สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 ต.ค. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.หยวนต้า | ซื้อ | 66.50 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 61.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 60.00 | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 56.00 | บล.ทิสโก้ | ถือ | 51.00 |
สรุปปัจจัยบวก + กำไรปกติ Q3/69 เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY): คาดกำไรปกติอยู่ในกรอบ 1,200 - 1,306 ล้านบาท เติบโต 1-24% YoY หนุนจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ฟื้นตัว ต้นทุนการเงินที่ลดลง และการฟื้นตัวของโรงไฟฟ้า Gheco-1 รวมถึงโครงการ CFXD ที่ขาดทุนลดลง (บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ)
+ บันทึกกำไรพิเศษ: คาดว่าในไตรมาส 3/69 จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้า Sheng Yang Energy (SYE) ในไต้หวัน จำนวนราว 222 ล้านบาทหลังหักภาษี (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
+ อานิสงส์โรงไฟฟ้าพลังน้ำเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น: ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) และห้วยโฮ ปรับตัวดีขึ้นและแข็งแกร่งจากการเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
+ โอกาสเติบโตระยะยาวจาก PDP และ Data Center: มีความพร้อมขยายธุรกิจรองรับแผน PDP2569 และอุปสงค์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center (ตั้งเป้า capacity ใหม่และต่ออายุ 5.6GW) และโอกาสจาก Direct PPA 250MW (บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ)
+ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และโอกาสปลดล็อกมูลค่า: มีระดับหนี้สินที่ต่ำ (net IBD/E ที่ 0.72x) ช่วยจำกัดความจำเป็นในการเพิ่มทุน และมีโอกาส IPO บริษัท AEPL ในปี 2570-71 เพื่อปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สิน (บล.เคจีไอ)
+ แนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนในปี 2570: คาดการณ์ผลกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 2570 จากต้นทุนก๊าซที่คาดว่าจะปรับตัวลง ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันปรับฐานลงมาราว 10% ทำให้มี Upside เปิดกว้างและน่าสนใจสะสมระยะยาว (บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส)
สรุปปัจจัยลบ - กำไรสุทธิและกำไรปกติ Q3/69 หดตัวรุนแรง (QoQ): คาดกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ราว 1.50 พันล้านบาท (ลดลง 17-18% QoQ, 14-17% YoY) และกำไรปกติหดตัวราว 24-30% QoQ (บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
- ต้นทุนก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงกดดันมาร์จิ้น: เป็นปัจจัยหลักที่บีบส่วนต่างกำไร (Margin) ของธุรกิจ SPP โดยต้นทุนก๊าซเฉลี่ยไตรมาส 3 คาดว่าเพิ่มขึ้น 11% QoQ เป็น 384 - 397 บาท/ล้านบีทียู และมีแนวโน้มพุ่งแตะ 430 - 440 บาท/ล้านบีทียูในไตรมาส 4 (บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
- เข้าสู่ช่วง Low Season ใน Q4/69: คาดการณ์ว่ากำไรปกติไตรมาส 4 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี (คาดในกรอบ 800 - 900 ล้านบาท) จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง การปิดซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้นตามฤดูกาล รวมถึงปริมาณน้ำที่ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
- ผลประกอบการต่างประเทศบางแห่งกดดัน: ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Avaada (อินเดีย) และโครงการพลังงานลม CFXD (ไต้หวัน) ในไตรมาส 3 ได้รับผลกระทบด้านฤดูกาลและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
- Downside Risk หากราคาก๊าซพุ่งยืดเยื้อ: หากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อและกดดันราคาก๊าซให้อยู่ในระดับสูง (เช่น 360 บาท/mmbtu ต่อเนื่อง) จะสร้าง Downside ต่อกำไรสุทธิปี 2569 - 2570 อีกราว 5-8% (บล.หยวนต้า, บล.เคจีไอ)
- ความเสี่ยงระดับมหภาค: ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (เงินบาทอ่อนค่า) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความเสี่ยงจากความล่าช้าในการดำเนินงานตามแผน (Execution risk) (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
. 
|
. |