เจาะเส้นทางหุ้น “เวิร์คพอยท์” หลังขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 67 ยันไตรมาส 1/69 ล่าสุดลือเตรียมปลดพนักงานกว่า 50% หลังธุรกิจทีวีเข้าสู่ขาลง นักวิเคราะห์คาดผลประกอบการจะติดลบยันปี 71 ย้อนดูสถิติราคาหุ้นเคยแรงแตะ 105 บาท แต่ล่าสุดเหลือเพียง 3.48 บาท ทั้งที่ไม่เคยแตกพาร์ !
สะพัด “ปลดพนักงาน” กว่า 50%
ล่าสุด ในรายการ “ดาวอังคาร” Ep.67 ทางช่อง Youtube ของ “Jomquan” มีการชี้แจงของ “สมภพ รัตนวลี” หรือ “ติ่งข่าว” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ ช่อง “เวิร์คพอยท์ 23” ตนได้ลาออกจาก “เวิร์คพอยท์” เนื่องจากสถานการณ์ภายในองค์กรที่จำเป็นต้องลดขนาดและต้องปลดพนักงานออกกว่า 50-70% ซึ่งตนทำใจลำบากที่ต้องปลดลูกน้องออก และขอลาออกเองจะดีกว่า
ขณะที่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนของ “เวิร์คพอยท์” หลายรายโพสต์อำลาเป็นจำนวนมาก อาทิ “ปอเปี๊ยะ” หรือ “กาลเวลา เสาเรือน” บรรณาธิการข่าวบันเทิง ที่แจ้งลาออกเพื่อรักษาพนักงานในทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึง “พรทิพย์ โม่งใหญ่” บรรณาธิการข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ ที่โพสต์ว่าจะสิ้นสุดหน้าที่ปลาย ส.ค.นี้
ขณะเดียวกันข้อมูลจากรายงานประจำปี 68 ของ บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ระบุว่า จำนวนพนักงานลดลงต่อเนื่อง ปี 66 อยู่ที่ 1,088 ราย ปี 67 อยู่ที่ 1,002 ราย และปี 68 อยู่ที่ 815 ราย ขณะที่การจ่ายค่าตอบแทนพนักงานก็ลดลงเช่นกัน ปี 68 อยู่ที่ 468 ล้านบาท จากปี 67 ที่ 533 ล้านบาท
ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 67
ทั้งนี้ เมื่อสำรวจ ผลการดำเนินงาน WORK พบว่าขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 ถึงไตรมาส 1/69 จากที่มีกำไรสุทธิตลอดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เมื่อปี 2547

WORK ชี้แจงว่า ด้วยเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกมากขึ้น ทําให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะการรับชมสื่อบันเทิงและข่าวสาร ซึ่งจากเดิมที่เคยพึ่งพาสื่อโทรทัศน์เป็นหลัก ปัจจุบันสามารถเลือกรับชมรายการโปรดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น เช่น YouTube, Netflix, Facebook เป็นต้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมโทรทัศน์แบบเดิมและรายได้จากรายการโทรทัศน์ของบริษัทอย่างมีนัยสําคัญ เพราะผู้ชมสามารถเลือกชมเนื้อหาที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องรอชมตามผังรายการแบบเดิม ส่งผลให้จํานวนผู้ชมโทรทัศน์ลดลงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ผู้ลงโฆษณาเองก็ปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยหันไปให้ความสําคัญกับโฆษณาช่องทางออนไลน์และผ่าน Influencer Marketing ที่สามารถกําหนดการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยําเนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ง่ายขึ้น
นักวิเคราะห์คาดอาจขาดทุนอีกยาว
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ระบุว่า อยู่ระหว่างปรับแนวโน้มประมาณการกำไรปี 69-71 ลง จากเดิมคาด จะกำไร 5 ล้านบาท, ขาดทุน 15 ล้านบาท และ ขาดทุน 5 ล้านบาท ตามลำดับ เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมสื่อที่เม็ดเงินโฆษณาไหลออกจากทีวี
เบื้องต้นคาดปี 69-71 จะขาดทุนต่อเนื่องจากปี 67-68 ซึ่งเตรียมทบทวนคำแนะนำการลงทุนและราคาเป้าหมาย (เดิม “Neutral” ราคาเป้าหมาย 4.26 บาท)
อย่างไรก็ตาม WORK ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง ณ สิ้น ไตรมาส 1/69 มีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นกว่า 2,200 ล้านบาท และมีหนี้ที่มีดอกเบี้ยไม่เกิน 200 ล้านบาท
ราคาหุ้นเคยเทรดทะลุ 100 บาท แต่ล่าสุดเหลือ 3.48 บาท
สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้น WORK พบสถิติที่น่าสนใจคือเมื่อ 8 พ.ย.60 ราคาขึ้นไปสูงสุดถึง 105 บาท สอดคล้องกับผลประกอบการปี 60 ที่กำไรสุทธิขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ระดับ 904 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่เพียง 199 ล้านบาท
แต่หลังจากนั้นปี 61 กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือ 345 ล้านบาท ปี 62 เหลือ 160 ล้านบาท ปี 63 เหลือ 159 ล้านบาท แม้ปี 64 จะพลิกกลับมาเติบโตดีอีกครั้งที่ 324 ล้านบาท แต่ปี 65 กลับลดเหลือ 171 ล้านบาท และปี 66 เหลือ 13 ล้านบาท จนพลิกขาดทุนถึง 201 ล้านบาทในปี 67 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ราคาหุ้นหลังจากพีกสุดขีด ก็ไหลลงต่อเนื่องตามผลประกอบการ จนล่าสุด 22 ก.ค.69 เหลือเพียง 3.48 บาท โดยไม่เคยมีการลดพาร์แต่อย่างใด โดยผลตอบแทนราคา 10 ปีหลัง ติดลบมโหฬารถึง 90% ช่วง 5 ปีหลังติดลบ 83% และ 3 ปีหลัง ติดลบ 76% ส่วน 1 ปีหลัง ติดลบ 16% และปีนี้ ติดลบ 4.40% เมื่อเทียบสิ้นปีก่อน
ส่องทีมบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่
สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรกประกอบด้วย
- “ปัญญา นิรันดร์กุล” จำนวน 105.85 ล้านหุ้น สัดส่วน 23.97%
- “ประภาส ชลศรานนท์” จำนวน 101.29 ล้านหุ้น สัดส่วน 22.94%
- บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) จำนวน 65.97 ล้านหุ้น สัดส่วน 14.94%
- บริษัท เดนท์สุ คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 12.51 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.83%
- “พ.ญ. กนกแก้ว วีรวรรณ” จำนวน 6.94 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.57%
ด้านทีมบริหารที่สำคัญ ประกอบด้วย
- “ปัญญา นิรันดร์กุล” เป็นประธานกรรมการ
- “ชลากรณ์ ปัญญาโฉม” เป็ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
- “ประภาส ชลศรานนท์” เป็นรองประธานกรรมการ
- “สุรการ ศิริโมทย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินการลงทุนกลุ่ม
ส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย ณ วันปิดสมุด 9 มี.ค.69 มีจำนวน 8,223 ราย โดย WORK จ่ายปันผลครั้งสุดท้ายคือ 3 พ.ค.67 หลังจากนั้นงดจ่ายปันผล เพราะขาดทุน
ราคาหุ้นล่าสุดที่ 3.48 บาท มีระดับราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ที่ 0.37 เท่า คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) 1,537 ล้านบาท
ติดตามบทความเจาะลึกหุ้นรายตัวเพิ่มเติมที่ : https://url.in.th/w-efin-stockarticles