China Mobile ถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 1% ของสัดส่วนถือหุ้นทั้งหมด 7.81% ช่วยลดแรงกดดัน Overhang และความกังวลของตลาดในระยะสั้น (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) แนวโน้มกำไรช่วงที่เหลือของปีทรงตัวถึงเร่งตัวขึ้น: คาดกำไร 3Q69 เติบโต YoY จากฐานที่ต่ำ และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นอีกใน 4Q69 จากปัจจัยตามฤดูกาล รวมถึงแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการแจกเงินของภาครัฐ (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)
ปัจจัยลบการปรับลด Guidance รายได้บริการปี 2569: ผู้บริหารปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักปี 2569 ลงเหลือ 1–2% (จากเดิม 2–3%) เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวอ่อนแอกว่าคาดจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) ค่าใช้จ่าย SG&A และการตลาดปรับตัวสูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) สูงขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากงบการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองโบนัส (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) ปัจจัยกดดันจากธุรกิจ PayTV: รายได้ธุรกิจ PayTV ยังคงเป็นปัจจัยฉุดเมื่อเทียบกับปีก่อนจากการสูญเสียลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล EPL (บล.ทิสโก้) ความเสี่ยง Overhang ระยะสั้นจากการขายหุ้น: China Mobile มีแผนพิจารณาขายหุ้น TRUE สูงสุดไม่เกิน 1% (ราว 345.5 ล้านหุ้น) ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและอุตสาหกรรม: การแข่งขันในตลาดที่ยังเข้มข้น, กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ, งบลงทุน (CAPEX) ที่อาจสูงขึ้น และความเสี่ยงหากไม่สามารถสร้างมูลค่าจาก Synergy ได้ตามเป้า (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |
|
|