เจาะหุ้น TTB หลังประกาศงบฯ Q3/69 และ 9M/69 เติบโตตามคาด แต่ราคาหุ้นกลับตอบสนองเชิงลบ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะ “ซื้อ” – “ถือ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 3.06 บาท อัปไซด์กว่า 14% แถมลุ้นปันผลครึ่งปีหลังให้ยีลด์อีกกว่า 3.1%
TTB ราคาร่วง 3 วันติด กว่า 10%
ราคาหุ้น ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ราคาปรับตัวลดลง 3 ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 2569 ถึงช่วงปิดการซื้่อขายภาคเช้าวันนี้ (21 ต.ค.)
จากราคาปิด 2.94 บาท เมื่อ 15 ต.ค. 69 ลดลงปิดที่ 2.90 บาท เมื่อ 19 ต.ค. หรือ -1.36% ซึ่งเป็นวันก่อนประกาศงบการเงิน ณ สิ้น ไตรมาส 3/69
ขณะที่วันที่ 20 ต.ค. ประกาศงบฯ ราคาปรับตัวลงแรงไปต่ำสุด 2.62 บาท หรือ -10.88% เทียบราคาปิดวันที่ 15 ต.ค. ก่อนจะปิดสิ้นวันที่ 2.72 บาท -6.21% จากวันก่อนหน้า โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 3,280 ล้านบาท มากสุดรอบกว่า 1 เดือน (ครั้งสุดท้ายที่มากกว่านี้คือ 31 ส.ค. ที่ 3,769 ล้านบาท)
ต่อเนื่องถึงวันนี้ ปิดการซื้อขายช่วงเช้า ที่ 2.68 บาท -1.47% จากวันก่อนหน้า มูลค่าซื้อขายกว่า 2 พันล้านบาท
กำไร Q3/69 โตตามคาด
TTB ประกาศงบฯ ไตรมาส 3/69 มีกำไรสุทธิ 5,457 ล้านบาท เติบโต 3% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และกำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 69 ทำได้ 16,139 ล้านบาท เติบโต 4.8% YoY
ผลการดำเนินงาน 9 เดือนงปี 69 ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การรักษาแนวโน้มผลประกอบการ การดูแลคุณภาพสินทรัพย์และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม และ การสร้างการเติบโตด้านรายได้ในระยะยาว
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ที่ 5.46 พันล้านบาท เติบโต 3% YoY และ -1% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็นไปตามประมาณการ และ Bloomberg Consensus

“ไร้ปันผลพิเศษ”-“Sell on Fact” กดราคาหุ้น
บทวิเคราะห์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นลบเล็กน้อยจากการประชุมนักวิเคราะห์ แม้ว่าภาพรวมผลประกอบการจะดีใกล้เคียงคาดการ แต่ตลาดเก็งกำไรประเด็นนี้ไปแล้ว ส่งผลให้ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบ โดยเฉพาะประเด็นไม่มีการจ่าย “เงินปันผลพิเศษ”
ผู้บริหาร TTB ระบุว่า เงินที่เหลือจากโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท จะไม่นำมาจ่าย “ปันผลพิเศษ” แต่จะยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขณะที่ Tax Benefit คาดว่าจะใช้หมดภายในครึ่งแรกปี 70 คาดว่าจะหารายได้เพิ่มจากรายได้ค่าธรรมเนียม และจะเน้นการปล่อยสินเชื่อ High Yield เพื่อให้ NIM เพิ่มขึ้น ขณะที่จะลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลง
เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี ก็มีมุมมองเป็นลบเล็กน้อย เพราะ TTB เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการจัดการเงินทุนของเงินที่เหลือจากโครงการซื้อหุ้นคืน โดยจะยังคงเงินทั้งหมดไว้ซื้อหุ้นคืนต่อ จากเดิมที่มีโอกาสจะนำเงินที่เหลือมาจ่ายปันผล
ด้าน บล.เอเซีย พลัส มองว่า การกลับมาพิจารณาซื้อหุ้นคืน จากเงินที่เหลือ ทำให้สมมติฐานเงินปันผลจ่ายที่คาดไว้ 70% ของกำไร (เพิ่มขึ้นจากปี 68 ที่ 61%) มี Downside ซึ่งกดดันราคาหุ้นให้ลงแรงวานนี้ ขณะที่ราคาปัจจุบันมี ราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (P/BV) ราว 1.03 เท่า หากซื้อหุ้นคืนที่ระดับราคานี้ มองว่า Valuation ไม่จูงใจเท่ารอบก่อน
คาดกำไรโต-ปันผลแจ่ม-อัปไซด์สูง
ทั้งนี้จากการรวมความเห็นนักวิเคราะห์ที่อัปเดต 21 ต.ค. 69 พบว่า แนะนำ “ซื้อ” และ “ถือ” มีเพียง บล.บัวหลวง ที่แนะนำ “ขาย” โดยราคาเป้าหมายอยู่ที่เฉลี่ย 3.06 บาท สูงสุด 3.50 บาท ต่ำสุด 2.60 บาท เทียบราคาปิดการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ที่ 2.68 บาท คิดเป็นอัปไซด์เฉลี่ย 14.25% สูงสุด 30.60% ต่ำสุด -2.99%
ขณะที่คาดกำไรสุทธิปี 69 จะอยู่ที่เฉลี่ย 2.15 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 4.05% สูงสุด 2.23 หมื่นล้านบาท เติบโต 7.96% ต่ำสุด 2.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 1.75%
ด้านคาดการณ์เงินปันผลครึ่งปีหลัง (หักที่จ่ายระหว่างกาล 0.081 บาทต่อหุ้น ซึ่งจ่ายไปแล้วเมื่อ 25 ก.ย. 69) จะอยู่ที่เฉลี่ย 0.083 บาท/หุ้น สูงสุด 0.119 บาทต่อหุ้น ต่ำสุด 0.059 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เฉลี่ย 3.1% สูงสุด 4.44% ต่ำสุด 2.2%


อ่านบทความเจาะลึกหุ้นรายตัวที่เป็นกระแสและน่าสนใจเพิ่มเติมที่ : https://url.in.th/w-efin-stockarticles