อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้ว สำหรับการอัปเกรดครั้งสำคัญ ‘London hard fork’ ของ Ethereum ที่จะส่งผลกระทบต่อนักขุด, นักเทรด หรือแม้แต่คุณเอง ก็อาจได้รับผลกระทบด้วย เราจึงสรุป 7 เรื่องที่ควรจะต้องรู้สำหรับการอัปเกรดในครั้งนี้ เพื่อให้รู้ว่ามันคืออะไร, ข้อควรระวัง และเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที 1. อัปเกรด London hard fork คืออะไร? London hard fork หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘London’ เป็นหนึ่งในการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Ethereum เลยก็ว่าได้ และเป็นก้าวสำคัญก่อนการอัปเกรดไปสู่ Ethereum 2.0 ซึ่ง แต่ละการอัปเกรดจะประกอบไปด้วยหัวข้อต่างๆ ที่เรียกว่า EIP (Ethereum Improvement Proposal) สำหรับการอัปเกรดในครั้งนี้ประกอบไปด้วย 5 EIP ซึ่งรวมไปถึง EIP-1559 ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ นอกจากนี้ก็จะมี EIP-3198, EIP-3529, EIP-3541 และ EIP-3554 2. ทำไมต้องอัปเกรด? อัปเกรดแล้วได้อะไร? การอัปเกรด London มีจุดประสงค์แก้ปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียม และแก้ปัญหาความแออัดที่เครือข่าย Ethereum Blockchain กำลังพบเจออยู่ในขณะนี้ สำหรับปัญหาค่าธรรมเนียมจะแก้โดยการคำนวณค่าธรรมเนียมเครือข่ายแบบใหม่ และแก้ไขเรื่องความแออัดของเครือข่ายโดยการนำระบบ Dynamic Block Size เข้ามาใช้ ซึ่งจะทำให้ขนาด Block สามารถเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมที่มากขึ้นได้ ซึ่ง Ethereum ก็มีการอัปเกรดอยู่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มมีเหรียญออกมาแรกๆ แต่สำหรับการอัปเกรดที่เป็นลักษณะของ Hard fork ของ Ethereum ก็เคยมีอัปเกรดมาก่อนแล้ว อย่าง Berlin hard fork ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ถัดมาก็คือ London hard fork ในครั้งนี้ และ Shanghai hard fork ที่คาดว่าจะมีการอัปเกรดในช่วงปลายปีนี้ เพื่อรองรับไปสู่ ETH2.0 3. EIP-1559 คืออะไร ทำไมคนต้องสนใจมันเป็นพิเศษ? อย่างที่ว่าไปข้างต้น EIP-1559 คือหนึ่งใน 5 EIP ของการอัปเกรด London ในครั้งนี้ แต่การที่มันได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ก็เกิดจากการที่มันส่งผลกระทบต่อเราๆ โดยตรง เพราะมันจะเป็นตัวเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบการคำนวณค่าธรรมเนียมใหม่ ทั้งในฝั่งของผู้ทำธุรกรรม และนักขุด 4. Hard fork คืออะไร? Hard fork คือลักษณะของการอัปเกรดระบบของ Blockchain ให้เป็นระบบใหม่ทั้งหมด อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมาเป็นรูปแบบใหม่ แต่ก็ยังสามารถเข้ากันกับระบบเก่าได้อย่างไม่มีปัญหา Hard fork สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกบล็อกเชนที่ใช้เทคโนโลยีคริปโทเคอร์เรนซี ไม่ใช่แค่ Ethereum หรือ Bitcoin เท่านั้น ซึ่งข้อดีก็คือบล็อกเชนนั้นๆ จะได้รับระบบใหม่มาที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องจากระบบเดิมมาแล้ว รวมถึงจะยังมีการสร้างเหรียญขึ้นมาใหม่อีกด้วย แต่ข้อเสียก็คือมันอาจจะส่งผลให้ราคาเหรียญเกิดความผันผวนขึ้นมาได้ 5. อัปเกรดแล้วจะกระทบใครบ้าง? จริงๆ แล้วอาจจะต้องกล่าวว่ามันกระทบต่อทุกคนที่อยู่ในระบบนิเวศของ Ethereum เลยก็ว่าได้ แต่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ ก็คงจะเป็นเหล่านักขุดเป็นอันดับหนึ่ง รองมาเป็นผู้ที่ทำธุรกรรมผ่าน Ethereum บล็อกเชนและนักเทรด หรือใครก็ตามที่ต้องเกี่ยวข้องกับราคาเหรียญ ETH เพราะมันจะต้องส่งผลต่อราคาแน่ๆ - นักขุด ในส่วนของนักขุด คาดว่าจะได้รับค่าตอบแทนจากการขุดน้อยลง เนื่องจาก EIP-1559 จะมีการ ‘เผา’ เหรียญค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า Base fee ทิ้งไปเลย เพื่อสร้างความเป็นเงินฝืดให้กับระบบ ซึ่งก่อนการอัปเกรด