ย้อนรอย DOD หุ้นกลุ่มบิ๊กการเมือง หลังล่าสุดถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้น SP หลัง ก.ล.ต.สั่งแก้ไขงบ Q1/69 พบเข้าตลาดไม่ถึง 10 ปี ผลประกอบการสุดผันผวน กำไรต่ำสลับขาดทุน งดปันผลบ่อยครั้ง แถมราคาหุ้นขาลงชัดเจน 5 ปีหลังดิ่ง 87% รายย่อยติดดอย 7,963 ราย
ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งขึ้น “SP” หลัง ก.ล.ต.สั่งแก้งบ Q1/69
เช้าวันนี้ (26 มิ.ย.2569) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศขึ้นเครื่องหมาย “SP” ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 26 มิ.ย.69 โดยจะปลดเครื่องหมาย 29 มิ.ย.69 แต่จะขึ้นเครื่องหมาย “CS” แทน ซึ่งหุ้นที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย จะต้องซื้อด้วยบัญชี Cash Balance (วางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนซื้อ) ตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมายเป็นต้นไป จนกว่าจะแก้เหตุดังกล่าวได้
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งให้ DOD ให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีในการสอบทานงบการเงินไตรมาส 1/69 และให้นำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้วต่อ ก.ล.ต. พร้อมทั้งเปิดเผยงบการเงินดังกล่าวต่อสาธารณชนผ่านระบบ SETLink ภายใน 27 ก.ค.69
สำหรับสาเหตุเกิดจาก ผู้สอบบัญชีของ DOD เสนอรายงานการสอบทานข้อมูลทางการเงินระหว่างกาลโดยให้ข้อสรุปอย่างมีเงื่อนไขต่องบการเงินไตรมาส 1/69 เนื่องจากไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะใช้ในการสอบทานการเข้าทำรายการจ่ายเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินซึ่งติดภาระจำนอง การจ่ายเงินล่วงหน้าเต็มจำนวนสำหรับค่าก่อสร้างอาคารบนที่ดินดังกล่าว รวมถึงการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าวัตถุดิบ เครื่องจักร และบริการเต็มจำนวน ซึ่งรายการดังกล่าวแตกต่างไปจากอดีต และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการรับมอบสินทรัพย์หรือบริการ จากการชำระเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าดังกล่าว โดยผู้สอบบัญชีของ DOD ไม่ได้รับหลักฐานที่สนับสนุนประโยชน์ในเชิงธุรกิจของการเข้าทำรายการในลักษณะดังกล่าว
DOD แจ้งจะเริ่งแก้ไขงบ
หลังจากนั้น “สุวารินทร์ ก้อนทอง” ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน DOD ชี้แจงว่า บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อสังเกตของผู้สอบบัญชีและได้ดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยการทำรายการเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าจำนวน 141 ล้านบาทนั้น เป็นการดำเนินการที่ทำธุรกรรมกับบุคคลภายนอก (Non-Related Parties) ทั้งหมด มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ ในการล็อคราคาต้นทุนวัตถุดิบและจัดหาทรัพย์สินสำหรับโครงการลงทุนขยายสายการผลิตรูปแบบน้ำ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
บริษัทฯ ขอชี้แจงความคืบหน้าและการดำเนินงานเพื่อความโปร่งใส ดังนี้
1.โครงการลงทุน: การซื้อที่ดินและจัดหาเครื่องจักรมีความคืบหน้าเป็นลำดับ โดยที่ดินได้รับการประเมินมูลค่าโดยผู้ประเมินอิสระที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. และบริษัทฯ มีสัญญารองรับที่รัดกุมเพื่อคุ้มครองเงินต้น (Capital Protection) ในทุกขั้นตอน
2.การบริหารจัดการต้นทุน: การจ่ายล่วงหน้าเพื่อสำรองวัตถุดิบ (Reserved) เป็นกลยุทธ์สำคัญ ในการตรึงราคาต้นทุน (Fixed-Price) ท่ามกลางสถานการณ์ราคาตลาดที่มีความผันผวน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต
3.การยกระดับการควบคุมภายใน: บริษัทฯ ได้เร่งปรับปรุงระเบียบการอนุมัติและการคัดเลือกคู่ค้าให้มีความเข้มงวดและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยรายการที่มีมูลค่าสูงจะต้องผ่านการกลั่นกรองและอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทอย่างเป็นระบบภายในไตรมาสที่ 2/69
4.การกำกับดูแลทางการเงิน: เงินทดรองจ่ายกรรมการของบริษัทย่อยจำนวน 30 ล้านบาท ยืนยันว่ารายการดังกล่าวได้รับคืนครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และได้ดำเนินมาตรการปรับปรุงระบบควบคุมภายในกลุ่มบริษัททั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรายการในลักษณะดังกล่าวอีก
5.การนำส่งเอกสารตามข้อกำหนด: บริษัทฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมและนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่ได้รับแจ้ง เพื่อสร้างความชัดเจนและยกระดับธรรมาภิบาลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร
ที่มาหุ้น DOD
DOD เป็นผู้ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อ 20 มิ.ย.61 ราคา IPO ที่ 9.30 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 0.50 บาท
ณ วันที่ขายไอพีโอ ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ “ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ” (จำนวน 150 ล้านหุ้น สัดส่วน 36.59%) และ “เรณุมาศ อิศรภักดี” (จำนวน 60.5 ล้านหุ้น สัดส่วน 14.76%) สามีและน้องสาวของ “ศุภมาส อิศรภักดี” แห่งพรรคภูมิใจไทย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยขณะนั้น “ศุภมาส อิศรภักดี” เป็นประธานกรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร และ กรรมการผู้จัดการ ก่อนจะลาออกไปช่วงปี 62
ข้อมูลล่าสุด ณ วันปิดสมุด 16 มี.ค.69 ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ 1.บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคินภัทร จำกัด (วัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นฯ พ.ศ.2543 ของนายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ) จำนวน 87.9 ล้านหุ้น สัดส่วน 19.52%
2.”บริษัท ซี.ที. เวนเจอร์ จำกัด” จำนวน 31.62 ล้านหุ้น สัดส่วน 7.02% ซึ่งบริษัทนี้ถือหุ้นใหญ่โดย “เศรณี ชาญวีระกูล” และ “นัยน์ภัค ชาญวีรกูล” ลูกชายและลูกสาวของ “อนุทิน ชาญวีระกูล” นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
3.”ดนุพล ชิลลี่” จำนวน 28.9 ล้านหุ้น สัดส่วน 6.42%
4.”เรณุมาศ อิศรภักดี” จำนวน 28.12 ล้านหุ้น สัดส่วน 6.24%
5.”ณรงค์ เจียรธรรม” จำนวน 20 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.44%
ผลประกอบการที่ผ่านมา
สำหรับผลการดำเนินงานของ DOD อยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างผันผวน เพราะนอกจาก 3 ปีก่อนขายหุ้นไอพีโอเข้าตลาดฯ (2558-60) ที่กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง จนปี 61 ที่เข้าเทรด ซึ่งกำไรเติบโตก้าวกระโดดแตะ 305 ล้านบาทสูงสุดตลอดกาล (All Time High) จากนั้นก็เข้าสู่ความไม่เสถียรอีกเลย ส่วนใหญ่เป็นเชิงลบ และมีขาดทุนหนัก ๆ ถึง 2 ปี (2565 และ 2567) แม้ปี 68 จะพลิกกำไรได้ แต่ล่าสุดไตรมาส 1/69 พลิกขาดทุนอีกแล้ว

ราคาหุ้นดีแค่ 2 ปีแรก จากนั้นขาลงยาวถึงปัจจุบัน
ราคาหุ้นมักจะสะท้อนกับผลประกอบการ จากราคาไอพีโอที่ 9.30 บาท ขึ้นไปสูงสุด 16.36 บาทช่วงปลายปี 61 (+76% จากราคาไอพีโอ) จากนั้นยืนเหนือ 10 บาทได้ถึงต้นปี 62 และรูดลงมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีฟื้นได้บ้างบางช่วง แต่เทรนด์ยังเป็นขาลง โดยล่าสุดก่อนขึ้น SP ราคาปิดที่เพียง 1.50 บาท
ทั้งนี้ผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 5 ปี (65-69) ติดลบ 87% จากปิดปี 64 ที่ 11.17 บาท โดยปี 65 ทั้งปีติดลบ 61% ปี 66 ติดลบ 15% ปี 67 ติดลบ 55% ปี 68 ติดลบ 2% และปี 69 ติดลบ 7%
ณ ราคาหุ้นที่ 1.50 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ที่ 64.29 เท่า อัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ที่ 0.72 เท่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ล่าสุดเหลือเพียง 676 ล้านบาท จากระดับสูงสุดเมื่อปี 61 ที่ 5,576 ล้านบาท
นอกจากนี้ตั้งแต่เข้าตลาด DOD จ่ายปันผลไปเพียง 3 ครั้ง คือ รอบผลประกอบการ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.68 ที่จ่าย 0.05 บาทต่อหุ้น, รอบผลประกอบการ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.62 จ่าย 0.35 บาทต่อหุ้น และรอบผลประกอบการ 1 เม.ย.-30 ก.ย.61 จ่าย 0.44 บาทต่อหุ้น
ล่าสุดมีผู้ถือหุ้นรายย่อย ณ 16 มี.ค.69 รวม 7,963 ราย
จากผลประกอบการที่ผันผวน และการจ่ายเงินปันผลที่ขาดความต่อเนื่อง รวมถึงหุ้น DOD ไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ ดังนั้นนักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจใด ๆ
