กลุ่มหุ้นเดินเรือ RCL-PSL-TTA วิ่งทำไฮรอบ 1-4 ปี โดยเฉพาะเดือนนี้ราคาพุ่ง 15-30% แถมวอลุ่มเข้ากว่าเท่าตัว นักวิเคราะห์ชี้ค่าระวางเรือมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง ดีมานด์ยังแข็งแกร่ง แถม “Super El Nino” หนุนอัปไซด์ พร้อมเปิดประมาณการกำไร ราคาเป้าหมาย และคำแนะนำการลงทุน
RCL ทำไฮรอบกว่า 4 ปี
บมจ.อาร์ ซี แอล (RCL) เดือน ส.ค.2569 ถือว่าร้อนแรงไม่น้อย เพราะปิดบวกถึง 9 วันติดต่อกัน (10-21 ส.ค.69) มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเดือน ส.ค.69 อยู่ที่เฉลี่ย 320 ล้านบาทต่อวัน จากก่อนหน้านั้นต้นปีถึง 31 ก.ค.69 อยู่ที่เฉลี่ย 119 ล้านบาทต่อวัน
ราคาหุ้นขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 46.25 บาท ถึง 2 วัน คือ 21 และ 24 ส.ค.69 นับเป็นจุดสูงสุดในรอบประมาณ 50 เดือน หรือกว่า 4 ปี 2 เดือน (ครั้งสุดท้ายที่ราคาสูงกว่านี้คือ 7 มิ.ย.65)
รวมผลตอบแทนราคาปีนี้ (ข้อมูล ณ 24 ส.ค.69) หุ้น RCL ปิดที่ 45.25 บาท เพิ่มขึ้น 18 บาท จากสิ้นปีก่อน หรือ 66% โดยเฉพาะเดือน ส.ค.69 บวกไปถึง 29%
ล่าสุดวันนี้ (25 ส.ค.69) ปิดที่ 44 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 2.76% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 242 ล้านบาท
PSL ทำไฮรอบกว่า 2 ปี
เช่นเดียวกับ บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) ราคาหุ้นเดือนนี้ (ข้อมูล ณ 24 ส.ค.69) บวกไป 30% มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 158 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากก่อนหน้านั้น ต้นปีถึง 31 ก.ค.69 อยู่ที่เฉลี่ยเพียง 39 ล้านบาทต่อวัน
ขณะที่ผลตอบแทนราคาหุ้นปี 69 บวกไปแล้วถึง 4.45 บาท หรือ 74% จากสิ้นปีก่อน
วันนี้ (25 ส.ค.69) ราคาหุ้นขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 10.60 บาท สูงสุดรอบกว่า 26 เดือน หรือกว่า 2 ปี ครั้งสุดท้ายที่ราคาสูงกว่านี้คือ 10.80 บาท เมื่อ 4 มิ.ย.67
ล่าสุดปิดที่ 10.10 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 3.81% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 98 ล้านบาท
TTA ทำไฮรอบกว่า 20 เดือน
ด้าน บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) เดือนนี้ (ข้อมูล ณ 24 ส.ค.69) บวกไปแล้ว 15% ต่อเนื่องจากเดือน ก.ค.69 ที่บวก 7%
เดือนนี้ขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 6.10 บาท เมื่อ 21 ส.ค.69 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรอบกว่า 20 เดือน (สูงกว่านี้คือ 6.15 บาท เมื่อ 9 ธ.ค.67) มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 54 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากก่อนหน้านั้นต้นปีถึง 31 ก.ค.69 อยู่ที่เฉลี่ย 18 ล้านบาทต่อวัน
ทั้งปี 69 หุ้น TTA บวกไปแล้ว 37% จากสิ้นปีก่อน ส่วนวันนี้ (25 ส.ค.69) ปิดตลาดที่ 5.70 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.72% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 69 ล้านบาท
ค่าระวางเรือแนวโน้มสูงต่อ แถมดีมานด์แกร่ง บวกมี “Super El Nino” เพิ่มอัปไซด์
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า ภาวะ “Super El Nino” ที่อาจเกิดขึ้นช่วงปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 จะหนุนค่าระวางเรือเทกอง ผ่านระยะทางขนส่งสินค้าเกษตรที่ยาวขึ้น ข้อจำกัดของคลองปานามา และความล่าช้าจากสภาพอากาศ ผลกระทบจะมาจาก Tonne-mile ที่เพิ่มขึ้นและ Effective Fleet Supply ที่ลดลง มากกว่าการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณสินค้าเทกองทั่วโลก โดยมองว่า Super El Nino เป็นเพียง Catalyst เพิ่มเติม ไม่ใช่ปัจจัยหลักของตลาด
ขณะที่ตลาดเรือเทกองกำลังตึงตัวมากขึ้น หนุนจากการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง ปริมาณการขนส่งถ่านหินและแร่ Bauxite ที่เพิ่มขึ้น การส่งออกแร่เหล็กจากโครงการเหมืองซิมันดู (Simandou) ในประเทศกินี ที่เพิ่มขึ้น และ Fleet Frowth ที่แท้จริงยังอยู่ในระดับจำกัด
Demand ของเรือเทกองมีความแข็งแกร่งในวงกว้างมากขึ้น โดยมีทั้งแร่เหล็ก, Bauxite และถ่านหินเป็นแรงหนุนต่อ Demand ของเรือ Capesize ความแออัดของท่าเรือ ความเร็วเรือที่ลดลง และระยะเวลาการเดินทางที่ยาวขึ้น จะทำให้ Effective Fleet Supply ต่ำกว่าประมาณการ Clarksons ที่ 3.9% ในปี 69-70
ด้าน ดัชนี BSI และ BHSI เฉลี่ยใน 3QTD เพิ่มขึ้น 8-9% QoQ และ 22-26% YoY คิดเป็นค่าระวางเรือของอุตสาหกรรมที่ 18,980 ดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ปีนี้ ดัชนี BSI และ BHSI เฉลี่ยอยู่ที่ 1,411 จุด และ 789 จุด เพิ่มขึ้น 45.1% YoY และ 37.8%YoY ตามลำดับ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนโอกาสที่กำไรของผู้ประกอบการเรือเทกองจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะหากค่าระวางยังอยู่ในระดับสูงในช่วง Peak season และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ
ด้านบทวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย คาดว่า อัตราค่ารวางเรือเทกองจะยังอยู่ในระดับสูง หนุนจากการส่งออกแร่เหล็กที่เพิ่มขึ้นจากโครงการเหมืองซิมันดู ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งระยะไกล รวมถึงการค้าธัญพืชที่แข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสหรัฐฯ – จีน
ขณะเดียวกัน การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากความขัดแย้งและการเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือที่ยาวขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับทำให้คอนเทนเนอร์ราว 2 ล้าน TEU หรือ 6% ของเรือเทกองทั่วโลกถูกใช้งานนานขึ้นจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่เกือบเป็นศูยน์ และปริมาณการเดินเรือผ่านคลองสุเอซยังต่ำกว่าก่อนโควิดราว 76%
คาดส่งผลให้ค่าระวางเรือจะยังคงสูงจนกว่าจะกลับมาเปิดเส้นทางเดินรือตามปกติ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
2 โบรกฯ มองบวก หุ้น RCL
สำหรับมุมมองนักวิเคราะห์ต่อหุ้น RCL มีการอัปเดตล่าสุดหลังประกาศงบการเงินเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.69 (ก่อนราคาจะขึ้นมาในระดับปัจจุบัน)
บทวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย อัปเดตข้อมูลเมื่อ 7 ส.ค.69 แนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 40 บาท นอกจากธุรกิจจะได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่ยังแข็งแกร่ง ล่าสุดมีการจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 11% ของกำไรช่วงครึ่งแรกปี 69 คาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะจ่ายเพิ่มอีก 0.50 บาทต่อหุ้นในเดือน พ.ย.69 และ 1.50 บาทต่อหุ้น เดือน มี.ค.70 คาดจ่ายเงินปันผลทั้งหมดคิดเป็น 26% ของประมาณการกำไรปี 69 ที่ 8,054 ล้านบาท (ทรงตัวจากปี 68) จะสะท้อนอัตราตอบแทนจากเงินปันผลที่ 7%
ฟาก บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง อยู่ระหว่างปรับประมาณการและราคาเป้าหมาย (เดิม 35 บาท แนะนำ “Outperform”) ระบุว่า ระดับกำไรที่กว่า 2,000 ล้านบาทต่อไตรมาส ถือว่าแข็งแกร่งกว่าธรรมชาติของอุตสาหกรรมในระยะยาว แม้หากระดับกำไรของบริษัทลดลงในอนาคต มูลค่ากิจการของบริษัทยังนับว่าไม่แพงด้วยราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ราว 0.50 เท่า พร้อมคาดจ่ายเงินปันผลรวมปี 69 ที่ 1.78 บาทต่อหุ้น
3 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” PSL
ด้าน PSL มี 3 โบรกเกอร์ อัปเดตมุมมองหลังประกาศงบการเงินเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งหมด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.15-10 บาท
บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69 ขึ้นเท่าตัวเป็น 1,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% YoY จากการปรับสมมติฐานค่าระวางของ PSL เป็น 14,700 ดอลลาร์ต่อลำต่อวัน ขณะที่คาดปันผลปี 69 รวม 0.43 บาทต่อหุ้น โดยปรับราคาเป้าหมายเป็น 10 บาท แนะนำ “ซื้อ”
บทวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69-71 ขึ้น 60%, 34% และ 27% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนค่าระวางเรือที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดยประเมินกำไรปี 69 ที่ 1,654 ล้านบาท ปันผลปี 69 รวม 0.42 บาทต่อหุ้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10 บาท
บทวิเคราะห์ บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง อยู่ระหว่างปรับประมาณการและราคาเป้าหมาย (เดิม 8.50 บาท แนะนำ “ซื้อ”) เบื้องต้นคาดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/69 จะดีต่อเนื่อง สะท้อนค่าระวางเรือที่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาส 2/69 นอกจากนี้ ระยะกลางเป็นช่วงเวลาเก็งกำไรที่ดีของ PSL ตามวัฏจักรค่าระว่างเรือจนถึงช่วง ต.ค. ก่อนจะเข้าสู่ช่วงพักตัวตามฤดูกาลอีกครั้ง
บล.ฟินันเซีย แนะ “ซื้อ” TTA เป้า 6.8 บาท
ส่วน TTA มีบทวิเคราะห์รองรับและอัปเดต 1 แห่ง คือ บล.ฟินันเซีย ไซรัส โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.80 บาท ระบุว่า ค่าระวางเรือที่แข็งแกร่ง และ ธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง (Offshore) มีกำหนดส่งมอบรายได้เกือบสองเท่าในครึ่งหลังปี 69 หนุนการปรับประมาณการกำไรปกติปี 69 ขึ้น 31% เป็น 1,400 ล้านบาท (+103% YoY) ทั้งนี้คาด TTA จะจ่ายเงินปันผลปี 69 ที่ 0.12 บาทต่อหุ้น