Crypto by efinanceThai จะพาย้อนไปดูเรื่องราวประเด็นร้อนที่สุดแห่งเดือนคือวิกฤตเอ็กซ์เช้นจ์ดัง FTX ไปดูตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเลยว่ากว่าจะมาถึงวันที่ Binance ประกาศซื้อเอ็กซ์เช้นจ์ FTX ซีอีโอทั้งสองคนมาจากไหน และทำไมท้ายที่สุด Binance จะตัดสินใจล้มดีลเพียงแค่ข้ามวัน รวบรวมมาแล้วทั้งหมด 11 ข้อ 1.เดือนกรกฎาคม ปี 2017-ก่อตั้งศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Binance
Changpeng Zhao หรือ “CZ” เริ่มให้ความสนใจกับคริปโทเคอร์เรนซีในปี 2013 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้จักกับ Bitcoin ในเวลานั้น Zhao ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Blockchain.info (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น Blockchain.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับตรวจสอบความเคลื่อนไหวบนบล็อกเชน และต่อมาทางแพลตฟอร์มก็ได้สร้างสรรค์กระเป๋าเงินสำหรับเก็บคริปโทฯ เป็นของตัวเอง Zhao เป็นลูกครึ่งเชื้อสายจีน-แคนาดา เขาได้ย้ายมาตั้งรากอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 ก่อนจะก่อตั้งศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชื่อ Binance เมื่อปี 2017 โดยสามารถขยายฐานลูกค้าไปถึงราว ๆ 1.5 ล้านราย ตั้งแต่ปีแรกของการดำเนินงาน แม้ว่าในขณะนั้นคริปโทฯ จะยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากก็ตาม และในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันของปี 2017 นั้น Sam Bankman-Fried หรือ “SBF” ก็ได้ก่อตั้ง Alameda Research ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเก็งกำไรในสินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ หลังจากที่สำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาสาขาฟิสิกส์จากสถาบัน MIT เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Bankman-Fried ในวัยหนุ่มก็เริ่มประกอบอาชีพเป็นนักเทรดที่บริษัท Jane Street Capital ในปี 2014 โดยสิ่งที่ทำให้ Bankman-Fried เริ่มหันมาสนใจในคริปโทฯ ก็คือการมองเห็นโอกาสทำกำไรโดยอาศัยส่วนต่างของราคาสินทรัพย์ในตลาดแต่ละแห่ง Bankman-Fried มุ่งเน้นไปที่การทำกำไรโดยอาศัยส่วนต่างของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดญี่ปุ่น โดยเขาจะทำการซื้อ Bitcoin จากตลาดในสหรัฐอเมริกาที่ระดับราคาต่ำกว่าเพื่อไปปล่อยขายและทำกำไรจากส่วนต่างของราคาในระดับ 10% ที่ตลาดญี่ปุ่นซึ่งมีการซื้อขาย Bitcoin ด้วยราคาที่แพงกว่าในตลาดสหรัฐฯ 2.เดือนพฤษภาคม ปี 2019-ก่อตั้ง FTX เมื่อได้พบว่าศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่ในตลาดทุกราย ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจได้ Bankman-Fried จึงตัดสินใจจับมือกับเพื่อนร่วมรุ่นจาก MIT อย่าง Gary Wang เพื่อก่อตั้ง FTX ขึ้น และมีสิ่งที่น่าสังเกตคือ FTX ได้รับเม็ดเงินสนับสนุนจากทั้ง Alameda Research และ Binance ในระหว่างการก่อตั้งบริษัทและดำเนินธุรกิจ นับตั้งแต่วันเปิดตัว FTX ได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับ MLB สมาคมกีฬาเบสบอลของสหรัฐฯ และแคนาดา ก่อนจะบรรลุข้อตกลงมูลค่า 210 ล้านดอลลาร์กับบริษัทอีสปอร์ต TSM และยังได้รับสิทธิ์ในการนำแบรนด์ FTX ไปใช้ตั้งเป็นชื่อของสนามกีฬาในไมอามี นอกจากนี้ FTX ยังได้รับการโปรโมทจากยอดนางแบบอย่าง Gisele Bundchen รวมไปถึงผู้เล่นกองหลังของทีมอเมริกันฟุตบอลชื่อดังอย่าง Tom Brady อีกด้วย เคยมีการประเมินมูลค่าของ FTX กันไว้ว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ 3.เดือนกรกฎาคม ปี 2022-FTX ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือบริษัทที่อยู่ในสภาวะล้มละลาย Bankman-Fried เริ่มกลายเป็นบุคคลที่โด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จากการเป็นผู้มอบเม็ดเงินระดมทุนและบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพหลายแห่ง ที่ในเวลาต่อมาได้เติบโตจนกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมคริปโทฯ นอกจากนี้ผู้ก่อตั้งของ FTX ยังมีบทบาทสำคัญในการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่งซึ่งตกอยู่ในสภาวะล้มละลายอันเนื่องมาจากตลาดคริปโทฯ ที่พังถล่มลงมาอย่างรุนแรง Bankman-Fried ได้เสนอเงินทุนให้กับ BlockFi ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้กู้ยืมคริปโทฯ ที่เผชิญวิกฤตสภาพคล่อง รวมถึงเข้าซื้อกิจการของ Bitvo บริษัทประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์คริปโทฯ สัญชาติแคนาดา และเป็นผู้รับซื้อสินทรัพย์ของบริษัท Voyager Digital อีกด้วย ซึ่ง Bankman-Fried ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการเข้าซื้อกิจการของบริษัทคริปโทฯ เพิ่มอีกหลายแห่ง และด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่เขาอยู่ในมือก็ทำให้ Bankman-Fried มีศักยภาพที่จะลงมือทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้ได้ 4.เดือนสิงหาคม ปี 2022-ผู้บริหาร Alameda Research ลาออก ลางร้ายเริ่มปรากฏเมื่อ Sam Trabucco ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Alameda Research แม้ว่ามองเผิน ๆ แล้วทุกอย่างกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หลายฝ่ายในตลาดคริปโทฯ ก็รู้สึกสับสนไปตาม ๆ กันที่ Trabucco ประกาศลาออกแบบกะทันหันโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและแทบไม่มีคำชี้แจงใด ๆ 5.เดือนกันยายน ปี 2022-ประธาน FTX US ลาออกไปนั่งที่ปรึกษา เพียงไม่นานหลังจากที่ Trabucco ประกาศลาออก Brett Harrison ผู้เป็นประธาน FTX US ก็ก้าวลงจากตำแหน่งและไปนั่งเก้าอี้เป็นที่ปรึกษาของบริษัทแทน ซึ่งก็เป็นความเคลื่อนไหวที่เหนือความคาดหมายของตลาดเช่นเดียวกับการลาออกอย่างกะทันหันของ Trabucco โดยในการให้สัมภาษณ์กับทาง Blockworks นั้น ทาง Harrison ได้พูดถึงเฉพาะในประเด็นของการอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นระดับสถาบันสามารถเข้าถึงคริปโทฯ ได้ง่ายขึ้น ดังที่ได้กล่าวไว้ว่า “กฎระเบียบไม่ใช่อุปสรรคเดียวที่ขัดขวางการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันครับ ผมต้องการจะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวหน้าขึ้นไปกว่าเดิม” 6.เดือนตุลาคม ปี 2022-FTX เผชิญข้อกล่าวหาจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐเท็กซัส FTX เผชิญข้อกล่าวหาจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐเท็กซัสว่า บัญชีผู้ใช้งานประเภทให้ดอกเบี้ยตอบแทนของแพลตฟอร์ม FTX US นั้นเข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ผ่านการจดทะเบียน และในเดือนเดียวกันนี้ก็มีข่าวแพร่สะพัดออกมาว่า Bankman-Fried ได้ทำการบริจาคเงินจำนวนมหาศาล (คาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์) ให้กับผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของสหรัฐฯ ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกึ่งวาระในเดือนพฤศจิกายน