GPSC คาดผลงาน Q3/69 ลดลง ตามสัดส่วนการถือหุ้น AEPL ที่หายไปราว 3.03% เล็งบันทึกกำไรการขายหุ้นโรงไฟฟ้าในไต้หวันราว 200 ลบ. ตั้งเป้ากำลังจากผลิตแตะ 13,666 MW ภายในปี 73 พร้อมลุยธุรกิจ Data Center ในไทยขนาด 300 MW คาดชัดเจนภายในปีนี้ นางสาวสุกิตตี ไชยรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยในงาน Earnings Call โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้
แนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 3/69 แม้คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (IU) จะยังคงแข็งแกร่งอยู่ ประกอบกับโครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) กลับมาปรับตัวดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มกำไรปกติน่าจะขยายตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตามหากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนคาดว่าจะปรับตัวลดลง เนื่องจากบริษัทมีการตัดขายหุ้นบริษัท อวาด้า เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (AEPL) ไปสัดส่วน 3.03% ทำให้ไม่มีการรับรู้ในไตรมาสนี้ ประกอบกับจะมีการบันทึกการจำหน่ายเงินลงทุนในในบริษัท Sheng Yang Energy Company Limited (SYE) ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน ในไตรมาสนี้ราว 200 ล้านบาท ทั้งนี้งวดไตรมาส 3/69 ประเมินค่าเอฟที(Ft) จะอยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย และราคา Pool Gas จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 380-390 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงแนวโน้มราคาถ่านหินคาดจะทรงตัวที่ระดับ 125 - 130 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนความต้องการจากโรงไฟฟ้า SPP คาดดีมานด์ไฟฟ้าจะปรับตัวมากขึ้นและไอน้ำจะยังทรงตัว ด้านทิศทางผลประกอบการครึ่งปีหลัง มองว่าราคาต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงผันผวน โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตามบริษัทยังได้ผลบวกบจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ในประเทศสปป.ลาว ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ประกอบช่วงไตรมาส 4 จะเป็นช่วงพีคของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไต้หวัน รวมถึงบริษัทยังมีการบริหารจัดการตามโครงการ EBITDA Uplift และต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ากำลังจากผลิตไฟฟ้าแตะ 13,666 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 73 จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตที่ 7,421 MW เนื่องจากรับรู้กำลังการผลิตจากโครงการ AEPL ในประเทศอินเดียเต็มกำลังผลิตในปี 73 และรับรู้โครงการ Direct PPA จำนวน 300 MW ในปี 71 และโครงการ GIPP ที่จะมีการขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) หรือกลุ่ม Data Center นอกจากนี้บริษัทมองการลงทุนในธุรกิจ Data Center ทั้งในประเทศไทยและอินเดีย โดยในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกันกับพันธมิตรประมาณ 3-4 พื้นที่ ซึ่งมีขนาดรวมกันมากกว่า 1,000 MW โดยเป็นการลงทุนในรูปแบบการส่งไฟฟ้าให้กับ Data Center และในรูปแบบร่วมลงทุนกับพันธมิตรด้วย โดยคาดว่าโครงการแรกที่จะลงทุนไม่ต่ำกว่าขนาด 300 MW ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ ส่วนการลงทุนธุรกิจ Data Center ทั้งในประเทศอินเดีย ตั้งเป้าเบื้องต้นขนาดประมาณ 30 - 50 MW และตั้งเป้าขยายต่อเนื่องไปจนถึง 300 MW ภายในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |