สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 22 มิ.ย. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.กรุงศรี | ซื้อ (Buy) | 27.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 23.00 | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 23.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 22.50 |
สรุปปัจจัยบวก +
+ โครงการ WellEra (มูลค่า 29,000 ล้านบาท) หนุนการเติบโตระยะยาว : เป็นเมกะโปรเจกต์ระดับแลนด์มาร์กย่านลุมพินีที่จะเปลี่ยนผ่าน BDMS จากการรักษาเชิงรับเข้าสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) และเวชศาสตร์ป้องกันอย่างครบวงจร (บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) + ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน : โครงสร้างทางการเงินสามารถรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้ โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Net D/E หรือ IBD/E) จะอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.1–0.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดสิทธิกู้ยืม (Debt Covenant) ที่กำหนดไว้ที่ 1.75 เท่าอย่างมาก (บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส) + สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เสริมความมั่นคง : ในช่วง 5 ปีแรกของการเปิดดำเนินงาน (ปี 2573–2577) คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจคลินิก ศูนย์รีทรีต และพื้นที่ค้าปลีกราว 45% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Wellness รวมเพิ่มขึ้นเป็น 20% ในปี 2578 (จากเดิมที่ 12% ในปี 2568) (บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส) + ไม่กระทบผลประกอบการระยะสั้น และกำไรยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง : คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.69 หมื่นล้านบาท เติบโต +4.2% YoY และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 3.5% ต่อปีในช่วงปี 2569–2571 (2026–2028E) โดยกำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวเด่นชัดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) + กระแสตอบรับ Branded Residence ระดับลักชัวรี : ส่วนที่พักอาศัย Capella Residences Bangkok (มูลค่าโครงการ 22,000–23,000 ล้านบาท ราคาขายราว 400,000 บาท/ตร.ม.) เตรียมเปิดขายล่วงหน้า (Presale) ในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะสร้างรายได้ก้อนใหญ่จากการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2573 โดยจับกลุ่มลูกค้าไทยและต่างชาติในสัดส่วน 50:50 (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส) + ไม่มีปัญหาแย่งลูกค้ากันเอง (Cannibalization) : ผู้บริหารยืนยันว่าโครงการ WellEra ไม่ทับซ้อนกับโครงการ Wellness เดิมบนถนนวิทยุ เนื่องจากจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่างกัน และเป็นการช่วยเข้ามาเติมเต็ม Ecosystem ของกลุ่มให้แข็งแกร่งขึ้น (บล.เอเซียพลัส) สรุปปัจจัยลบ - - ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก : ความเสี่ยงจากการเกิดโรคระบาดระลอกใหม่, ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่ และความเสี่ยงจากการเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ (บล.เคจีไอ) - อัตรากำไรของโครงการใหม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม : เมื่อโครงการเปิดเต็มรูปแบบ คาดว่าจะมี EBITDA margin อยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งต่ำกว่าอัตรากำไร EBITDA margin ปกติของ BDMS ในปี 2568 ที่อยู่ในระดับ 24% (บล.ทิสโก้) - ผลประกอบการระยะสั้นอาจถูกกดดันจากงบลงทุน (CAPEX) : มีภาระที่ต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินงวดใหญ่อีก 6,600 ล้านบาทในปี 2573 และงบก่อสร้างประมาณ 9,000 ล้านบาท ส่งผลให้งบลงทุนจะพุ่งสูงขึ้นมากในช่วงปี 2572 ก่อนที่จะลดลงสู่ระดับปกติหลังจากปี 2573 (บล.เอเซียพลัส) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |