3 หุ้นไฟแนนซ์ KTC-THANI-MTC กำไรแจ่ม โต QoQ-YoY ต่อเนื่อง 5-10 ไตรมาสซ้อน หลังคุมคุณภาพสินทรัพย์ดี พอร์ตขยาย สินเชื่อฟื้น โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ แนะนำ “ซื้อ” กำไรจ่อนิวไฮต่อ แถมอัปไซด์สูง ปันผลเยี่ยม
MTC กำไรโต QoQ-YoY ทำนิวไฮ 10 ไตรมาสซ้อน
บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ผลการดำเนินงานดีต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตทั้งเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และ ช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ติดต่อกัน 10 ไตรมาส (ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 – ไตรมาส 2/2569) ที่สำคัญกำไรสุทธิรายไตรมาสทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ต่อเนื่อง 10 ไตรมาสเช่นกัน

ขณะที่กำไรสุทธิรายปีของ MTC เติบโตต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว โดยปี 66 ทำได้ 4,906 ล้านบาท ปี 67 ทำได้ 5,867 ล้านบาท เติบโต 20%YoY และปี 68 ทำได้ 6,723 ล้านบาท เติบโต 15%YoY ทำนิวไฮต่อเนื่องเช่นกัน โดยครึ่งแรกปี 69 ทำได้ 3,712 ล้านบาท เติบโต 16%YoY
สาเหตุสำคัญที่กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง หนุนด้วยรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ, ต้นทุนทางการเงินลดลง ส่งผลให้ NIM ปรับตัวดีขึ้น, พอร์ตสินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง, การควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานทำได้ดี และ ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ซึ่งเพิ่มความสามารถในการใช้จ่ายและชำระหนี้ของประชาชนกลุ่มฐานราก
KTC กำไรโต QoQ-YoY ติดต่อกัน 5 ไตรมาส แถม 4 ไตรมาสหลัง ทำนิวไฮต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับ บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ที่กำไรสุทธิเติบโต QoQ-YoY ติดต่อกัน 5 ไตรมาส (ตั้งแต่ไตรมาส 2/68 – ไตรมาส 2/69) และกำไรสุทธิรายไตรมาสทำนิวไฮมาแล้วในรอบ 4 ไตรมาสหลังต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 3/68 ถึงไตรมาส 2/69

ทั้งนี้หากนับเฉพาะการเติบโตของกำไรสุทธิรายไตรมาสเทียบ YoY จะพบว่าเติบโตต่อเนื่องมา 9 ไตรมาสแล้ว ตั้งแต่ไตรมาส 2/67
สาเหตุสำคัญมาจากการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับแข็งแกร่งในกรอบเป้าหมายที่วางแผนไว ควบคุมหนี้ด้อยคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ รักษาพอร์ตสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
THANI กำไรโต QoQ-YoY ติดต่อกัน 5 ไตรมาส
ด้าน บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เป็นอีกหนึ่งหุ้นในกลุ่มนี้ที่ กำไรสุทธิเติบโต QoQ-YoY ติดต่อกัน 5 ไตรมาส (ตั้งแต่ไตรมาส 2/68 – ไตรมาส 2/69)

ทั้งนี้กำไรสุทธิรายไตรมาสของ THANI เคยลงไปต่ำสุดที่ 79.79 ล้านบาทเมื่อไตรมาส 3/67 แต่หลังจากนั้นก็เติบโต QoQ ต่อเนื่องมาแล้ว 7 ไตรมาสติดต่อกัน
สาเหตุสำคัญมาจาก การปรับลดลงของต้นทุนทางการเงิน ตามการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวลง ขณะที่มีการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ผ่านการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามทวงถามหนี้
บล.กสิกรไทย เลือก MTC-THANI เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมินหุ้นกลุ่ม Finance Sector ระบุว่า มองบวกต่อกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จากแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องกับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี เลือก MTC เป็นหุ้นเด่น คาดกำไรจะทำนิวไฮต่อเนื่อง
ขณะที่กลุ่มสินเชื่อรถบรรทุกมีความน่าสนใจจากแนวโน้มการฟื้นตัว เลือก THANI เป็นหุ้นเด่นด้วยโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งที่สุด มีอัตราหนี้เสียต่ำกว่าคู่แข่ง คาดยอดปล่อยสินเชื่อครึ่งหลังปี 69 จะสูงกว่าครึ่งปีแรก เพราะผู้ให้สินเชื่อจะกลับมาใช้กลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นหลังปิดงบดุลแล้ว ขณะที่คาดว่าจะดีต่อเนื่องถึงปี 70
ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตยังคงเน้นการเติบโตแบบคัดเลือก โดยผู้ให้บริการ เช่น KTC ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อ ซึ่งการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังจะทำให้การเติบโตของสินเชื่ออยู่ในระดับจำกัด
15 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” MTC เป้าไกลสุด 55 บาท
ทั้งนี้เมื่อสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์จาก IAA Consensus ณ 28 ส.ค.69 นับเฉพาะที่อัปเดตหลัง MTC ประกาศงบ Q2/69 พบว่า ทั้ง 15 โบรกเกอร์ แนะนำ “ซื้อ” MTC ทั้งหมด ราคาเป้าหมาย 37.75-55 บาท คิดเป็นอัปไซด์จากราคาปิดล่าสุด (28 ส.ค.69) ระดับ 18-72% โดยคาดการณ์ว่า กำไรสุทธิปีนี้ต่ำสุด 7,082 ล้านบาท สูงสุด 7,762 ล้านบาท หรือเติบโต 5-15% จากปีก่อน

9 จาก 12 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” KTC อัปไซด์สูงสุด 44%
สำหรับ KTC มีบทวิเคราะห์ที่อัปเดตหลังปิดงบการเงินไตรมาส 2/69 รวม 12 แห่ง ซึ่ง 9 แห่ง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 42-54 บาท อัปไซด์ 12-44% คาดกำไรสุทธิปีนี้ 8,279 – 8,766 ล้านบาท หรือ เติบโต 6-13% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม มี 3 โบรกเกอร์ แนะนำเพียง “ถือ” และ “ขาย”
บทวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุว่า KTC น่าจะมี ROE ลดลงจาก 18% ในปี 69 เป็น 16.3% ในปี 71 และบริษัทมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ ปัจจัยลบที่น่าจะฉุดราคาหุ้น ได้แก่สินเชื่อที่ขยายตัวช้ากว่าคาดและอัตราการสำรองหนี้สูงในปี 69-71
ส่วน Upside Risk น่าจะมาจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าคาด จากการปรับลดอัตราดอกเบี้นนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และส่วนแบ่งกำไรที่สูงกว่าคาดจากบริษัทย่อยในธุรกิจติดตามหนี้ แนะนำ “ขาย”
อย่างไรก็ดี KTC เป็นหุ้นที่ถูกคาดหมายว่าให้ปันผลสูง สม่ำเสมอ ซึ่ง IAA Consensus ณ 28 ส.ค.69 คาดอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สำหรับงวดงบปี 69 เฉลี่ย 5.18%
4 จาก 5 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” THANI เป้า 2.4-2.9 บาท คาดยีลด์ปันผลเฉลี่ย 6.13%
ส่วนหุ้น THANI บทวิเคราะห์ 4 จาก 5 แห่ง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.4-2.9 บาท คิดเป็นอัปไซด์จากราคาปิดล่าสุด 14-38% ประเมินกำไรสุทธิปีนี้เติบโต 16-25% หรือทำได้ 1,326-1,440 ล้านบาท ที่สำคัญคาดการณ์ Dividend Yield สำหรับงบปี 69 เฉลี่ยสูงถึง 6.13%
