แคนาดาเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐ หวังลดภาษีเฉพาะกลุ่มก่อนเส้นตาย 19 ส.ค.
แคนาดากำลังเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีเฉพาะกลุ่มในอัตราสูง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่าจะเริ่มเก็บภาษี 50% กับสินค้าบางรายการจากแคนาดาหากไม่สามารถแก้ไขอุปสรรคทางการค้าตามที่สหรัฐมองเห็นได้ก่อนเส้นตาย 19 ส.ค. ขณะที่นายกรัฐมนตรี Mark Carney ระบุว่าทั้งสองฝ่ายยังต้องการหาข้อตกลงร่วมกัน และแคนาดาต้องการให้ประเด็นภายใต้มาตรา 232 ได้รับการคลี่คลายโดยเร็ว
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านการค้าระหว่างสองประเทศที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจสูง โดยมาตรา 232 เป็นเครื่องมือภาษีของสหรัฐที่อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเคยถูกนำมาใช้กับหลายอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ยานยนต์ และ ไม้แปรรูป ซึ่งเป็นสินค้าที่แคนาดาพึ่งพาตลาดสหรัฐอย่างมาก หากมาตรการภาษีใหม่เกิดขึ้นจริง ต้นทุนการผลิตและการส่งออกอาจเพิ่มขึ้นทันที พร้อมกดดันกำไรของผู้ผลิตและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและตลาดการเงิน
ในมุมของตลาดโลก ความเสี่ยงจากภาษีที่สูงขึ้นมักสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มส่งออก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าต้นทุนจะเพิ่มและคำสั่งซื้ออาจชะลอลง นอกจากนี้ความไม่แน่นอนด้านการค้ายังอาจทำให้เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะ พันธบัตรรัฐบาล และ ทองคำ หากตลาดเชื่อว่าความตึงเครียดทางการค้าจะยืดเยื้อนานกว่าที่คาด
สำหรับแคนาดาเอง ผลกระทบจะเด่นชัดในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับสหรัฐโดยตรง เพราะตลาดสหรัฐเป็นปลายทางสำคัญของสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและวัตถุดิบ การเก็บภาษีในระดับ 50% อาจทำให้ผู้ส่งออกต้องปรับราคา บีบมาร์จิ้น หรือบางกรณีต้องลดปริมาณการผลิตเพื่อควบคุมความเสียหาย ซึ่งอาจกระทบการจ้างงานและการลงทุนในระยะต่อไป
นัยต่อหุ้นไทยและสินทรัพย์เสี่ยง
แม้ประเด็นนี้เป็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างแคนาดากับสหรัฐโดยตรง แต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างไทย หากความเสี่ยงด้านการค้าทำให้เกิดโหมด risk-off นักลงทุนอาจลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคผันผวนมากขึ้น
ในตลาดหุ้นไทย กลุ่มที่อาจเผชิญแรงกดดันมากกว่าคือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ ยานยนต์ และ ชิ้นส่วน เพราะความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานโลกอาจทำให้คำสั่งซื้อและมุมมองกำไรถูกปรับลด ขณะที่กลุ่มอิงอุปสงค์ในประเทศอาจได้รับผลกระทบโดยตรงน้อยกว่า แต่ยังไม่พ้นแรงสั่นสะเทือนจาก sentiment ตลาดที่อ่อนลง
สินทรัพย์ที่อาจได้อานิสงส์
- พันธบัตรรัฐบาล อาจได้รับแรงซื้อเพิ่ม หากนักลงทุนต้องการลดความเสี่ยง
- ทองคำ มักได้อานิสงส์ในช่วงความไม่แน่นอนทางการค้ายืดเยื้อ
- หุ้นกลุ่มป้องกันความเสี่ยงอาจถูกมองเด่นกว่าหุ้นวัฏจักร
โดยสรุป การเร่งเจรจาการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐก่อนเส้นตาย 19 ส.ค. เป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากไม่มีข้อตกลง ภาษีเฉพาะกลุ่มระดับสูงอาจกระทบทั้งอุตสาหกรรมหลักของแคนาดา บรรยากาศการลงทุนทั่วโลก และความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย