TTB เดินหน้าขยายสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง ทั้งสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ และ สินเชื่อบ้านแลกเงิน ส่วนค่าฟีเติบโตตามประกัน และ กองทุน พร้อมกด NPL สิ้นปีนี้ไม่ให้เกิน 3.2% จากปัจจุบัน 2.93% นายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ Chief Strategy and Digital Group ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ สำหรับเป้าหมายทางการเงินปี 2569 หลังผ่านมาครึ่งปี ในส่วนของการเติบโตของสินเชื่อเป้าหมาย 0-2% โดยครึ่งปีแรกยังหดตัว 1.8% YTD ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ท้าทายที่จะทำให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ โดยสินเชื่อที่ธนาคารจะเน้นในครึ่งปีหลัง คือ Top-up Loan และ High-yield ตลอดจนมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่สูง ส่วนการเติบโตของเงินฝากสอดคล้องกับการเติบโตของสินเชื่อ โดยครึ่งปีแรกเติบโต 0.4% YTD "ไตรมาส 3 และ 4 อาจชะลอตัวลง เพราะมีการเร่งตัวในไตรมาส 1 และ 2 ไปแล้ว โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย ยังเจอแรงกดดันจาก Over Supply แต่รีไฟแนนซ์บ้านยังขยายตัวได้ดี ส่วนสินเชื่อธุรกิจ ผลตอบแทนต่ำ และ กระทบ NIM" ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิจากดอกเบี้ย(NIM) เป้าหมาย 3.0%-3.10% โดยครึ่งปีแรก 3.02% และ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิ(Non-NII) คาดการเติบโตหลักเดียว แต่ครึ่งปีแรกเติบโต 38.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งคาดว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อ แต่อาจไม่เร่งตัวเท่าครึ่งปีแรก เนื่องจากลูกค้ามีการโยกการลงทุนจากเงินฝากไปที่กองทุน เพราะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ทางด้านอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากกลาง(C/I Ratio) คาด 40% แม้ว่าครึ่งปีแรกอยู่ที่ 46% โดยคาดว่าครึ่งปีหลังจะสามารถควบคุมให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ได้ ส่วนหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) ตั้งเป้าควบคุมไม่ให้เกิน 3.2% โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.93% และ เชื่อว่า ในครึ่งปีหลังคาดจะสามารถบริหารจัดการได้ตามกรอบที่ประเมินไว้ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุดที่เกี่ยวกับหุ้น ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.ทิสโก้ , บล.บัวหลวง , บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) , บล.ฟิลลิป, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) , บล.เอเซียพลัส , บล.ทรีนีตี้ , บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส , บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) , บล.พาย , บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ปัจจัยบวก ผลประกอบการ 2Q69 แข็งแกร่งเกินคาด : TTB รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 5,513 ล้านบาท (+10% YoY, +7% QoQ) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ จากรายได้ค่าธรรมเนียมและรายการอื่นที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่ง (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น : ผู้บริหารระบุว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี ทำให้การซื้อหุ้นคืนไม่มีความน่าสนใจ และบริษัทอาจพิจารณาปรับเพิ่มเงินปันผล (หรือแม้แต่จ่ายเงินปันผลพิเศษ) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น (บล.ทิสโก้, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) การเติบโตของสินเชื่อรายย่อยและกลยุทธ์บริหารความมั่งคั่ง : TTB มุ่งเน้นสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง และกลยุทธ์ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งให้ผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งใน Q2/69 โดยมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent และมีแผนเปิดตัวแพลตฟอร์ม Digital Wealth ใน 2H69 ซึ่งจะช่วยปรับปรุงอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อและความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว (บล.ทิสโก้, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)) คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งและ Coverage Ratio เพิ่มขึ้น : NPL ratio ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ 2.93% และ Coverage Ratio ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 157% ณ สิ้น Q2/69 จากการตั้งสำรองส่วนเพิ่ม (Management Overlay) 1.1 พันล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่อง : TTB ยังคงมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Shield) คงเหลือ 3.4 พันล้านบาท ณ สิ้น Q2/69 และคาดว่าจะใช้ต่อเนื่องได้จนถึง Q2/70 ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) NIM ปรับตัวดีขึ้น : NIM ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.1% ใน Q2/69 จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการ Repricing เงินฝากประจำ และคาดว่าแนวโน้ม NIM จะมีโมเมนตัมต่อเนื่องใน 2H69 (บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) ปัจจัยลบ ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว : ราคาหุ้น TTB ปรับขึ้นค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ราคาปัจจุบันสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานที่นักวิเคราะห์หลายรายประเมินไว้ และ Upside มีจำกัด (บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.พาย) สินเชื่อฟื้นตัวช้า : แม้สินเชื่อโดยรวมจะฟื้นตัวเล็กน้อยใน Q2/69 แต่สินเชื่อใน 1H69 ยังลดลง 1.8% YTD และสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย ยังคงถูกทยอยลดสัดส่วนการปล่อย เนื่องจากผู้บริหารมองว่าผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงไม่น่าสนใจ (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) รายได้ค่าธรรมเนียมอาจลดลงในไตรมาสถัดไป : รายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งใน Q2/69 เกิดจากการที่ลูกค้าปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูง ซึ่งอาจลดลงในไตรมาสถัดไปเนื่องจากการปรับพอร์ตลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย (บล.ทิสโก้) ความเสี่ยงจากสินเชื่อ EV : ผู้บริหารมองว่า แม้อัตราความน่าจะเป็นของการผิดนัดชำระหนี้ (PD) ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ความสูญเสียเมื่อผิดนัดชำระหนี้ (LGD) น่าจะสูงกว่าที่คาด เนื่องจากมูลค่ารถ EV ลดลงเร็วกว่าที่ประเมินไว้ ส่งผลให้ผลตอบแทนหลังหักต้นทุนความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ (บล.ทิสโก้) ผลกระทบจากการสิ้นสุด Tax Shield ในปี 2570 : คาดว่า TTB จะเริ่มกลับมาเสียภาษีในราว Q2-Q3/70 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้กำไรสุทธิในปี 2570 คาดว่าจะปรับลดลงประมาณ 9% YoY (บล.พาย) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น TTB เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |