CGSI เปิดเผยผู้บริหาร THAI ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มอุตสาหกรรม เหตุการเดินทางของผู้โดยสารยังสูง-ข้อจำกัดด้านปริมาณที่นั่ง ช่วยหนุนรายได้เฉลี่ยต่อหน่วย เผยราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยลบระยะสั้น เชื่อรับมือได้ เดินหน้าควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด มองระยะยาวการได้รับมอบเครื่องบินเป็นปัจจัยเติบโตของรายได้ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันในประเทศได้พบกับผู้บริหารของ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือ THAI โดยผู้บริหารยังคงมองภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินในเชิงบวกเนื่องจากความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่ยังคงสูงและข้อจำกัดด้านปริมาณที่นั่งจะยังช่วยหนุนรายได้เฉลี่ยต่อหน่วย (yield) และ ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยลบในระยะสั้น แต่ผู้บริหารเชื่อว่าผลกระทบอยู่ในระดับที่รับมือได้หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลงจากจุดสูงสุดแล้ว นอกจากนี้ ผู้บริหารเผยว่า บริษัทจะควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยการลงทุนเกี่ยวกับเครื่องบินเป็นรายการเดียวที่บริษัทมีแผนจะเพิ่มค่าใช้จ่าย ส่วนในระยะยาว THAI มองว่าการได้รับมอบเครื่องบินจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ ***อุปสงค์ยังแข็งแกร่งแม้ราคาค่าตั๋วเครื่องบินจะสูงขึ้น ผู้บริหารเผยว่ายอดจองตั๋วล่วงหน้าลดลงในไตรมาส 2/69 จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่อุปสงค์การเดินทางที่แท้จริงยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งจะเห็นได้จากอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) ที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาค่าตั๋วโดยสาร นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังเปลี่ยนไปใช้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างเอเชีย-ยุโรป ซึ่งส่งผลดีต่อเครือข่ายเที่ยวบินแบบไม่หยุดแวะพัก (non-stop) ของ THAI ในขณะเดียวกันผู้บริหารเผยว่า การที่บริษัทมีสภาพคล่องสูงจึงสามารถให้ความสำคัญกับ yield มากกว่าอัตราส่วนการบรรทุก (load factor) และ จะไม่ใช้กลยุทธ์ลดราคาค่าตั๋วโดยสารเชิงรุก แต่ได้ลดปริมาณที่นั่ง (capacity) ให้ต่ำกว่าแผนเดิมในเดือนพ.ค.-มิ.ย. 2569 โดยการลดความถี่ของเที่ยวบินและนำเครื่องบินขนาดเล็กมาให้บริการในเส้นทางที่มีความต้องการเดินทางน้อยเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ขณะที่ THAI ไม่มีแผนลด capacity เพิ่มเติมตั้งแต่เดือนก.ค. 2569 ผู้บริหารจึงคาดว่า การดำเนินงานจะกลับมาเป็นปกติในไตรมาส 3/69 อีกทั้ง ความต้องการขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทางอากาศที่ยังคงแข็งแกร่ง และ ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในยุโรปที่กำลังจะมาถึงน่าจะช่วยเพิ่มแรงหนุนให้กับ yield , load factor และ การเติบโตของรายได้ในครึ่งหลังปี 2569 ***ประโยชน์จากฝูงบินใหม่จะเริ่มเห็นในปี 2570 และ เพิ่มขึ้นในปี 2571 THAI มีแผนจะเพิ่มจำนวนเครื่องบินเป็น 102 ลำภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งรวมเครื่องบินใหม่ที่ได้รับมอบ 28 ลำ และ เครื่องบินเก่าที่ปลดระวาง 6 ลำ แม้ว่าปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) น่าจะยังเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวในปีนี้เนื่องจากเครื่องบินส่วนใหญ่จะส่งมอบในครึ่งหลังปี 2569 ขณะที่ผู้บริหารคาดว่า ASK จะเติบโตในอัตราเลขสองหลักในปี 2570-2571 เมื่อเครื่องบินใหม่เริ่มเข้าประจำการ และ บริษัทมีแผนเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางบินยุโรปที่เป็นเส้นทางหลัก รวมทั้งเพิ่มเที่ยวบินไป-กลับประเทศอินเดียและจีน ขณะที่ฝูงบินใหม่ที่มีการอัพเกรดจะมาพร้อมกับที่นั่งแบบ business class suites และ premium economy ซึ่งจะเริ่มให้บริการในปี 2570 และ น่าจะช่วยยกระดับคุณภาพบริการ , เพิ่มอำนาจในการกำหนดราคา และ ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ***ยังแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายเดิม 8 บาท โดยยังแนะนำ "ซื้อ" THAI เนื่องจากราคาน้ำมันเครื่องบินลดลง และ อุปสงค์การเดินทางทางอากาศยังแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ยังคงราคาเป้าหมายอยู่ที่ 8 บาท เท่ากับ EV/EBITDA 4.4x ในปี 2570 ซึ่งคิดเป็นส่วนลด 20% จากค่าเฉลี่ยของกลุ่มสะท้อนระยะเวลาห้ามขายหุ้น (share lock-up) ที่กำลังจะครบกำหนดในเดือนส.ค. 2570 โดยมองว่า ปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนราคาหุ้น ได้แก่ ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง และ ความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่ยังคงสูง ส่วน downside risk คือ การที่ yield ถูกกดดันจากการแข่งขัน และ อุปสงค์การท่องเที่ยวที่อ่อนตัวกว่าคาด ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |