ITC ตั้งเป้ารายได้รวมแตะ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 73 โดย 1 ใน 3 มาจากกลยุทธ์ M&A เตรียมงบลงทุนปีละ 1,000 ลบ.รองรับเติบโต ปี 69 คาดรายได้โต 9-12% สูงกว่าอุตสาหกรรม - อยู่ระหว่างเจรจาปิดดีลพันธมิตรจีน คาดชัดเจน ใน Q3/69 นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยว่า ตั้งเป้าผลักดันยอดขายรวมสู่ระดับ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดยคาดว่ารายได้ราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะมาจากการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ขณะที่อีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะมาจากการเติบโตตามปกติของธุรกิจ (Organic Growth) เพื่อรองรับการขยายตัวในระยะยาว บริษัทได้จัดสรรงบลงทุน 1,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับการพัฒนาและปรับปรุงระบบการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ M&A ของ ITC จะมุ่งเน้น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจด้านการผลิต และธุรกิจแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมที่บริษัทไม่มีความเชี่ยวชาญในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความโดดเด่นในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงประเภทอาหารเปียกจากไก่และอาหารทะเล ขณะนี้ ITC อยู่ระหว่างการเจรจาดีล M&A กับพันธมิตรในประเทศจีน 1 ราย และคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ส่วนในสหรัฐอเมริกายังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและหารือเบื้องต้นอีก 1 โครงการ ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 9-12% สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะอยู่ราว 3% พร้อมวางเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ระดับ 23-25% โดยมี 4 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรม การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การขยายตลาด และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เชื่อว่ายอดขายจะยังเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และคาดว่าเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสแรกปีนี้ ในช่วงดังกล่าวบริษัทเริ่มได้รับเงินคืนภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ งวดแรกแล้ว แม้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้ ท่ามกลางต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะด้านพลังงานและวัตถุดิบ ITC ได้ดำเนินมาตรการ Price Recovery ผ่านการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยทยอยเจรจากับลูกค้าเป็นรายกรณี และเริ่มปรับราคาในบางบัญชีลูกค้าตั้งแต่มิ.ย.นี้ บริษัทยังใช้แนวทางการเจรจาที่หลากหลาย เช่น การเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อเพื่อชดเชยการคงราคาเดิม หรือการปรับลดส่วนลดทางการค้า เพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร แม้ว่าต้นทุนพลังงานจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงงานเพียง 1-2% แต่ผลกระทบทางอ้อมผ่านผู้จัดหาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประเด็นมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลให้สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทยต้องเผชิญภาษีนำเข้าในอัตราประมาณ 12.5% นั้น ITC มองว่าผลกระทบด้านการแข่งขันอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมีการบังคับใช้กับประเทศอื่นอีกกว่า 50 ประเทศในอัตราเดียวกัน ทำให้การแข่งขันในตลาดโลกยังคงอยู่บนพื้นฐานที่เท่าเทียม บริษัทเชื่อมั่นว่าสามารถบริหารจัดการผลกระทบจากมาตรการภาษีได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการรับมือกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เคยอยู่ในระดับสูงถึง 19% แต่ยังสามารถขยายธุรกิจในตลาดอเมริกาได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจุบันยังเริ่มได้รับเงินคืนภาษีจากข้อพิพาทในอดีตบางส่วนแล้ว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |