WHAUP ชี้ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียน รับอานิสงส์แผน PDP ใหม่ เผยกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนถือหุ้นแตะ 1,070 MW พร้อมลุยเปิด COD โซลาร์เซลล์เพิ่มอีก 100 MW ภายในปีนี้ ด้านธุรกิจน้ำฟื้นตัวต่อเนื่อง จากกลุ่มปิโตรเคมีและโรงไฟฟ้า มั่นใจยอดขายน้ำทะลุเป้า 170 ล้านลูกบาศก์เมตร ลุยอัดฉีดงบลงทุนปีนี้ 2,900 ล้านบาท นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ ธุรกิจไฟฟ้า ในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ โดยยังคงติดตามความคืบหน้าของนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด และ ได้เตรียมความพร้อมด้านการลงทุนเพื่อรองรับโอกาสใหม่ๆ ภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่ รวมถึงโครงการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้า (Direct PPA) ระยะแรกจำนวน 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ขยายกำลังการผลิต และ เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความต้องการใช้พลังงานสะอาดได้มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Solar Private PPA สะสมจำนวน 384 เมกะวัตต์ และ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ราว 1,070 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น จำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้ว จำนวน 756 เมกะวัตต์ และ อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา จำนวน 314 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Private PPA จำนวน 178 เมกะวัตต์ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยคาดจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ 100 เมกะวัตต์ และ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน(Solar Farm) ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) จำนวน 136 เมกะวัตต์ โดยคาด COD ตั้งแต่ปี 2570-2573 ส่วนธุรกิจน้ำ ในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ คาดปริมาณยอดจำหน่ายน้ำจะเติบโตขึ้น จากการฟื้นตัวของของความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าปิโตรเคมี และ โรงไฟฟ้า โดยเป้าหมายปริมาณการจำหน่ายน้ำปีนี้วางไว้ที่ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่ง 6 เดือนแรกทำได้แล้ว 87 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับงบลงทุนปีนี้ ตั้งไว้ที่ 2,900 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจไฟฟ้า 57% และ ธุรกิจน้ำ 43% ในขณะที่ 5 ปีต่อจากนี้ บริษัทฯ คาดจะใช้งบลงทุนเฉลี่ยต่อปีที่ 4,000-5,000 ล้านบาท เนื่องจากมีโครงการที่ต้องลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ Solar Farm ที่บริษัทฯ ได้ประมูลเอาไว้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี ***ปัจจัยบวก 1.แนวโน้มกำไรปี 2569 มีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินกำไรสุทธิไว้ในช่วง 1,480 - 1,500 ล้านบาท (+46% ถึง +52% YoY) หนุนจากปริมาณการขายน้ำที่โตต่อเนื่อง การรับรู้ค่าธรรมเนียมกำลังการผลิต (Capacity Charge) ที่สูงขึ้น รายได้ธุรกิจหลักที่เติบโตเป็นเลขสองหลัก และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมโรงไฟฟ้าที่ระดับราว 1,000 ล้านบาทต่อปี (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) 2.ผลการดำเนินงานช่วง Q3/69 คาดว่า ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ราว 500 ล้านบาท โดยได้ปัจจัยหนุนจากยอดขายน้ำที่เติบโตต่อเนื่อง ค่าธรรมเนียม Capacity Charge ที่เพิ่มขึ้น และ การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของโรงไฟฟ้า GHECO-1 ซึ่งช่วยกลบผลกระทบจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับสูง (บล.กรุงศรี) 3.WHAUP ถือเป็นหนึ่งในหุ้น Top Pick กลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้รับอานิสงส์เชิงโครงสร้างระยะยาวอย่างชัดเจนจากกระแสการลงทุน Data Center (Theme Data Center) รวมถึงข้อกำหนดกฎระเบียบการลงทุน Data Center ที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต จะยิ่งเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการรายใหม่เลือกตั้งในนิคมอุตสาหกรรมที่มีบริการครบวงจร (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) 4.ปริมาณการจำหน่ายน้ำและไฟฟ้าโซลาร์โตโดดเด่น โดยยอดขายน้ำใน Q2/69 เพิ่มขึ้น 10% - 15% YoY จากการเติบโตทุกผลิตภัณฑ์ ขณะที่ยอดขายไฟฟ้าโซลาร์เติบโตสูง 35% YoY ร่วมกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A และต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ (บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) 5.การฟื้นตัวของโรงไฟฟ้า IPP อย่าง GHECO-1 ที่กลับมาเดินเครื่องได้เต็มไตรมาสภายใต้ต้นทุนถ่านหินที่ลดลง ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมพลิกกลับมาทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่งที่ 360 ล้านบาท (จากที่เคยรับรู้ขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้า) ร่วมกับผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าห้วยเหาะที่ปรับตัวดีขึ้น (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) 6.ประกาศผลการดำเนินงาน Q2/69 มีกำไรสุทธิ 532 ล้านบาท (+75% QoQ, +276% YoY) และกำไรปกติ 485 - 502 ล้านบาท (+116% ถึง +224% QoQ, +61% ถึง +116% YoY) ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดันกำไรปกติช่วง H1/69 สูงถึง 47% - 56% ของประมาณการทั้งปี (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) ***ปัจจัยลบ 1.ผลการดำเนินงานช่วง Q3/69 อาจมีปัจจัยชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการเลื่อนรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมกำลังการผลิต (Capacity Charge) ไปในช่วง Q4/69 (บล.ฟินันเซีย ไซรัส) 2.อัตรากำไร (Margin) ของโรงไฟฟ้า SPP ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง (บล.ฟินันเซีย ไซรัส) 3.รายได้ค่าธรรมเนียมกำลังการผลิตน้ำ (Water-Capacity Charges) ในธุรกิจหลักมีความผันผวนสูง โดยใน Q2/69 ปรับลดลงเหลือ 59 ล้านบาท เมื่อเทียบกับระดับ 328 ล้านบาท ในช่วง Q1/69 (บล.เคจีไอ) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น WHAUP เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |