สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 ก.ค.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 38.75 | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 35 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 35 | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 35 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 33 | | บล.พาย | ถือ | 30 | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | 30 |
ปัจจัยบวก + แนวโน้มผลงาน 2Q69 เติบโตโดดเด่น YoY: คาดกำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ในกรอบ 1,030 - 1,250 ลบ. (เติบโตสูงถึง +256% ถึง +800% YoY) หนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog และยอดโอนที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 287 - 288 ไร่ โดยเริ่มโอนนิคมใหม่ Smart City ชลบุรี ซึ่งมีราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงกว่านิคมอื่น (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้)
+ ผลงานครึ่งปีแรก (1H69) แข็งแกร่ง: คาดกำไรสุทธิ 1H69 อยู่ในกรอบ 2,500 - 2,581 ลบ. (+158% ถึง +163% YoY) คิดเป็น 60% - 84% ของประมาณการทั้งปี ส่งผลให้โบรกเกอร์หลายแห่งปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นเป็น 4,042 - 4,200 ลบ. (+32% ถึง +33.5% YoY) (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.หยวนต้า) + งานในมือ (Backlog) สะสมแน่น: มี Backlog ในมือสูงถึง 18,000 - 18,500 ลบ. ช่วยรองรับรายได้และการโอนตลอดปี 2026 แม้ยอดขายใหม่จะชะลอตัว (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) + แนวโน้ม 2H69 ฟื้นตัวเด่น: คาดยอดขายที่ดิน 2H69 จะฟื้นตัวโดดเด่น HoH โดย 4Q69 จะเป็นจุดพีคของปี ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง, อิเล็กทรอนิกส์, EV และดีล Data Center ในไทยอีกกว่า 300 ไร่ (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้) + ปัจจัยหนุนภาครัฐ: โครงการ "Thailand FastPass" เป็น Catalyst ช่วยเร่งโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติ BOI แล้ว ให้สามารถเดินหน้าลงทุนได้เร็วขึ้น (บล.เคจีไอ) + Upside พิเศษที่ยังไม่รวมในประมาณการ: โอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน Amata City Long Thanh Joint Stock 1-2 มูลค่ารายการรวมราว 1,500 ลบ. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 (บล.เคจีไอ) ปัจจัยลบ - ยอดขายที่ดิน (Presales) 1H69 ต่ำกว่าเป้าหมาย: ยอดขายรวม 1H69 ทำได้เพียง 377 - 378 ไร่ (-49.6% ถึง -50% YoY) คิดเป็นเพียง 13.5% - 14% ของเป้าหมายทั้งปีที่ผู้บริหารตั้งไว้ 2,800 ไร่ ทำให้ช่วงที่เหลือของปีต้องทำยอดขายสูงถึงเฉลี่ย 1.2 พันไร่/ไตรมาส ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทาย (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้) - ความล่าช้าในการปิดดีลลูกค้า: กลุ่ม Data Center และลูกค้าสัญชาติจีนใช้เวลาเจรจานานกว่าปกติ เนื่องจากความซับซ้อนของสัญญา และต้องรอการอนุมัติการลงทุนนอกประเทศ (ODI) จากฝั่งจีน (บล.พาย, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) - ยอดขายในต่างประเทศไม่เป็นไปตามแผน: ยอดขายในประเทศลาว (เป้า 600 ไร่) ยังไม่มีเข้ามาเลย และคาดว่าจะเริ่มเห็นเร็วที่สุดใน 4Q69 ส่วนเวียดนาม (เป้า 550 ไร่) ทำได้เพียง 17 ไร่ (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) - ความเสี่ยงผลประกอบการปี 2027F: ยอดขายที่ดินที่อ่อนแอในปี 2026 อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และผลการดำเนินงานในปี 2027F ให้ชะลอตัวลง (บล.พาย, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - กดดันจากส่วนแบ่งกำไรและต้นทุน: ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (กลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า) ลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากเงินบาทอ่อนค่า (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป) - ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามากจน Upside เริ่มจำกัด: ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมากว่า 30% - 70% YTD ตอบรับข่าวการฟื้นตัวไปพอสมควรแล้ว ทำให้โบรกเกอร์บางแห่งปรับคำแนะนำลงเป็น "ถือ" (บล.พาย, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |