สำรวจ “บริติชเวอร์จิน”, “เคย์แมน” และ “คูราเซา” 3 หมู่เกาะมากบทบาท การเงินข้ามพรมแดน หมุดหมายของรายใหญ่, นิติบุคคล, ทรัสต์, กองทุน ฯลฯ จดทะเบียนลงทุนข้ามชาติ ขณะเดียวกันก็ปรากฏกรณีตรวจสอบเส้นเงินหลายครั้ง เอี่ยวทุนเทา-ฟอกเงิน พาย้อนเคสตัวอย่าง เพื่อทำความรู้จัก “ประเทศจดทะเบียน” บอกอะไรได้บ้าง บริษัทอยู่ที่นั่น แต่เงินอยู่ที่ไหน ?
“คูราเซา” ขึ้นโฟกัส
ชื่อประเทศ “คูราเซา” กลายเป็นที่สนใจในไทย หลังเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับธุรกิจพนันออนไลน์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเชื่อมโยงกับคู่สมรสของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย แม้ข้อเท็จจริงยังไม่ได้รับการสรุป แต่ประเด็นนี้เปิดคำถามอีกด้านว่า “คูราเซา” คือที่ไหน เหตุใดธุรกิจข้ามประเทศจึงไปตั้งบริษัทที่นั่น และเหมือนหรือต่างจากชื่อคุ้นหูอย่างหมู่เกาะ “บริติชเวอร์จิน” กับ “เคย์แมน” อย่างไร ?
“คูราเซา” เป็นเกาะในทะเลแคริบเบียนตอนใต้ ใกล้ชายฝั่ง “เวเนซุเอลา” มีเมืองหลวงชื่อ “วิลเลมสตัด” มีสถานะเป็นประเทศปกครองตนเองภายในราชอาณาจักร “เนเธอร์แลนด์” ไม่ใช่จังหวัดของ “เนเธอร์แลนด์” และ ไม่ใช่ประเทศเอกราชโดยสมบูรณ์
ก่อนจะเป็นที่รู้จักเรื่องพนันออนไลน์ “คูราเซา” มีธุรกิจบริการการเงินระหว่างประเทศมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1930 ทั้งบริการจัดตั้งบริษัท บริหารทรัพย์สิน และโครงสร้างการลงทุนข้ามพรมแดน จึงไม่ได้เป็นเกาะที่มีแต่ธุรกิจพนัน
ด้านภาษี “คูราเซา” ไม่ใช่ดินแดนที่ทุกบริษัทเสียภาษีศูนย์ ระบบปัจจุบันมีภาษีกำไรและหลักเกณฑ์พิจารณาว่ารายได้ส่วนใดเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในประเทศ การมีลูกค้าต่างประเทศจึงไม่ได้แปลว่ารายได้ทั้งหมดได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ
ส่วนธุรกิจพนันออนไลน์เติบโตขึ้นภายใต้ระบบใบอนุญาตเดิมที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตหลักและการให้สิทธิแก่ผู้ประกอบการรายอื่น จุดอ่อนที่ถูกวิจารณ์คือการกำกับหลายชั้นและความยากในการระบุว่า ใครเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมเว็บไซต์จริง ต่อมา “คูราเซา” จึงปรับระบบสู่การกำกับโดยรัฐโดยตรง ภายใต้กฎหมายการพนันฉบับใหม่ที่มีผล 24 ธ.ค.67
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนกฎหมายไม่ได้ทำให้ข้อกังวลหมดไป สำนักข่าวสืบสวน Follow the Money รายงานเมื่อ 22 ก.ย.69 จากเอกสารที่ครอบคลุมถึง ธ.ค.68 ว่า ผู้ประกอบการบางรายได้รับใบอนุญาตทั้งที่ยังมีคำถามเกี่ยวกับเจ้าของและโครงสร้างบริษัท ด้านหน่วยงานกำกับชี้แจงว่าอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่าน ข้อค้นพบนี้เป็นรายงานตรวจสอบ ไม่ใช่คำพิพากษาว่าทุกบริษัทกระทำผิด
สำหรับตัวอย่างคดีที่มีคำพิพากษาแล้ว แม้ไม่คุ้นชื่อในไทยเท่าคดีระดับโลก แต่มีความชัดเจนด้านเส้นทางเงิน คือคดี “Robertico A. Dos Santos” เกี่ยวกับกิจการลอตเตอรี่ที่ไม่ได้รับอนุญาต การฉ้อโกง ฟอกเงิน และไม่ชำระภาษี เมื่อ 17 ก.ย.69 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาประกาศคืนเงินประมาณ 29.7 ล้านดอลลาร์ ให้รัฐบาล “คูราเซา” หลังบังคับตามคำสั่งริบทรัพย์ของศาล “คูราเซา” โดยเงินที่ติดตามได้อยู่ในบัญชีลงทุนของธนาคารในไมอามี ภายใต้ชื่อบริษัทที่เขาควบคุม
กรณีนี้สะท้อนว่า กิจการและคดีอยู่ใน “คูราเซา” แต่ทรัพย์สินที่ติดตามคืนอยู่ใน “สหรัฐอเมริกา”

“บริติชเวอร์จิน” ที่อยู่บริษัทใน “คดีปานามาเปเปอร์ส” และ “กองทุนมาเลเซีย”
อีกชื่อที่ปรากฏบ่อยในเอกสารบริษัทต่างประเทศคือ “หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน” อยู่ในทะเลแคริบเบียน ทางตะวันออกของ “เปอร์โตริโก” เป็นดินแดนโพ้นทะเลของ “สหราชอาณาจักร” มีเมืองหลวงคือ “โรดทาวน์” บนเกาะ “ทอร์โทลา”
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดจากกฎหมายบริษัทธุรกิจระหว่างประเทศปี 2527 ก่อนพัฒนาสู่กฎหมายบริษัทธุรกิจปี 2547 ระบบกฎหมายและบริการวิชาชีพเอื้อต่อการจัดตั้งบริษัทสำหรับถือหุ้น ถือครองทรัพย์สิน และลงทุนข้ามประเทศ พร้อมข้อยกเว้นภาษีท้องถิ่นบางประเภท แต่ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่เสียภาษีในประเทศอื่นให้เจ้าของบริษัทโดยอัตโนมัติ
ธุรกิจที่ถูกกฎหมายใช้บริษัทเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างลงทุนได้ แต่เมื่อข้อมูลเจ้าของไม่เปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเพียงพอ หรือโครงสร้างถือหุ้นซับซ้อน การแยกผู้ถือหุ้นตามเอกสารออกจากผู้ควบคุมและได้รับประโยชน์จริงก็ยากขึ้น นี่คือปัญหาความโปร่งใสที่ปรากฏในงานตรวจสอบบริษัทนอกประเทศหลายครั้ง
เหตุการณ์ที่คนไทยน่าจะคุ้นชื่อคือ “ปานามาเปเปอร์ส” ซึ่งเปิดเผยในปี 2559 จากเอกสารรั่วของสำนักงานกฎหมาย “Mossack Fonseca” แม้สำนักงานตั้งอยู่ใน “ปานามา” แต่บริษัทจำนวนมากในเอกสารจดทะเบียนใน “บริติชเวอร์จิน” เรื่องนี้เปิดให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท เจ้าของ บัญชี และทรัพย์สินทั่วโลก
อีกคดีใหญ่คือ “วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด” (1Malaysia Development Berhad: 1MDB) กองทุนพัฒนาของ “มาเลเซีย” คำร้องริบทรัพย์ทางแพ่งของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริการะบุว่า เงินจากการระดมทุนในปี 2555 ประมาณ 1,367 ล้านดอลลาร์ ถูกเบี่ยงไปยังบัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ของบริษัท “Aabar Investments PJS Limited” ที่จดทะเบียนในบริติชเวอร์จิน
ภาพที่ได้จึงไม่ใช่เงินสดกองอยู่บนเกาะ แต่เป็น บริษัทอยู่ “บริติชเวอร์จิน” บัญชีอยู่ “สวิตเซอร์แลนด์” และเงินเคลื่อนต่อไปยังประเทศอื่น
ปัจจุบัน “บริติชเวอร์จิน” เพิ่มมาตรการด้านข้อมูลเจ้าของ รวมถึงช่องทางขอตรวจทะเบียนผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงภายใต้เงื่อนไขส่วนได้เสียอันชอบธรรม
“เคย์แมน” ศูนย์กลางกองทุน และโครงสร้างในคดี “Enron”
“หมู่เกาะเคย์แมน” อยู่ในทะเลแคริบเบียน ประกอบด้วย “แกรนด์เคย์แมน”, “เคย์แมนแบรก” และ “ลิตเทิลเคย์แมน” มีเมืองหลวงชื่อ “จอร์จทาวน์” เป็นเป็นดินแดนโพ้นทะเลของ “สหราชอาณาจักร” เช่นกัน
จุดเด่นคือการเป็นศูนย์กลางบริการสำหรับกองทุน บริษัท ธนาคาร และทรัสต์ โดยไม่มีภาษีเงินได้ ภาษีกำไรจากการขายทรัพย์สิน และภาษีเงินได้นิติบุคคลในระบบภาษีท้องถิ่น การลงทุนจากหลายประเทศจึงสามารถรวมอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกันได้ แต่ผู้ลงทุนยังอาจมีหน้าที่เสียภาษีในประเทศของตน และกองทุนก็อยู่ภายใต้กฎกำกับตามประเภทกิจการ ไม่ใช่พื้นที่ไร้กฎหมาย
บทบาทดังกล่าวทำให้ต้องแยก “กองทุนจดทะเบียนในเคย์แมน” ออกจาก “ทรัพย์สินอยู่ในเคย์แมน” เพราะกองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หรือกิจการที่อยู่ประเทศอื่น ปัญหาจะเกิดเมื่อโครงสร้างถูกใช้ปิดบังผลประโยชน์ทับซ้อน หรือทำให้ผู้ลงทุนเห็นฐานะทางการเงินไม่ตรงกับความเป็นจริง
ตัวอย่างสำคัญคือ “Enron” ยักษ์ใหญ่พลังงานสหรัฐอเมริกาที่ล้มละลายในปี 2544 รายงานวุฒิสภาสหรัฐอเมริการะบุว่า ห้างหุ้นส่วน “LJM Cayman” จดทะเบียนในเคย์แมน และเกี่ยวข้องกับธุรกรรมระหว่าง “Enron” กับกิจการที่ผู้บริหารการเงินของบริษัทมีผลประโยชน์อยู่ ขณะที่รายงานคณะกรรมการร่วมด้านภาษีอธิบายว่า ธุรกรรมในโครงสร้างเหล่านี้ช่วยเพิ่มกำไรที่รายงานและทำให้ภาพงบการเงินดีขึ้น
ต่อมา “Andrew Fastow” อดีตผู้บริหารการเงินของ “Enron” รับสารภาพ และถูกพิพากษาจำคุก 6 ปีในปี 2549 ฐานสมคบฉ้อโกงหลักทรัพย์และฉ้อโกงผ่านระบบสื่อสาร
“เคย์แมน” ยังปรากฏในคดี “1MDB” ผ่านกองทุน “Bridge Global Absolute Return Fund” เอกสารคดีของสหรัฐอเมริการะบุข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแสดงมูลค่าหน่วยลงทุน 2,318 ล้านดอลลาร์ อย่างฉ้อฉล รวมถึงการทำให้ผู้สอบบัญชีเข้าใจว่าหน่วยลงทุนมีเงินสดรองรับ ทั้งที่ทรัพย์สินเบื้องหลังมีลักษณะต่างออกไป
บริษัทอยู่บนเกาะ แต่คำตอบอยู่ในเส้นทางเงิน
ทั้ง 3 แห่งมีบทบาทต่างกัน “คูราเซา” โดดเด่นด้านธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตพนันออนไลน์ “บริติชเวอร์จิน” เป็นฐานจดทะเบียนบริษัทข้ามประเทศ ส่วน “เคย์แมน” เป็นศูนย์กลางกองทุนและโครงสร้างลงทุน การใช้ประโยชน์จากระบบเหล่านี้อาจเป็นธุรกิจปกติ การวางแผนภาษีที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือส่วนหนึ่งของการกระทำผิดก็ได้ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
คดีตัวอย่างชี้ว่า “ประเทศจดทะเบียน” เป็นเพียงหนึ่งจุดในแผนที่การเงิน บริษัทอาจอยู่บนเกาะ บัญชีอยู่ธนาคารอีกประเทศ และทรัพย์สินอยู่คนละทวีป การตรวจสอบจึงต้องไปให้ถึงว่า ใครเป็นเจ้าของจริง เงินมาจากอะไร และท้ายที่สุดใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์

อ่านบทความเจาะลึกประเด็นที่เป็นกระแสและน่าสนใจเพิ่มเติมที่ : https://url.in.th/w-efin-stockarticles