สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 ส.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.พาย | ซื้อ | 13.20 บาท | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 13.00 บาท | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 12.50 บาท | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 12.40 บาท | | บล.กรุงศรี | Buy | 12.00 บาท | | บล.เอเซียพลัส | เก็งกำไร | 12.00 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 10.90 บาท | | บล.บัวหลวง | (ระบุในบทวิเคราะห์) | - |
สรุปปัจจัยบวก + แนวโน้มผลงาน 2H69 ฟื้นตัวเด่นเข้าสู่ High Season: คาดกำไรและรายได้เร่งตัวขึ้น QoQ และ YoY จากการเข้าสู่ช่วงฤดูฝน โรคระบาดเพิ่มขึ้น หนุนผู้ป่วยเงินสดคนไทยกลับมาใช้บริการ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + ผู้ป่วยต่างชาติเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง: ตลาด UAE, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ เน้นรักษาโรคซับซ้อน เช่น หัวใจ มะเร็ง แผลเบาหวาน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อบิลสูง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + Upside จากการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลประกันสังคม (SSO): ลุ้นการปรับขึ้นอัตราเหมาจ่ายรายหัว (คาดหวังไม่ต่ำกว่า 10%) รวมถึงค่าบริการโรคซับซ้อนและโรคเรื้อรัง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในช่วงปลาย ก.ย. ถึง ต.ค. 69 (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) + ผลบวกจากการขยายสิทธิประกันสังคม ม.33: ครม. อนุมัติขยาย ม.33 ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ คาดเพิ่มฐานผู้ประกันตนทั่วประเทศ 1 ล้านคนภายในปี 2030 ส่งผลดีต่อ รพ. ในระยะยาว (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส) + การขยายธุรกิจผ่าน M&A โรงพยาบาลในอุบลราชธานี: การเข้าซื้อสินทรัพย์ รพ.ราชเวช อุบลฯ (Rebrand เป็น รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อุบลราชธานี) เริ่มรวมงบตั้งแต่ 1 ก.ย. 69 เสริมศักยภาพการเป็นศูนย์กลางตติยภูมิในภาคอีสานตอนล่างและรองรับกลุ่ม CLMV (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) + ประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 เติบโต: โบรกเกอร์ปรับเพิ่มและคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026 อยู่ที่ 1,200 - 1,331 ลบ. (+1.2% ถึง +1.3% YoY) และ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 25.3% (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.บัวหลวง) + อัตราการครองเตียง (Bed Occupancy Rate) ฟื้นตัว: ในเดือนกรกฎาคม 2026 อัตราการครองเตียงขยับขึ้นมาเกิน 60% (บล.ทิสโก้) + Valuation หุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัว: ราคาหุ้นเทรดบน P/E ต่ำกว่า -1.0SD ช่วยจำกัด Downside risk (บล.กรุงศรี) สรุปปัจจัยลบ / ข้อควรระวัง - ผลประกอบการ 2Q26 ชะลอตัว YoY: กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 343 ลบ. (-11.6% ถึง -11.7% YoY) เนื่องจากรายได้ผู้ป่วยเงินสดคนไทยหดตัว (-4% ถึง -6.4% YoY) (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.พาย) - ต้นทุนและค่าใช้จ่ายการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้น: EBITDA Margin 2Q26 ลดลง YoY จากค่าธรรมเนียมแพทย์ ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ ค่าเสื่อมราคาโรงพยาบาลใหม่ และค่าใช้จ่าย SG&A จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างชาติ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.พาย) - ตลาดผู้ป่วย CLMV ยังเป็นจุดอ่อน: รายได้กลุ่ม CLMV ชะลอตัว (-25% YoY) โดยเฉพาะกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านชายแดน เมียนมาโดนกดดันจากค่าเงินบาท และลาวเผชิญฐานที่สูงในปีก่อน (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) - กดดันด้านต้นทุนระยะสั้นจาก รพ. ใหม่: การยกระดับ รพ.ราชเวช อุบลฯ สู่ Tertiary Care อาจมีแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะแรก (บล.เอเซียพลัส) - ไม่มีจ่ายเงินปันผลพิเศษในครึ่งปีหลัง (2H69): บริษัทจำเป็นต้องสำรองเงินทุนไว้ใช้ในการขยายธุรกิจในอนาคต (บล.เคจีไอ) - ความเสี่ยงด้านการเบิกจ่ายและนโยบาย SSO: ความเสี่ยงจากการชำระเงินของ SSO รวมถึงเกณฑ์การตรวจเบิกจ่าย Sleep Test (CPAP) ที่เข้มงวดขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง) - ปัจจัยเสี่ยงภายนอก: ความเสี่ยงจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ และเหตุก่อการร้ายระดับนานาชาติ (บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |