SCB EIC เผยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีไตรมาส 2/69 ลดลงเหลือ 85.2% และ จ่อลดต่อเนื่องแตะ 83.5-84.5% สิ้นปีนี้ ชี้วิกฤตน้ำท่วม ก.ย.–ต.ค. ที่ซ้ำเติมสภาพคล่อง และ ภาระหนี้ของกลุ่มเปราะบางอย่างเร่งด่วน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ระบุว่า หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดเหลือ 85.2% และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องสู่ 83.5-84.5% ณ สิ้นปี แต่ความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินของครัวเรือนไม่ได้คลี่คลาย สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ จีดีพี อยู่ที่ 85.2% ใน Q2/69 ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส ยอดหนี้ครัวเรือนขยายตัวต่ำต่อเนื่องสามไตรมาสอยู่ที่ 16.43 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพียง 0.59%YOY ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ขณะที่ Nominal GDP โตเร็วกว่าหนี้ สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี จึงลดลงในเชิงตัวเลขมากกว่าที่จะสะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนที่ปรับดีขึ้น ***การลดลงของหนี้ครัวเรือนยังสะท้อนข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อมากกว่าการฟื้นตัวของฐานะการเงินครัวเรือน โครงสร้างหนี้ยังขยายตัวจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อเพื่อการศึกษา และ สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจยังคงหดตัว สะท้อนว่า การก่อหนี้ของครัวเรือนยังคงให้น้ำหนักกับสินเชื่อเพื่อการบริโภค ขณะที่การก่อหนี้เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้ในอนาคตยังไม่ฟื้นตัว นอกจากนี้ ครัวเรือนยังคงเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินหลักได้ยาก โดยสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ยังหดตัว 2.3%YOY ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ขณะที่สินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจและสถาบันการเงินของรัฐขยายตัวตามมาตรการช่วยเหลือทางการเงินของรัฐ ครัวเรือนบางส่วนจึงหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้อื่นที่เข้าถึงได้ง่ายและมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นสูงกว่า โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ (4.8%YOY) และ โรงรับจำนำ (16.9%YOY) ที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง ความเสี่ยงของครัวเรือนกำลังเปลี่ยนจากการเร่งก่อหนี้ เป็นการรักษาสภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้ ท่ามกลางรายได้ที่เปราะบางขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดแรงงานอ่อนแอลงชัดเจน ทั้งการว่างงานเพิ่มขึ้น ชั่วโมงทำงานลดลง และ ค่าจ้างที่แท้จริงฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ประกอบกับ สถานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้ยิ่งซ้ำเติมตลาดแรงงาน โดย 1.การว่างงานเดือน ส.ค. เร่งขึ้นเป็น 1.2% สูงสุดในรอบ 26 เดือน ขณะที่อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคม ม.33 ยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.46% อัตราการว่างงานเยาวชน (อายุ 15-24 ปี) เร่งสูงขึ้นแตะ 6.9% 2.คุณภาพการจ้างงานยังถูกกดดัน ผู้ทำงานต่ำระดับ (ทำงานน้อยกว่า 35 ชม./สัปดาห์) เพิ่มขึ้น 7.4%YOY ผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 4.9%YOY และ ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยลดลง 0.4%YOY ในช่วงครึ่งแรกของปี 3.ค่าจ้างที่แท้จริงของแรงงานในระบบและแรงงานอิสระมีลักษณะ K-shaped ชัดขึ้น ค่าจ้างที่แท้จริงในระบบขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.8% ขณะที่ค่าจ้างที่แท้จริงของแรงงานนอกระบบหดตัวมากกว่า 10% ในไตรมาส 2/69 เทียบกับปี 2567 4.เหตุการณ์น้ำท่วมช่วง ก.ย. – ต.ค. ซ้ำเติมความเปราะบางครัวเรือน SCB EIC ประเมินว่าแรงงานราว 1.69 ล้านคนได้รับผลกระทบครั้งนี้ ส่วนใหญ่กระจุกตัวใน กทม. และ ปริมณฑล โดยเฉพาะแรงงานภาคบริการ และ แรงงานนอกระบบที่ได้ค่าจ้างรายวัน ดังนั้น สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่คาดว่า จะลดลงต่อเนื่องในระยะข้างหน้าไม่ได้สะท้อนว่า ความเสี่ยงครัวเรือนกำลังคลี่คลายลง เพราะการลดหนี้รอบนี้มีลักษณะ Constraint-driven deleveraging ขณะที่ความเสี่ยงกำลังเปลี่ยนไปสู่สภาพคล่อง และ การชำระหนี้ของครัวเรือนกลุ่มเปราะบางมากขึ้น ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังอ่อนแอ และ ผลกระทบน้ำท่วม . 
|
. |