นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเสนอรัฐ 5 ข้อ วอนหนุน “โอกาส” ของประเทศกันล้าหลัง หวั่นซ้ำรอยเหมือนยุคอินเทอร์เน็ตด้าน “อ.พิริยะ” ชี้อยากให้มองหน่วยงานภาษีเสมือนธุรกิจธรรมดาทั่วไปเริ่มต้นควรลดแลกแจกแถม เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน ไม่ใช่คิดแต่จะเก็บเงินให้มากที่สุด คณะกรรมาธิการเศรษฐิจ การเงิน และการคลังวุฒิสภาได้จัดงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล” โดยเชิญทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมสัมมนา ทั้งตัวแทนจากแบงก์ชาติ, ก.ล.ต., สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และบริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด ภายในงาน ทางแบงก์ชาติและ ก.ล.ต ได้จัดทำวีดิทัศน์ ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่มุ่งเน้นไปถึง “ความเสี่ยง” ที่อาจเกิดขึ้นและการขาดอำนาจในการควบคุม รัฐจึงจำเป็นต้องเข้ามากำกับดูแลเพื่อป้องกันผลกระทบวงกว้างต่อเศรษฐกิจไทยและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ผู้ลงทุน โดยนายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ได้อธิบายต่อภาครัฐว่า Blockchain ไม่สามารถถูกแทรกแซงได้เหมือนในวีดิทัศน์ที่ทางภาครัฐนำเสนอไปเบื้องต้น และยังได้เปรียบเทียบว่าประเทศเปรียบเสมือนรถยนต์ ความเสี่ยงเปรียบเสมือนคันเร่ง ความกลัวเปรียบเสมือนเบรก หากรถยนต์ไม่มีเบรก รถอาจแหกโค้งได้ แต่ถ้าประเทศแตะเบรกอย่างเดียวรถก็ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ รวมถึงได้มี 5 ข้อเสนอแก่ภาครัฐได้พิจารณาเพราะอยากให้ปรับมุมมองที่ลึกลงไปเหมือนก้อนน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำเปรียบเสมือนคุณค่าและระบบนิเวศทั้งระบบมากกว่าราคาที่เปรียบเสมือนน้ำแข็งบนผิวน้ำ และวอนภาครัฐสนับสนุน “โอกาส” ของประเทศไม่ให้ล้าหลังซ้ำรอยเหมือนการปรับใช้อินเทอร์เน็ตในอดีต โดย 5 ข้อเสนอมีดังนี้ 1.Community management คือการมี facility ที่รองรับให้ กับ start up มากกว่าการพูดถึงแต่เรื่อง “ความเสี่ยง” 2. Ecosystem development คือ ไม่อยากให้โฟกัสแค่ exchange 3. Stakeholder engagement คือ อยากให้ภาครัฐรับฟังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย ไม่ใช่รวบรัดตัดตอนเพราะจะทำให้เกิดการต่อต้านได้ 4. Operations management คือให้มีความโปร่งใส ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และ 5. Investment สร้างระบบนิเวศเพื่อดึงดูดนักลงทุน เพื่อป้องกันการเกิดสมองไหลไปตามก้อนเงินที่ไหลไปที่ประเทศอื่น นายพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการบริหาร บริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด กล่าวเสริมว่า “รัฐควรมีกฏที่ชัดเจนและสามารถปฏิบัติได้จริง และอยากให้มองเรื่องหน่วยงานภาษีเสมือนธุรกิจธรรมดาทั่วไป ที่การเริ่มต้นควรเป็นการลดแลกแจกแถม เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานและนักลงทุน ไม่ใช่มาถึงคิดแต่ว่าจะเก็บเงินอย่างไรให้มากที่สุด เผลอๆ เราอาจได้รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มเดิมที่มีอยู่มากกว่าด้วย ” โดยทาง ก.ล.ต ได้อ้างว่า กฎหมายที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่เร่งด่วนจึงทำได้แค่ออกแบบครอบคลุม ซึ่งในปัจจุบันได้มีการศึกษาที่จะออกกฏใหม่ให้ตรงจุดมากขึ้น และในส่วนของ NFT อาจมีเรื่องของลิขสิทธิ์ทางปัญญาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อนึ่ง งานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจการเงิน และการคลังวุฒิสภาสัมมนาภายใต้หัวข้อ “เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล” โดยเรียนเชิญตัวแทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องคือ นายณพงศ์ โพธิกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติและ ดร.นภนวลพรรณ ภวสันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กับตัวแทนภาคเอกชนคือ นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และนายพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการบริหาร บริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด ที่มา: Facebook เพจวุฒิสภา |