นักขุดจะได้รับค่าตอบแทนจากการขุดเป็น Block reward + Fee แต่หลังการอัปเกรดจะได้เป็น Block reward + Tip แทน และ Fee ก็จะถูกเผาทิ้งไป - ผู้ทำธุรกรรม มันอาจจะส่งผลให้ให้ผู้ทำธุรกรรม อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่ถูกลง ไม่ใช่ว่าระบบเก็บค่าธรรมเนียมน้อยลงแต่อย่างใด แต่เนื่องจากการวิธีการคำนวณใหม่ที่แม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเกินจริง จากการคำนวณผิดพลาดจากระบบน้อยลง - ราคาเหรียญ สำหรับนักเทรด, ผู้ถือเหรียญ หรือใครก็ตามที่ต้องเกี่ยวข้องกับราคาเหรียญ ETH ก็เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน เนื่องจากการอัปเกรดในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Ethereum และมันจะส่งผลกระทบต่อราคาอย่างแน่นอน ซึ่งหลายสำนักก็วิเคราะห์ว่าราคาอาจจะขึ้นเนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาภายเดิมในระบบ และเป็นก้าวที่สำคัญสู่การเป็น ETH 2.0 ที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเป็นโมเดลระบบเป็นแบบ Proof of Stake แต่จะพุ่งแรงพุ่งน้อยแค่ไหนก็ไม่มีใครทราบได้ หรือแม้แต่ราคาอาจจะดิ่งลงอีกก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน 6. กำหนดอัปเกรดวันไหน? เวลาไหน? สำหรับการอัปเกรด London ในครั้งนี้มีกำหนดการอย่างเป็นทางการคือ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งการอัปเกรดจะเกิดขึ้นใน Block ที่ 12,965,000 แม้จะไม่สามารถระบุวันหรือเวลาอย่างตายตัวได้ แต่หลายสำนักคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม หรือวันนี้นี่เอง ในช่วง 20.00 น. ถึง 24.00 น.แต่อย่างไรก็ตาม ในเว็บไซต์ ethereum.org ที่เป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Ethereum ก็มีการนับเวลาถอยหลังอยู่ที่ในขณะเขียนบทความนี้ เหลือระยะเวลาอยู่อีก 1 วัน 5 ชั่วโมง ซึ่งก็จะประมาณวันที่ 5 สิงหาคม เวลา 6 โมงเย็นที่จะถึง ซึ่งก็นั่นแหละครับมันไม่ตายตัวเลย แต่ก็ไม่น่าจะเกินวันสองวันนี้ 7. ถ้าถือ ETH อยู่ละ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? ถ้าคุณคือนักเทรด หรือกำลังถือ ETH อยู่เพื่อเก็งกำไรหรืออย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาดูเลยคือในเรื่องของผลกระทบต่อราคา อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การอัปเกรดนี้เป็นเรื่องใหญ่ในระบบนิเวศ Ethereum มากๆ และคาดว่ามันจะส่งผลกระทบต่อราคาอย่างแน่นอน ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ส่งผลกระทบมาตั้งแต่ก่อนการอัปเกรดแล้ว หลายคนก็อาจตั้งใจช้อนไว้ก่อนเพราะมองว่าหลังอัปเกรดราคาอาจจะพุ่ง หรืออาจมองเห็นอนาคต ETH ที่สดใสเป็นแรงจูงใจให้ซื้อ แต่ที่ควรระวังเลยก็คือ เราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าราคาจะเป็นไปในทิศทางไหนหลังอัปเกรด เนื่องจากมันก็ไม่ได้มีเพียงแค่ข้อดี ข้อเสียก็อย่างเช่นทำให้นักขุดได้รับค่าตอบแทนน้อยลง แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? นักขุดก็ย้ายไปขุดเหรียญอื่นสิ รวมไปถึงการอัปเกรดที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะไปถึง ETH2.0 ที่ทุกคนรอคอยกันจริงๆ เสียที สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจทิ้ง Ethereum และไปพึ่ง Blockchain อื่นๆ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อราคาเหรียญอย่างแน่นอน บทความโดย : พงศภัค รจนา อ้างอิง: https://ethereum.org/en/history/#london https://www.facebook.com/banksathapon/posts/10165815095620495 https://www.posttoday.com/finance-stock/columnist/605730 *ปล.บทความนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้นำการลงทุน แต่เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์ของ Ethereum **สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน |