หุ้น UMS วิ่งร้อนแรง 5 วันทะยาน 246% ชนซิลลิ่ง 4 วันรวด หลังแก้ฟรีโฟลตจนกลับมาเทรดรอบ 1 ปี กูรูเตือน เสี่ยงสูง เหตุไร้ปัจจัยใหม่ ธุรกิจยังวังวนขาดทุน แถมวอลุ่มต่ำมาก
5 วันพุ่ง 246% แถมซิลลิ่ง 4 วันติด
ราคาหุ้น บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรงต่อเนื่อง 5 วันติดต่อกัน หลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดเครื่องหมายห้ามซื้อขายชั่วคราว (SP) เมื่อ 29 พ.ค.2569 เพราะแก้ไขเรื่องคุณสมบัติการกระจายรายย่อยครบถ้วน
ล่าสุด 8 มิ.ย.69 หุ้น UMS ปิดตลาดที่ 0.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.64 บาท หรือ 246% ในช่วงเวลาเพียง 5 วันทำการ ที่สำคัญราคาหุ้นวิ่งแตะเพดานสูงสุดของวัน (Ceiling) ติดต่อกันถึง 4 วัน
ทั้งนี้ราคาสุดท้ายของ UMS คือ 0.26 บาท เมื่อ 4 มิ.ย.68 จากนั้นถูกขึ้นเครื่องหมาย SP ยาว จนได้กลับมาเทรดอีกครั้งเมื่อ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยปิดตลาดวันนั้นที่ 0.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 15.38% จากนั้น 2 มิ.ย. ปิดตลาดที่ 0.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 33.33% ต่อไปถึงวันที่ 3 มิ.ย. ก็บวกอีก 0.13 บาท ปิดที่ 0.53 บาท เพิ่มขึ้น 32.50% และ 5 มิ.ย. ปิดที่ 0.69 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท หรือ 30.19% กระทั่งล่าสุด 8 มิ.ย. ปิดที่ 0.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.21 บาท หรือ 30.43%

ประวัติบริษัทและธุรกิจ
UMS ก่อตั้งโดย บมจ.ยูนิคแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (UGP) และ “สมบูรณ์ สิริไพบูลย์พงศ์” เมื่อ 17 มี.ค.37 เริ่มต้นประกอบธุรกิจการนำเข้าถ่านหินคุณภาพดีจากต่างประเทศ และจัดจำหน่ายถ่านหินให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศ
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อ 16 ก.ค.47 ราคา IPO ที่ 7.95 บาท พาร์ 1 บาท (เปลี่ยนพาร์เมื่อ 20 เม.ย.50 เหลือ 0.50 บาท) ด้วยธุรกิจผู้นำเข้าถ่านหินคุณภาพดีหรือซื้อจากผู้นำเข้าในประเทศ ซึ่งเป็นถ่านที่มีค่าความร้อนในระดับปานกลาง และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย เพื่อจัดจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดกรุงเทพและปริมณฑลรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง
จากนั้่น ธ.ค.52 บริษัท อะธีน โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) ถือหุ้น 99% เข้าซื้อหุ้น 89.55% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ส่งผลให้ TTA เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
โครงสร้างรายได้ปี 68 มาจาก จำหน่ายถ่านหินและบริการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 154.04 ล้านบาท สัดส่วน 65.78%, พลังงาน 43.02 ล้านบาท สัดส่วน 18.37%, ขนส่ง 34.06 ล้านบาท สัดส่วน 14.54% และ อื่น ๆ 3.07 ล้านบาท สัดส่วน 1.31%
ขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 55 ไร้ปันผลมากว่าทศวรรษ
UMS เริ่มพลิกขาดทุนสุทธิครั้งแรกเมื่อปี 55 จากนั้นก็ขาดทุนยาวต่อเนื่องมาจนถึงปี 67 ทำให้ต้องมีการเพิ่มทุนหลายครั้งเพื่อเสริมสภาพคล่อง ที่สำคัญไม่มีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นมาถึง 14 ปี (ครั้งสุดท้ายจากงวดงบการเงินปี 54)
แม้ผลการดำเนินงานงวดปี 68 จะพลิกกลับมามีกำไรครั้งแรกในรอบ 14 ปี โดยทำได้ 123 ล้านบาท แต่มีกำไรพิเศษจากการขายโรงงานที่ไม่ได้ใช้งานให้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ “บริษัท อะธีน โฮลดิ้ง จำกัด” ทำให้มีกำไรจากการขายสินทรัพย์รวมถึง 241 ล้านบาท โดยนำเงินไปชำระดอกเบี้ยคงค้างและเงินกู้ยืมระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ณ งวดงบฯ ไตรมาส 1/69 พลิกกลับมาขาดทุนอีกครั้งถึง 93 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญ เพราะไตรมาสเดียวขาดทุนมากกว่างบปี 59-67 ทั้งปี โดยมีรายได้เพียง 57 ล้านบาท เท่านั้น

ทั้งนี้จากคำอธิบายงบการเงิน ระบุว่า ไตรมาส 1/69 มีขาดทุนพิเศษที่ไม่ใช่เงินสด 84 ล้านบาท จากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์สกุลดิจิทัลโดยการปรับมูลค่าเงินลงทุนตามราคาตลาด (mark-to-market) เพราะราคาสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลรวมถึงบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
