ส่องอนาคต PLANB หลังกวาดหุ้น COM7 เข้าพอร์ 263 ล้านหุ้น (11.01%) มูลค่า 7,219 ล้านบาท นักวิเคราะห์คาดเติมอัปไซด์ทั้งมูลค่าและกำไร รวมถึง Synergy ธุรกิจในระยะยาว แถมจ่อรับปันผลสูงสม่ำเสมอ ฟากบิ๊ก COM7 ยันกอดหุ้นแน่น ไม่ได้ขายออก แต่จับตา “พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี” เพราะถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 บริษัท
PLANB กวาด COM7 เข้าพอร์ต 11.01% มูลค่า 7,219 ลบ.
30 มิ.ย.2569 บมจ.แพลน บีมีเดีย (PLANB) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติซื้อหุ้น บมจ.คอมเซเว่น (COM7) จำนวนไม่เกิน 263 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 11.01% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ COM7 มูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 7,219 ล้านบาท
สาเหตุของดีลนี้ PLANB ระบุว่า COM7 เป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในประเทศไทย มีเครือข่ายสาขาและช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุม ภายใต้แบรนด์ชั้นนำของตลาด เช่น BaNANA และ Studio7
COM7 มีโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ค้าปลีก ค้าส่ง บริการหลังการขาย และช่องทางออนไลน์รวมถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตตามแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ COM7 ยังมีการขยายธุรกิจไปยังบริการใน Ecosystem ของสินค้าเทคโนโลยี อาทิ บริการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสินค้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EV ซึ่งสะท้อนถึงการต่อยอดจากธุรกิจค้าปลีกสู่บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
PLANB เชื่อว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยสร้างผลตอบแทนในระยะยาว รวมถึงผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลตามผลประกอบการและนโยบายการจ่ายเงินปันผลของ COM7 ตามการเติบโตของธุรกิจและการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวเนื่อง
นอกจากนี้เปิดโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง PLANB และ COM7 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ สร้างโอกาสในการเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว
แหล่งเงินทุนสำหรับทำธุรกรรม
PLANB ระบุว่าจะใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเป็นหลัก ซึ่งจากการพิจารณาความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ของบริษัท เห็นว่าจะไม่ส่งผลที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานปกติของบริษัท
ขณะเดียวกันจะนำหุ้น COM7 บางส่วนที่ถืออยู่จำนำเป็นหลักประกันเพื่อให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้นจากสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ PLANB จะต้องนำเงินปันผลบางส่วนที่ได้รับจาก COM7 มาชำระคืนเงินกู้ยืมตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด
ส่องงบการเงิน PLANB
PLANB มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งต่อเนื่องตั้งแต่ปี 65 – ไตรมาส 1/69 เติบโตทั้งรายได้ และ กำไรสุทธิ รวมถึงมีเงินสดจากการดำเนินงานสูง ขณะเดียวกันมีหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงต่อเนื่อง ล่าสุด ณ ไตรมาส 1/69 เหลือเพียง 0.55 เท่า

นักวิเคราะห์มองบวกต่อหุ้น PLANB
ขณะที่หลังจากประกาศเข้าซื้อหุ้น COM7 มีบทวิเคราะห์หุ้น PLANB ที่อัปเดต 3 แห่ง โดย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี มองบวกต่อดีลนี้ ซึ่งตามสัดส่วนการถือหุ้น 11% เบื้องต้น PLANB จะรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนรูปบบ “รายได้ดอกบี้ยรับ” ที่คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ใกล้เคียงกับต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นประมาณ 290-360 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน PLANB ที่จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นลำดับ 2-3 เชื่อว่าจะมีโอกาสเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วน Board Seat ให้เกิน 20% และเปลี่ยนวิธีการรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นแบบ “ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุน” ซึ่งจะเป็นบวกต่อ “มูลค่าเพิ่มต่อหุ้น” ของ PLANB
ดีลนี้จะเพิ่มมูลค่าหุ้น PLANB ได้ 0.72-1.11 บาทต่อหุ้น จากส่วนแบ่งกำไร (11% เกือบ 500 ล้านบาท) ที่สูงกว่าต้นทุนเงินทุน (4-5% ราว 290-360 ล้านบาท) อิงจาก Implies คาดการณ์ P/E ปี 69 ที่ 25 เท่า
ดีลนี้จะเพิ่มอัปไซด์ต่อกำไร PLANB ราว 11-17% (คิดเสมือนรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก COM7 เต็มปี) ขณะเดียวกันมีโอกาสใช้ประโยชน์จากช่องทางการขายสินค้าทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ของ COM7 เป็นต้น
การลงทุนนี้จะทำให้ อัตราหนี้สินที่มีภารพดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น (IBD/E) เพิ่มขึ้นจาก 0.26 เท่า เป็น 0.82 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่า 1 เท่า ถือว่า PLANB ยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ประเมินภายใต้สมมิตฐาน COM7 มีกำไรสุทธิปี 69 ที่ 4,501 ล้านบาท (จาก Consensus) คาด PLANB จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่ 496 ล้านบาท (คิดเสมือนรับรู้เต็มปี) และมีต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ 290-360 ล้านบาท (ต้นทุน 4-5%) ทำให้รับรู้ผลตอบแทนสุทธิที่ 135-207 ล้านบาท (คิดเสมือนรับรู้เต็มปี)
COM7 จ่ายเงินปันผลสัดส่วนมากกว่า 60% ของกำไร คาด PLANB จะรับรู้เงินสดรับจากการลงทุนใน COM7 ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทต่อปี (อิงกำไรปี 68)
ราคาหุ้น COM7 ที่ PLANB เข้าลงทุนอยู่ที่ราว 27.43 บาทต่อหุ้น มีส่วนลด 10% เมื่อเทียบกับ Consensus ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย COM7 ที่ 30.05 บาท
แนะนำ “ซื้อ” PLANB ราคาเป้าหมายที่ 6.50 บาท ซึ่งยังมีอัปไซด์ 0.72-1.11 บาทต่อหุ้นจากการลงทุนข้างต้น และเป็นหุ้น Top Pick กลุ่มมีเดีย คาดกำไรสุทธิ 1,214 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน และมีอัปไซด์อีก 5-8% กรณีรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุน COM7 ในครึ่งหลังปี 69
ด้าน บล.เอเซีย พลัส มองว่า มูลค่าของดีลนี้ ไม่ได้อยู่ที่เงินปันผลหรือส่วนต่างราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจร่วมกันระหว่าง PLANB และ COM7 โดย COM7 มี เครือข่ายร้านค้ากว่า 1,300 สาขา และฐานลูกค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ PLANB มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อนอกบ้านและสื่อ ณ จุดขาย หากสามารถต่อยอดร้าน BaNANA และ Studio7 ให้เป็นเครือข่ายสื่อเชิงพาณิชย์ได้ จะช่วยขยายฐานรายได้และเพิ่ม ศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการเกิด Synergy ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาสื่อภายในร้าน การสร้างแพลตฟอร์มการตลาดร่วม หรือรายได้ใหม่ที่เกิดจากฐานลูกค้าของ COM7 เพราะหากไม่สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้จริง ดีลนี้อาจถูกมองเป็นเพียงการลงทุนทางการเงินขนาดใหญ่เท่านั้น
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 5.70 บาท คาดว่าผลการดำเนินงานจะเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง จากการเพิ่มพื้นที่สื่อ การปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณา และการเติบโตของธุรกิจมวยที่มีอัตรากำไรสูง โดยประมาณการปัจจุบันยังไม่ได้รวมผลกระทบจากดีล COM7
ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ประเมินดีลนี้เป็นปัจจัยบวกเชิงต่อยอดธุรกิจ เนื่องจาก COM7 เป็นผู้นำค้าปลีกเทคโนโลยีที่มีเครือข่ายสาขาแข็งแกร่ง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ (ปี 68 จ่าย 1.10 บาท/หุ้น คิดเป็น Payout ratio ~65% ของงบรวม) ช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจ OOH ที่ผันผวนตามเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสต่อยอด Retail Media ร่วมกัน
ในแง่ราคาถือว่าไม่แพง (จ่ายเฉลี่ย 27.4 บาท/หุ้น ใกล้เคียงราคาตลาด 27.75 บาท, P/E ~15.2x สูงกว่า COM7 เล็กน้อย แต่ต่ำกว่า P/E ของ PLANB เอง) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากถือหุ้นเพียง 11.01% จะรับรู้เฉพาะเงินปันผลรับ (~289 ล้านบาท/ปี) และเนื่องจากใช้เงินกู้ 100% มูลค่าสุทธิที่เพิ่มต่อหุ้น PLANB จึงแทบไม่มีนัยสำคัญ พร้อมความเสี่ยงดอกเบี้ยจ่ายจากสมมติฐาน 5% (~360 ล้านบาท/ปี) อาจสูงกว่าเงินปันผลรับในระยะสั้น
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 5.50 บาท คิดเป็นอัปไซด์ราว 18% รวม Dividend Yield ปี 69 ที่ประมาณ 5.4% ให้ Total Return กว่า 23% ขณะที่ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 69 เพียง 17 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 3.7 เท่า ต่ำกว่าพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับ D/E ต่ำเพียง 0.1 เท่า
“สุระ คณิตทวีกุล” บิ๊ก COM7 ยันบอร์ดทุกคนยังถือหุ้นแน่น
ฝั่ง COM7 ล่าสุด “สุระ คณิตทวีกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ยืนยันว่า ตนและและคณะกรรมการบริษัททุกรายไม่ได้ขายหุ้นในรายการดังกล่าว โดยจะแจ้งรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ที่เกี่ยวข้องให้ทราบอีกครั้ง
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่ออำนาจควบคุม โครงสร้างการบริหารงาน ตลอดจนการกำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด และ PLANB ไม่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดในบริษัท (Mandatory Tender Offer) เนื่องจากยังไม่ข้ามจุดที่ต้องทำ Tender Offer
จับตาสัดส่วนหุ้น “พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี” รายใหญ่ที่ถือหุ้นอันดับ 2
ทั้งนี้แหล่งข่าวนักวิเคราะห์ประเมินว่า การซื้อหุ้น COM7 ของ PLANB น่าจะมาจากการซื้อหุ้น Big Lot จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีสัดส่วนหุ้นมากพอ เพราะจำนวนที่ PLANB ซื้อ 263 ล้านหุ้น หรือ 11.01% หาก PLANB ซื้อในกระดาน จะทำให้ราคาหุ้นผันผวนสูงขึ้นอย่างรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมราคาต้นทุนเฉลี่ยไม่ให้เกิน 27.45 บาท (คำนวณจากวงเงินลงทุนไม่เกิน 7,219 ล้านบาท)
ขณะที่ดูข้อมูลผู้ถือหุ้นใหญ่ของ COM7 ล่าสุด ณ วันปิดสมุด 11 มี.ค.69 มีเพียง “พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี” นักลงทุนรายใหญ่ ที่ถือ 473.27 ล้านหุ้น หรือ 19.95% ซึ่งถือหุ้นอันดับ 2 เพราะอันดับ 1 อย่าง “สุระ คณิตทวีกุล” แจ้งแล้วว่าไม่ได้ขายหุ้น
ขณะเดียวกันมีจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจคือ “พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี” ถือหุ้นใหญ่ PLANB อันดับ 5 จำนวน 157 ล้านหุ้น หรือ 3.41%
ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ COM7 คือ บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 219.68 ล้านหุ้น หรือ 9.20% โดยถือหุ้น PLANB ด้วย 121.26 ล้านหุ้น หรือ 2.64%
นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส มองว่า การเข้ามาถือหุ้นของ PLANB จะยังไม่มีผลกระทบเชิงปัจจัยพื้นฐานต่อ COM7 ในระยะสั้น เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดของความร่วมมือ ทางธุรกิจระหว่าง COM7 และ PLANB
คาดว่าหากมีความร่วมมือกับ PLANB ในอนาคต น่าจะเป็นธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจ สินเชื่อ (UFUND) ธุรกิจประกันภัย (iCare Insurance) และธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (Gold Integrate) ซึ่งโดยปกติการเริ่มธุรกิจใหม่ อาจยังไม่สามารถสร้างผลกำไรที่มีนัยสำคัญให้กับบริษัทในช่วงปีแรก ๆ ของธุรกิจ
ประมาณการกำไรปี 69 ของ COM7 ที่ 4.3 พันล้านบาท (+3% YoY) และคงราคาเป้าหมายปี 69 ที่ 25.50 บาท แต่ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ขาย” จากเดิม “Trading” เนื่องจาก ราคาหุ้นถูกผลักดันจากการที่ PLANB เข้ามาซื้อหุ้น โดยปรับขึ้นมา 18% นับจากวันที่ PLANB เริ่มเข้ามาถือหุ้นครั้งแรก ซึ่งหลังจากนี้น่าจะหมดแรงหนุนในประเด็นนี้ ขณะเดียวกันแนวโน้มกำไรที่คาดจะเข้าสู่ช่วง Low Season ในช่วง 2-3/69 และความกังวลต่อราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นกดดันยอดขายในอนาคต
ล่าสุด COM7 ปิดการซื้อขาย 1 ก.ค.69 ที่ 28.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.80% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 894.44 ล้านบาท
ส่วน PLANB ปิดการซื้่อขายที่ 4.82 บาท เพิ่มขึ้น 0.18 บาท หรือ 3.88% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 693.85 ล้านบาท
