XPG คาดปี 68 รายได้โตต่อเนื่อง จากปีนี้มั่นใจรายได้ตามเป้า 1 พันล้านบาท พร้อมเตรียมงบประมูลซื้อหนี้เข้าพอร์ตบริหาร 1-2 พันล้านบาท พร้อมเป็นที่ปรึกษาระดมทุนผ่าน ICO อีก 3 ดีล ช่วงไตรมาส 1/68 นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG เปิดเผยว่า ในปี 68 คาดรายได้เติบโตต่อเนื่องจากปีนี้มั่นใจรายได้ตามเป้าที่ 1,000 ล้านบาท โดย 9 เดือน บริษัทมีรายได้แล้ว 655 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 114 ล้านบาท รายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อ 60-70% และ 30% จากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ และแนวโน้มไตรมาส 4/67 คาดรายได้จะเติบโตขึ้น และทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ จากมีเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าในตลาดตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมองว่าตลาดการเงินที่ตึงตัวทำให้อุปสงค์ทางการเงินมีมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขอสินเชื่อมีโอกาสเติบโตได้อีก สอดคล้องกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้สินเชื่อในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นโอกาสของบริษัทที่สามารถขยายพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ ช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต นอกจากนี้ช่วงโค้งสุดท้ายของปี บลจ. เอ็กซ์สปริง (XSpring AM) ยังได้เตรียมแผนการลงทุนมุ่งเจาะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ผ่านการเสนอขายกองทุนใหม่ “X-PEGINFRA-UI” ซึ่งเป็นกองทุนแรกในไทยที่เน้นลงทุนใน Core Infrastructure ระดับโลก โดยมี Macquarie Asset Management เป็นผู้บริหารกองทุนหลัก โดยเสนอขายครั้งแรก 1- 29 พ.ย.นี้เท่านั้น รวมทั้งเดินเกมรุกขยายฐานนักลงทุนรายย่อยผ่านแคมเปญการลงทุนปลายปีสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี 
ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล คาดจะได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่กลับมาคึกคักอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการจากการเทรดเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “XSpring” ในช่วงไตรมาส 4 เพื่อเชื่อมต่อกับนักลงทุนได้อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เหมาะสม การซื้อ-ขายสินทรัพย์ต่าง ๆ หรือการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการลงทุนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในทุกมิติ ด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ในปี 68 บริษัทวางงบลงทุน 1,000-2,000 ล้านบาท เพื่อประมูลซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมียอดหนี้ในการบริหาร 4,000-5,000 ล้านบาท ส่วนสภาวะดอกเบี้ยที่เป็นขาลงไม่ส่งผลกระทบเพราะกลุ่มลูกค้า เพราะเป็นกลุ่มที่อัตราดอกเบี้ยสูงอยู่แล้ว เป็นลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่กู้แบงก์ไม่ได้ ด้านธุรกิจวาณิชธณกิจ ในปี 68 จะมีงานเป็นที่ปรึกษาในการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO) เพื่อระดมทุนจำนวน 3 ดีล แบ่งเป็น ดีลที่เลื่อนจากปลายปีนี้ 1 ดีล มูลค่าระดมทุนราว 300-500 ล้านบาท และเป็นดีลใหม่ 2 ดีล มูลค่าระดมทุนหลักพันล้านบาท คาดทยอยออกในไตรมาส 1/68 |