UMS เข้าลงทุนธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์เมื่อปี 65 มูลค่าราว 180 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ยืมจาก TTA ซึ่งจากข้อมูลรายงานประจำปีพบว่ามีรายได้จากธุรกิจนี้ค่อนข้างผันผวน ปี 65 อยู่ที่ 8.27 ล้านบาท, ปี 66 อยู่ที่ 18.63 ล้านบาท, ปี 67 อยู่ที่ 17.80 ล้านบาท และปี 68 อยู่ที่เพียง 1.28 ล้านบาท
ส่องชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด หลังแก้ไข Free Float เรียบร้อย
ขณะที่ข้อมูลล่าสุด UMS กระจายผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ครบตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว โดย ณ 22 พ.ค.69 ผู้ถือหุ้นใหญ่ “บริษัท อะธีน โฮลดิ้ง จำกัด” ขายหุ้นรวม 205.27 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.59% ของทุนชำระแล้ว โดยข้อมูลผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วันปิดสมุด 26 พ.ค.69 ประกอบด้วย
1.”อะธีน โฮลดิ้งส์” ถือ 2,015.21 ล้านหุ้น สัดส่วน 84.38%
2.”ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ” ถือ 119.00 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.98%
3.”DB AG SG SES CLT ACC FOR Albula Investment Fund Limited” ถือ 118.00 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.94%
4.”พิชญฎา พงษ์นุเคราะห์ศิริ” ถือ 83.33 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.49%
5.”ประยุทธ์ มหากิจศิริ” ถือ 6.56 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.27%
6.”ไทยเอ็นวีดีอาร์” ถือ 4.04 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.17%
7.”รัชตะ ฐิตยานุรักษ์” ถือ 2.10 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.09%
8.”สุนทร จารุมนต์” ถือ 2.09 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.09%
9.”นันท์นภัส อัจจมาลย์วรา” ถือ 2.00 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.08%
10.”สุธี ลิ่มอติบูลย์” ถือ 1.77 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.07%
ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีทั้งสิ้น 1,325 ราย ถือหุ้นรวม 366.58 ล้านหุ้น คิดเป็น 15.35% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วของบริษัทฯ
เปิดชื่อทีมบริหาร
สำหรับทีมคณะกรรมการและผู้บริหาร ณ 5 มิ.ย.69 ประกอบด้วย
1.”เฉลิมชัย มหากิจศิริ” ประธานกรรมการ
2.”โดม ลิ่วลมวิบูลย์” กรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) และ กรรมการ
3.”ธราธร วงศ์ประศาสตร์” รองประธานกรรมการ และ กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ
4.”สมพร จิตเป็นธม” กรรมการอิสระ และ ประธานกรรมการตรวจสอบ
5.”เอกทิพย์ ทิพย์ภวัง” กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ
ระวังเก็งกำไร ไร้ข่าวบวก-บทวิเคราะห์ แถมวอลุ่มบางเฉียบ
สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้น UMS (ปรับตามพาร์ใหม่) เคยขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) เมื่อ 24 ต.ค.60 ถึง 19.03 บาท ก่อนจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ตามการดำเนินงานที่ขาดทุน หลุดต่ำกว่า 1 บาท ครั้งแรกปี 61 แม้จะฟื้นขึ้นไปได้บ้างบางช่วง แต่สุดท้ายก็จะลดลงเสมอ ซึ่งล่าสุดที่ราคายืนเหนือ 1 บาทคือ 26 ก.ค.66 (1.19 บาท) จากนั้นไม่เคยสูงกว่าระดับนั้นอีกเลย จนล่าสุดที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบ 19 เดือนที่ 0.90 บาท (ครั้งสุดท้าย 0.96 เมื่อ 13 พ.ย.67)
แหล่งข่าวนักวิเคราะห์ ระบุว่า การปรับตัวขึ้นมาแรงช่วงนี้น่าจะเกิดจากแรงเก็งกำไร หลังกลับมาซื้อขายในรอบ 1 ปี อย่างไรต้องระมัดระวัง เพราะไม่มีข่าวหรือข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจและผลการดำเนินงาน รวมถึงไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ ขณะเดียวกันผลประกอบการปกติยังขาดทุนต่อเนื่อง ที่สำคัญมูลค่าการซื้อขายต่ำมาก โดย 5 วันทำการล่าสุด มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยเพียง 1.62 ล้านบาท เท่านั้น