โดยนักการเมืองเหล่านั้นเป็นบุคคลที่คาดว่าจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการออกกฎหมายว่าด้วยการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ในอนาคต แต่จุดพลิกผันครั้งใหญ่ของเรื่องราวนี้คือ ร่างกฎหมายรัฐบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (DCCPA) ที่หลุดออกมาสู่สายตาของประชาชน กฎหมาย DCCPA นั้นเปรียบเสมือนเป็น “ยาฆ่า DeFi (ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์)” และเกิดกระแสคัดค้านอย่างรุนแรงจากชุมชนชาวคริปโทฯ แต่ถึงกระนั้น Bankman-Fried กลับเป็นผู้ที่ออกมาให้การสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ 7.เดือนพฤศจิกายน ปี 2022-มีข่าวลือเรื่องงบ Alameda ในทางลบ มีรายงานจาก CoinDesk ที่พบว่ารายการส่วนใหญ่ในงบกำไรขาดทุนของ Alameda นั้นมีล้วนแต่มีความเกี่ยวโยงกับเหรียญ FTT ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลหลักบนแพลตฟอร์ม FTX ทั้งสิ้น ความหมายคือ Alameda มีตัวเลขผลประกอบการที่เป็นการผสมปนเปกัน ระหว่างมูลค่าของสินทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทเอกชนกับสกุลเงินของรัฐบาล ทั้งนี้ ผู้บริหารของบริษัทฯ ได้ออกมาปฏิเสธว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง และชี้แจงว่าเอกสารที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นมีข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการป้องกันความเสี่ยงเพื่อชดเชยการขาดทุนที่เกิดขึ้นของ FTX และในขณะที่ฝุ่นยังไม่ทันหายตลบ ก็ปรากฏข้อมูลอีกว่าได้มีการโอนเหรียญ FTT เป็นมูลค่า 584 ล้านดอลลาร์ไปยังศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ ของ Binance เพื่อนำไปเทขายในตลาด ต่อมา Zhao ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของ Binance ได้ออกมายืนยันผ่านทางทวิตเตอร์ว่ามีการเคลื่อนย้ายเหรียญ FTT เพื่อนำมาเทขายจริง ข้อความนี้ของ Zhao ส่งผลให้เกิดการแห่ถอนเหรียญ FTT ครั้งใหญ่จนเป็นการบีบบังคับให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alameda อย่าง Caroline Ellison ต้องออกมาประกาศขอรับซื้อเหรียญ FTT คืนตามราคาตลาดในขณะนั้น และ Ellison ยังชี้แจงผ่านทางทวิตเตอร์ด้วยว่า Alameda Research ยังมีสินทรัพย์ที่คิดเป็นมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ได้ปรากฏให้เห็นในเอกสารงบกำไรขาดทุนของบริษัทฯ ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ แต่การออกมาให้คำอธิบายของ Ellison กลับไม่สามารถบรรเทาสถานการณ์ให้คลี่คลายลงได้ เพราะมีข่าวลือแพร่สะพัดออกมาซ้ำเติมอีกว่า Alameda Research ได้มีการนำเหรียญ FTT ไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ มรสุมแห่งข่าวร้ายระลอกใหญ่เริ่มเคลื่อนเข้าปกคลุมจนส่งผลให้มูลค่าของเหรียญคริปโทฯ สกุลอื่น ๆ ที่ Alameda ถือครองอยู่มีการดิ่งต่ำลงไปเรื่อย ๆ ราคาของ FTT ไหลลงอย่างต่อเนื่องในช่วงเย็นของวันที่ 7 พฤศจิกายน และทาง Alameda ได้เริ่มทยอยขายเหรียญ Solana (SOL) ออกมาเพื่อพยุงราคาของ FTT ให้อยู่เหนือ 22 ดอลลาร์ เป็นเวลาเดียวกันกับที่ Zhao เทกระจาดเหรียญ FTT เพื่อซื้อ BNB ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 8 พฤศจิกายน ปรากฏว่ามีการแห่ถอนเหรียญ USDC ในปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบระยะเวลา 24 ชั่วโมงออกจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase โดย USDC คือหนึ่งในเหรียญคริปโทฯ ที่ทาง Alameda Research ถือครองไว้เป็นจำนวนมากที่สุด Bankman-Fried พยายามเข้ามาควบคุมสถานการณ์ในตลาด ด้วยการให้คำมั่นว่าสินทรัพย์ของนักลงทุนยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย แต่ว่าหลังจากที่ FTX เริ่มปิดระบบถอนเงินเป็นบางรายการก็คือการสาดน้ำมันลงในกองไฟและส่งผลให้กระแสความตื่นตระหนกยิ่งลุกลามออกไปว่าลูกค้าของ FTX กำลังแห่เข้ามาถอนเงินออกไปจากแพลตฟอร์มเพื่อหนีตาย ณ 11:00 น. ตามเวลาของนครนิวยอร์ก Bankman-Fried ได้ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า Binance กำลังจะเข้ามาซื้อกิจการของ FTX ซึ่งต่อมาไม่นาน Zhao ก็ได้ออกมายืนยันคำพูดของ Bankman-Fried FTX ได้เริ่มดำเนินการอนุมัติถอนเงินให้กับลูกค้าตามรายการที่ค้างอยู่ในระบบ รวมถึงพยายามแก้ไขวิกฤตสภาพคล่องที่บริษัทฯ กำลังเผชิญอยู่ โดยฝ่ายบริหารและคู่สัญญาของ FTX ได้ร่วมเจรจากันเกี่ยวกับกระบวนการสอบทานธุรกิจและสรุปเงื่อนไขในการเข้าซื้อกิจการของบริษัทฯ 8.เดือนพฤศจิกายน ปี 2022-CZ Binance ทวีตถอดบทเรียนสำคัญจาก FTX CZ Binance ได้โพสต์ทวิตเตอร์ หลังประกาศดีลเข้าซื้อกิจการเอ็กซ์เช้นจ์ดัง FTX ซึ่งมีวิกฤตสภาพคล่องใจความว่า สองบทเรียนครั้งใหญ่จากกรณี FTX 1.อย่าใช้โทเคนที่คุณสร้างไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ 2.อย่ากู้ยืมเงินถ้าคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโทฯ อย่าเอาเงินทุนไป “หมุน” เล่น แต่เตรียมทุนสำรองให้เยอะเข้าไว้ พร้อมจบตอนท้ายว่า “Binance ไม่เคยใช้เหรียญ BNB เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ และเราไม่เคยก่อหนี้” นอกจากนี้ เขายังโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ต่ออีกว่า “ศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ ทุกแห่งควรมีระบบพิสูจน์ปริมาณเงินทุนสำรองด้วย Merkle-tree* ธนาคารเก็บเงินสดสำรองเป็นบางส่วนเท่านั้น ศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ ไม่ควรเอาอย่างธนาคาร พร้อมจบตอนท้ายว่า “Binance จะเปิดระบบพิสูจน์ปริมาณเงินทุนสำรองเร็ว ๆ นี้เพื่อความโปร่งใส 100%” [*Merkle tree เป็นรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูล หรือ transactions บนบล็อกเชน ซึ่งหากเราทราบว่า Binance มี transaction อะไรบ้าง เก็บ assets ที่ไหนบ้าง อยู่ไหนกระเป๋าไหน ก็จะโปร่งใสมากขึ้น และทำให้เรามั่นใจจริงๆ ว่าใน Exchange มี tokens ครบเท่าที่ควรจะมีจริงๆ ไม่ได้ส่งไปให้ใคร หรือนำไปให้ใครกู้] 9.เดือนพฤศจิกายน ปี 2022-ซีอีโอ FTX ร่อนอีเมลถึง นลท. “ขออภัยที่สื่อสารช้า” Sam Bankman-Fried ซีอีโอของ FTX ร่อนอีเมลขอโทษนักลงทุนที่เขาได้ขาดการสื่อสารเกี่ยวกับข้อตกลงทางการเงินกับ Binance Sam Bankman-Fried ระบุผ่านอีเมล์ว่า “ผมต้องขออภัยที่เงียบหายไปหลายวัน” พร้อมกับเน้นย้ำว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ คือการคุ้มครองผลประโยชน์ของลูกค้าตลอดจนการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น โดย Bankman-Fried ยังเสริมอีกว่า “ผมอยากจะชี้แจงรายละเอียดให้กระจ่างกว่านี้ แต่ผมยังไม่พร้อม” ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมว่าระหว่างที่รอรวบรวมรายละเอียดให้ครบถ้วนนั้น เขาคงอยู่ในสภาพ “อ่วมอรทัยไปอีกหลายวัน” และจะ “ฝากฝังให้ Ramnik กับทีมงานช่วยรับมือสถานการณ์ไปก่อน” โดยเป็นการกล่าวถึง Ramnik Arora ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ FTX คำชี้แจงของ Bankman-Fried ที่มีต่อนักลงทุน เกิดขึ้นในขณะที่ FTX.com พยายามดิ้นรนเพื่อรับมือกับการล่มสลายของ FTT โทเคนประจำแพลตฟอร์ม FTX และการดำเนินการหยุดการถอนเงินเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 10.เดือนพฤศจิกายน ปี 2022-Binance ล้มดีลซื้อกิจการ FTX หลังสอบทานงบวันเดียว โฆษกของ Binance แถลงว่า บริษัทฯได้ยกเลิกข้อตกลงที่ระบุไว้ในหนังสือแสดงเจตจํานงเพื่อการเข้าซื้อกิจการของศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ คู่แข่งอย่าง FTX เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ให้สัมภาษณ์กับทาง CoinDesk ว่า “จากกระบวนการสอบทานธุรกิจและข่าวที่เพิ่งปรากฏออกมาว่า FTX บริหารเงินของลูกค้าด้วยความผิดพลาด ตลอดจนการตั้งข้อกล่าวหาจากหน่วยงานทางการของสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้ามาดำเนินการสอบสวนนั้น ทาง Binance จึงตัดสินใจยกเลิกแผนในการเข้าซื้อกิจการของ FTX.com” โฆษก ระบุ “ในตอนแรกเราหวังไว้ว่าจะสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มสภาพคล่องเพื่อรองรับความต้องการในการถอนเงินของลูกค้า FTX ได้ แต่ปัญหาที่พบนั้นร้ายแรงเกินเยียวยาและอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ทุกครั้งที่ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมมีอันต้องล้มหายตายจาก ผู้บริโภคคือฝ่ายที่ต้องรับเคราะห์เสมอ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นระบบนิเวศของคริปโทฯ มีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น และเราเชื่อมั่นว่าพฤติกรรมของการนำเงินลูกค้าไปใช้ในทางที่ผิดน่าจะถูกขจัดไปจนหมดสิ้นด้วยกลไกของตลาดเสรี” 11.เดือนพฤศจิกายน ปี 2022-FTX เตือนนักลงทุน บริษัทฯ “เสี่ยงล้มละลาย” หากไร้เงินทุนมาช่วยอุ้ม แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Sam Bankman-Fried ได้ชี้แจงกับนักลงทุนของ FTX.com ว่าบริษัทอาจต้องยื่นขอสถานะเป็นผู้ล้มละลาย ถ้าหากไม่ได้รับเงินทุนมาช่วยประคองกิจการไว้ โดยบริษัทต้องการเงิน 8 พันล้านดอลลาร์ โดยแหล่งข่าวผู้ไม่ขอเปิดเผยนามรายนี้ระบุว่า ก่อนที่ Binance จะชิงกลับลำสายฟ้าแลบด้วยการล้มข้อเสนอในการเข้าซื้อกิจการของ FTX นั้น Bankman-Fried ได้แจ้งให้บรรดานักลงทุนทราบว่าศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ ที่เขาเป็นเจ้าของนั้นเงินขาดมืออยู่ 8 พันล้านดอลลาร์ และแหล่งข่าวรายนี้ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่าทาง FTX พยายามเร่งหาเงินมากู้สถานการณ์ด้วยการก่อหนี้หรือการมอบหุ้นบริษัทเป็นสิ่งตอบแทน หรืออาจใช้ทั้งสองวิธีผสมผสานกัน แหล่งข่าวนิรนามให้ข้อมูลเสริมอีกว่า Bankman-Fried ได้เน้นย้ำกับนักลงทุนขณะเข้าร่วมการประชุมทางไกลในช่วงบ่ายของวันพุธว่า ข่าวที่ Changpeng Zhao ถอนตัวจากข้อตกลงเข้าซื้อกิจการของ FTX นั้นไม่เป็นความจริง แต่อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา Binance ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ ที่ Zhao ก่อตั้งขึ้นก็ได้ออกมายืนยันว่าบริษัทฯ ล้มเลิกข้อตกลงดังกล่าวจริง ๆ ตามที่ได้ชี้แจงไว้ในแถลงการณ์ว่า “เราหวังไว้ว่าจะสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มสภาพคล่องเพื่อรองรับความต้องการในการถอนเงินของลูกค้า FTX ได้ แต่ปัญหาที่พบนั้นร้ายแรงเกินเยียวยาและอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา” ที่มา : blockworks efinancethai efinancethai
|