AGE ตั้งเป้าปี 68 พลิกกลับมามีกำไร - โกยรายได้มากกว่าปีนี้ที่คาดทำได้ 1.2 หมื่นลบ. เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ต่อยอดธุรกิจกรีน หลังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน ABM - ทำเทนเดอร์ ปลาย Q4/67 ส่วนธุรกิจ EV ปลายปีนี้รุกหนักทั้งธุรกิจเช่ารถ และ ธุรกิจดีลเลอร์ นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เปิดเผยว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 68 ประเมินรายได้รวมจะทำได้มากกว่า 12,000 ล้านบาท และจะพลิกกลับมามีกำไรได้ จากปีนี้ที่คาดว่าจะยังคงมีผลขาดทุนอยู่
โดยปัจจุบัน AGE มีการดำเนินงาน 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจถ่านหิน, ธุรกิจโลจิสติกส์, ธุรกิจพลังงานยั่งยืน และธุรกิจ Diversified Investments เป็นต้น 
ขณะที่บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมในปี 67 ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทในปี 67 ยังมาจากธุรกิจถ่านหินที่ 95% แต่หลังจากการเข้าทำรายการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใน บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด มหาชน (ABM) สัดส่วนรายได้จากถ่านหินของบริษัทจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 75% และจะปรับสัดส่วนลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 73 เหลือที่ประมาณ 50% เป็นผลจากการรับรู้รายได้ของ ABM ในฐานะบริษัทย่อยเข้ามาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีความยั่งยืน จากการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจโลจิสติกส์ จากกลุ่มลูกค้าภายนอกทั้งจากกลุ่มสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรมเป็น 50% ภายในปี 73 "มองว่าความต้องการใช้งานถ่านหินยังคงมีอยู่ และปริมาณการจำหน่ายถ่านหินจะยังไม่ได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวจากการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนทางพลังงาน เพราะถ่านหินเป็น Base Load ที่มีต้นทุนที่ต่ำที่สุดในการผลิตพลังงานไฟฟ้า"นางสาวปณิตา กล่าว สำหรับธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) บริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเชื้อเพลิง RDF ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจากขยะ ภายใต้บริษัทย่อย GRDF อย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจ Human Solutions (Diversified Investments) ภายใต้บริษัทย่อย “เอจีอี เวนเจอร์ หรือ AGEVT” ซึ่งได้จัดตั้งบริษัท เอจีอี อีวี พลัส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการปล่อยเช่ารถ EV ให้กลุ่มลูกค้าที่สนใจ โดยจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 4/67 และบริษัท เอจีอี ออโต้ แกลลอรี่ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจดีลเลอร์ขายรถไฟฟ้า EV โดยในปัจจุบัน ธุรกิจดีลเลอร์ขายรถไฟฟ้า EV กำลังก่อสร้างโชว์รูม 2 แห่ง ได้แก่ OMODA & JAECOO สาขา รามคำแหง และ Neta สาขาพระราม 2 เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 4/67 และ 2/68 ตามลำดับ โดยเริ่มรับรู้รายได้จากการขายรถในไตรมาส 4/67 จากปัจจุบันที่มีแล้ว 1 โชว์รูม อย่างไรก็ดี บริษัทวางเป้าหมายจะขยายโชว์รูมเพิ่มอีก 2 แห่ง รวมเป็น 5 โชว์รูมภายในปี 68 อย่างไรก็ตามจากแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจในครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นของ บริษัทสู่การดำเนินธุรกิจที่มีความยั่งยืน และตั้งเป้าว่าในปี 73 บริษัทจะมีสัดส่วน EBITDA มาจากธุรกิจยั่งยืน 50% ธุรกิจถ่านหิน 50% ล้วนเป็นไปตามที่ AGE ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) และตั้งเป้าให้ ABM เป็น flagship ทางด้านพลังงานยั่งยืนของกลุ่มบริษัท โดยบริษัทยังไม่มีแผนที่จะนำ ABM ถอนตัวออกจากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นางสาวปณิตา กล่าวต่อว่าล่าสุดที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีมติให้บริษัทฯ เข้าทำรายการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด มหาชน หรือ ABM จำนวน 292,107,010 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.30 บาท พร้อมทั้งทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไป (Tender Offer) ในบมจ.เอเชีย ไบโอแมส จากผู้ถือหุ้นของ ABM สำหรับกระบวนการชำระค่าตอบแทนการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ ABM ในครั้งนี้ ทาง AGE จะชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนด้วยการแลกหุ้น (Share Swap) ของหุ้นสามัญในบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC จำนวน 81,860,400 หุ้น หรือคิดเป็น 24.00% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและชำระแล้ว และหุ้นสามัญในบริษัท กรีน อาร์ดีเอฟ จำกัด (GRDF) จำนวน 335,497 หุ้น หรือคิดเป็น 100% ของทุนจดทะเบียน แทนการชำระด้วยเงินสด ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าการรายการทำ Share Swap และการทำ Tender Offer จะแล้วเสร็จภายในปลายไตรมาส 4/67 นี้ และเริ่มงบการเงินรวม (Consolidation Financial Statement) ตั้งแต่ปี 68 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีมติอนุมัติเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท ทุนทำดี จำกัด จำนวน 17,997 หุ้น หรือคิดเป็น 44.99% ของทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว ที่ราคา 62,230,500 บาท โดย บริษัท เอจีอี เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ AGE จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดยซื้อหุ้นดังกล่าวจาก บริษัท แอลฟ่า จี เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ABM “แผนการเข้าซื้อกิจการของ AGE ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจพลังงานยั่งยืน โดย ABM ถือเป็นผู้นำในธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวล และบริษัทฯ มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้ไปสู่การใช้พลังงานสะอาด และภายหลังการปรับโครงสร้างธุรกิจทาง AGE จะเป็นผู้ถือหุ้นใน ABM เป็น 51-70% และถือหุ้นใน ทุนทำดี ที่ 100% ขณะที่ ABM จะเป็นผู้ถือหุ้นใน QTC ที่ 24% และ GRDF ที่ 100%” นางสาวปณิตา กล่าว 
|