TRT อีกหนึ่งหุ้นซิ่งวิ่งแรง ล่าสุดทำ All Time High แตะ 11 บาท นับจากต้นปีบวกไปแล้วสูงสุด 222% เจาะไทม์ไลน์เริ่มพีก 3 เดือนหลัง +171% แถมวอลุ่มกระฉูดหลายเท่าตัว หลังกำไร Q1/69 โตระเบิด ล่าสุดมาร์เก็ตแคปเพิ่มเป็น 3,326 ล้านบาท แถม P/E เพียง 14.41 เท่า ผู้บริหารเผยผลงานแจ่มตามพลังงานขาขึ้นโลกยุค AI-Data Center-พลังงานสะอาด
ปีนี้ราคาวิ่งแรง บวกสูงสุด 222%
วันนี้ (10 มิ.ย.2569) ราคาหุ้น บมจ.ถิรไทย (TRT) ขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ที่ 11 บาท (ปรับตามพาร์ปัจจุบันที่ 1 บาทต่อหุ้น ) หากเทียบกับราคาปิดสิ้นปี 68 ที่ 3.42 บาท เท่ากับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 222%
TRT เพิ่มขึ้นโดดเด่นช่วง 3 เดือนหลังสุด โดยราคาหุ้นบวกถึง 171% ซึ่งเมื่อดูรายละเอียด หลังทะลุ 4 บาท ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็เป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน จนไปทำสถิติสูงสุดข้างต้น
ด้านมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือน เม.ย.อยู่ที่ 1.54 ล้านบาทต่อวัน เป็น 32.28 ล้านบาทต่อวันในเดือน พ.ค. และ เพิ่มเป็น 90.54 ล้านบาทต่อวันในเดือน มิ.ย.69
ขณะที่เมื่อสำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้น 10 ปีหลัง (2559-68) พบว่าราคาหุ้นอยู่ที่เฉลี่ย 4.14 บาท สูงสุด 6.40 บาท ต่ำสุด 1.57 บาท โดยมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเพียง 5.33 ล้านบาทต่อวัน (สูงสุดคือปี 65 ที่ราคาขึ้นสูงสุด 6.40 บาท มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 36.14 ล้านบาทต่อวัน)
ธุรกิจและผลประกอบการ
TRT เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อ 10 พ.ค.49 ราคา IPO ที่ 5.75 บาท พาร์ 2 บาท (ลดพาร์เหลือ 1 บาท เมื่อ 21 พ.ค.52) อยู่ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม
ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (Engineering to Order) เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยสามารถผลิตได้ถึงขนาด 333 MVA 525 kV รวมถึงการให้บริการติดตั้ง ซ่อมบำรุง และทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า การผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า
โครงสร้างรายได้และผลประกอบการ 3 ปีหลัง มีดังนี้

ผลงานไตรมาส 1/69 โตก้าวกระโดด
การที่ราคาหุ้นปรับตัวร้อนแรงตั้งแต่เดือน พ.ค.-ปัจจุบัน ส่วนคาดว่าสะท้อนมาจากผลประกอบการไตรมาส 1/69 ที่ประกาศเมื่อ 11 พ.ค.69 โดยมีรายได้รวม 739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งไปถึง 163 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 250% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมากกว่าปี 68 ทั้งปี พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสม 0.15 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีกำหนดจ่ายวันนี้ (10 มิ.ย.69)
“สัมพันธ์ วงษ์ปาน” กรรมการผู้จัดการ TRT ระบุว่า ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เกิดจากศักยภาพของธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายตัวของตลาดพลังงานโลกในยุค AI, Data Center และพลังงานสะอาด
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารบริษัทฯ มีความตั้งใจผลักดันให้ TRT เป็น “หุ้นปันผล” (Dividend Stock) สำหรับนักลงทุนระยะยาว โดยบริษัทมีแนวคิดในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นปีละ 2-4 ครั้ง ตามความเหมาะสมของกระแสเงินสดและผลการดำเนินงานของบริษัท
เตรียมประมูลงานใหม่กว่า 1.25 หมื่นล้านบาท-บุกต่างประเทศ
ผู้บริหาร กล่าวต่อไปว่า TRT เริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระดับประเทศ สู่การเป็น “Global Energy Infrastructure Player” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการขยายตลาดส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “Siemens Energy” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการเข้าสู่ “Global Supply Chain” ด้านพลังงานระดับโลก
ล่าสุดเริ่มส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ (Large Power Transformer) ให้ตลาดสหรัฐฯ ภายใต้โครงการมูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลส่งออกหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ที่สำคัญที่สุดของไทย โดยใช้ทีมวิศวกรไทยภายใต้มาตรฐานระดับโลกของ Siemens Energy
ณ 31 มี.ค.69 ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 3,485 ล้านบาท โดยเป็นงานกลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้าสัดส่วนถึง 94% ทยอยรับรู้รายได้ในปี 69 ประมาณ 2,202 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 70
ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างเข้าประมูลงานและเสนอราคาทั้งในประเทศและต่างประเทศมูลค่ารวมกว่า 1.25 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งงานจาก MEA, PEA, EGAT กลุ่มลูกค้าเอกชน และตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะสามารถคว้างานได้ไม่ต่ำกว่า 20-25%
ราคาพุ่งแรงแต่เทรด P/E เพียง 14.41 เท่า
ทั้งนี้ราคาปิด 9 มิ.ย.69 ซึ่งอยู่ที่ 10.80 บาท คิดเป็นผลตอบแทนถึง 216% จากสิ้นปีก่อน แต่อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่เพียง 14.41 เท่า ต่ำกว่า สิ้นปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 16.67 เท่า มาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 21.86% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 7.43% และสิ้นปี 68 ที่ 5.48%
ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) เพิ่มเป็น 3,326.49 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่ 1,053.39 ล้านบาท
สำหรับราคาหุ้นปิดการซื้อขายรอบเช้าวันนี้ (10 มิ.ย.69) ที่ 10.50 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 2.78% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 30.76 ล้านบาท
ติดตามหุ้นร้อนแรงตัวอื่น ๆ ได้ที่ https://url.in.th/w-stock-articles