ผ่า 3 หุ้นโรงแรม CENTEL-ERW-AWC หลังปีนี้ราคาพุ่ง 30-51% แถมกำไรแจ่ม โบรกฯ คาด Q3/69 จ่อโตทั้ง QoQ-YoY พร้อมเปิดราคาเป้าหมายและคำแนะนำลงทุน
นักท่องเที่ยวหาย 1 ล้านคน แต่รายได้โต
28 ต.ค. 2569 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างชาติปีนี้จะลดลงเหลือ 32 ล้านราย หรือหายไป 1 ล้านราย จากปีก่อนที่ 33 ล้านราย โดยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในคาดการณ์เดียวกัน ประเมินรายได้จากภาคท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านบาท จากปีก่อนที่ 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อหารจำนวนนักท่องเที่ยวจะเท่ากับ การใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่เฉลี่ยราว 46,900 บาท เพิ่มขึ้นราว 10% จากราว 42,400 บาทในปีก่อน
นอกจากนี้ กนง. คาดว่าปี 70 นักท่องเที่ยวจะฟื้นกลับมาที่ 34.5 ล้านคน และรายได้ 1.6 ล้านล้านบาท
พบ 3 หุ้นโรงแรมพุ่งแรงชนะ SET และ กลุ่มฯ
ทั้งนี้เมื่อสำรวจผลตอบแทนราคาหุ้นกลุ่มธุรกิจโรงแรม พบว่า มี 3 หุ้นที่ราคาตั้งแต่ต้นปีถึง 29 ต.ค. 69 (YTD) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย
- บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ราคาขึ้นจาก 2.12 บาท ณ สิ้นปี 68 มาปิดที่ 3.20 บาท เมื่อ 29 ต.ค. 69 เพิ่มขึ้น 50.9% ระหว่างปีเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 3.34 บาท
- บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) ที่ขึ้นจาก 2.44 บาทเป็น 3.56 บาท หรือ 45.9% โดยเคยแตะจุดสูงสุดของปีที่ 3.94 บาท
- บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ขึ้นจาก 34.25 บาทเป็น 44.50 บาท หรือ 29.9% และเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 47.50 บาท

ขณะที่หุ้นอื่น ๆ ในกลุ่มธุรกิจใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่ติดลบ 5-20% อาทิ
- บมจ.ดุสิตธานี (DUSIT) ลดลง 6.4% จาก 10.90 บาท เหลือ 10.20 บาท
- บมจ.โรงแรมแชงกรี-ลา (SHANG) ลดลง 8.6% จาก 46.50 บาท เหลือ 42.50 บาท
- บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) ลดลง 15.8% จาก 1.71 บาท เหลือ 1.44 บาท
- บมจ.โรงแรมแมนดาริน (MANRIN) ลดลง 15.4% จาก 24.00 บาท เหลือ 20.30 บาท
- บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ลดลง 15.6% จาก 24.30 บาท เหลือ 20.50 บาท
- บมจ.โอเรียนเต็ลโฮเต็ล (ประเทศไทย) หรือ OHTL ลดลง 16.4% จาก 317 บาท เหลือ 265 บาท
- บมจ.เบาด์ แอนด์ บียอนด์ (BEYOND) ลดลง 19.8% จาก 8.85 บาท เหลือ 7.10 บาท
ด้าน บมจ.เอเชียโฮเต็ล (ASIA) และ บมจ.วีรันดา รีสอร์ท (VRANDA) ที่ปรับขึ้นเล็กน้อย 2-5%
ส่วนใหญ่กำไรโตเด่น
สำหรับผลประกอบการหุ้นในกลุ่มโรงแรม ส่วนใหญ่กำไรครึ่งแรกปี 69 เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) มีเพียง 4 บริษัทที่กำไรลดลงและพลิกขาดทุน

ส่วน CENTEL, ERW และ AWC กำไรครึ่งแรกปี 69 เติบโต 169.1% YoY, 9.6% YoY และ 2.4% YoY ตามลำดับ โดย AWC มีกำไรมากสุดใน 3 บริษัทนี้ที่ 3,455 ล้านบาท รองลงมาคือ CENTEL ที่ 2,309 ล้านบาท และ ERW ที่ 448 ล้านบาท
ด้าน MINT กำไรครึ่งปีแรกสูงสุดในกลุ่มที่ 3,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY แต่ราคาหุ้นกลับวิ่งส่วนทาง โดยติดลบ 15.6% YTD
โบรกฯ ส่วนใหญ่เชียร์ “ซื้อ” ERW ราคาเป้า 3.8-4.8 บาท คาดกำไร Q3/69 โตแรง QoQ-YoY
สำรวจบทวิเคราะห์ จาก IAA Consensus เฉพาะที่อัปเดตภายในเดือน ต.ค. 69 พบว่า มี 14 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือ โบรกเกอร์ ประเมินหุ้น ERW โดย 5 บทวิเคราะห์ คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 จะเติบโตโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และ ช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)
- บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 119 ล้านบาท เติบโต 111% YoY และ 44% QoQ ปัจจัยหนุนคือค่าห้องที่ฟื้นตัว การขยาย Hop Inn ต้นทุนการเงินที่ลดลง และฐานต่ำปีก่อนจากค่าซ่อมแซมหลังแผ่นดินไหว รายได้ต่อห้องกลุ่มโรงแรม 5 ดาวถึงประหยัดคาดโต 7% สูงกว่าเป้าบริษัทที่ 5% จึงอัปเกรดคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”
- บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 116 ล้านบาท เติบโต 116% YoY และ 61% QoQ หนุนจากรายได้ต่อห้องที่โตจากค่าห้องเฉลี่ย โดยเฉพาะกลุ่มลักชัวรีที่โต 10% อัตรากำไร EBITDA ที่ขยับขึ้นเป็น 28.5% และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง 12% หลังรีไฟแนนซ์ นอกจากนี้มีเงินชดเชยประกันราว 80 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิไตรมาส 3 อาจสูงถึงราว 196 ล้านบาท
- บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% YoY และ 59% QoQ เพราะรายได้ต่อห้องของโรงแรมในไทยที่แข็งแกร่ง การขยาย Hop Inn และต้นทุนการเงินที่ลดลง มองว่าประมาณการกำไรทั้งปีมีโอกาสปรับขึ้นอีก 5-10% และกำไรปี 70 จะโตต่อราว 12%
- บล.กรุงศรี คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% YoY และ 35% QoQ โดยประเมินว่ารายได้จะโต 8% Hop Inn เปิดใหม่ 7 แห่งในรอบ 1 ปี อัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 56.3% และดอกเบี้ยจ่ายลดลง 14% มองว่าไตรมาส 4 จะโตต่อจากการประชุม IMF-World Bank และงาน Tomorrowland ซึ่งช่วยให้ขึ้นค่าห้องได้ 30-40% ในช่วงงาน
- บล.พาย คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% YoY และ 46% QoQ หนุนจากลูกค้าตะวันออกกลางและนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัว รายได้ต่อห้องกลุ่มลักชัวรีถึงประหยัดโต 7% จากค่าห้องเฉลี่ยที่ขึ้น 8% และคาดว่าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณจะขึ้นค่าห้องได้อีก 10-15% ในปี 70
ทั้งนี้บทวิเคราะห์ 13 จาก 14 โบรกเกอร์ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.8-4.8 บาท อัปไซด์เทียบราคาปิดล่าสุด 29 ต.ค. 69 สูง 6.7-34.8% โดยมีเพียงโบรกเกอร์เดียวแนะนำ “ขาย”

CENTEL กำไร Q3/69 โตต่อทั้ง QoQ-YoY แต่อัปไซด์เริ่มจำกัด
สำหรับหุ้น CENTEL มีบทวิเคราะห์ อัปเดตเดือน ต.ค. 69 รวม 8 โบรกเกอร์ ซึ่งมี 4 แห่ง ประมาณการกำไรปกติไตรมาส 3/69 โดยคาดเติบโตทั้ง QoQ และ YoY
- บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 265 ล้านบาท เติบโต 39% YoY และ 51% QoQ ประเมินรายได้ต่อห้องของโรงแรมในไทยโต 13% และในมัลดีฟส์โต 34% ช่วยชดเชยโรงแรมในญี่ปุ่นที่ลดลง 41% ธุรกิจอาหารขยายเป็น 1,510 สาขา ดอกเบี้ยจ่ายลดลง และยอดจองล่วงหน้าไตรมาส 4 ของโรงแรมในไทยโตระดับ 15%
- บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 240 ล้านบาท เติบโต 25% YoY และ 36% QoQ หนุนจากรายได้ต่อห้องที่โตและรายได้ธุรกิจอาหารที่ขยายตามจำนวนสาขา คาดว่ากำไรไตรมาส 4 จะโตต่อจากไฮซีซัน การฟื้นตัวของโรงแรมในมัลดีฟส์และดูไบ และงานประชุมขนาดใหญ่ เลือก CENTEL เป็น Top Pick กลุ่มท่องเที่ยวสำหรับไตรมาส 4 และคาดกำไรปกติปี 70 ที่ 2,700 ล้านบาท (+15% YoY)
- บล.พาย คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ที่ 234 ล้านบาท เติบโต 46% YoY และ 41% QoQ ประเมินว่าธุรกิจโรงแรมพลิกเป็นกำไรเล็กน้อยจากขาดทุน 35 ล้านบาทในไตรมาส 3/68 หลังปรับปรุงโรงแรมในไทยเสร็จและโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ดีขึ้น อัตราเข้าพักขึ้นเป็น 70% แต่ลดคำแนะนำเป็น “ถือ” เพราะคาดว่าไตรมาส 4 จะโตช้าลงจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
- บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 230 ล้านบาท เติบโต 20% YoY และ 30% QoQ มองว่า รายได้โรงแรมจะโต 9.5% จากโรงแรมต่างจังหวัดในไทยที่รายได้ต่อห้องโต 15.7% และมัลดีฟส์ที่โต 37.5% ขณะที่ดูไบและญี่ปุ่นยังกดดัน ธุรกิจอาหารโต 4.5% แต่ลดคำแนะนำเป็น “ถือ” เพราะมองว่าราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตไปแล้ว
ทั้งนี้บทวิเคราะห์ 8 โบรกเกอร์ แนะนำ “ซื้อ” 5 แห่ง และ แนะนำ “ถือ” 3 แห่ง

AWC กำไรโต QoQ-YoY แถมจ่อขายกอง REIT
ส่วนหุ้น AWC บทวิเคราะห์ที่อัปเดตเดือน ต.ค. 69 มี 7 โบรกเกอร์ คาดกำไรเติบโตทั้ง QoQ และ YoY เช่นกัน และให้จับตาการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT จะช่วยปลดล็อกมูลค่าธุรกิจ
- บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 448 ล้านบาท เติบโต 53% YoY และ 93% QoQ หนุนจากรายได้และอัตรากำไรโรงแรมที่ฟื้นตัว ต้นทุนการเงินที่ลดลง และฐานต่ำปีก่อน รายได้ต่อห้องทั้งพอร์ตคาดโต 25% และไตรมาส 4 จะได้แรงหนุนจากไฮซีซัน การประชุม IMF-World Bank และโรงแรม Fairmont
- บล.กรุงศรี คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 447 ล้านบาส เติบโต 52% YoY และ 92% QoQ จากการเติบโตโดดเด่นของธุรกิจโรงแรมที่มี RevPAR รวมเติบโตสูงถึง +25% YoY และ +27% QoQ หนุนรายได้ธุรกิจโรงแรมเติบโต +22% YoY และ +24% QoQ ปัจจัยบวกจากการจัดงาน Event ระดับโลกในประเทศไทย การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน และการเปิดโรงแรมใหม่ Fairmont
- บล.พาย มองบวกต่อแผนการจัดตั้งกอง REIT ที่จะส่งผลบวกและปลดล็อกมูลค่าธุรกิจระยะยาว หมุนเงินกลับไปพัฒนาสินทรัพย์ได้ต่อเนื่อง ประเมิน AWC จะรับรู้ Fair Value Gain ราว 1 หมื่นล้านบาท หลังหักภาษี เมื่อขายสินทรัพย์ 5 แห่งเข้ากอง REIT และได้รับกระแสเงินสดราว 3.2 หมื่น
- บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินว่ากอง REIT ระดมทุนได้สูงสุด 5.14 หมื่นล้านบาท ด้วยสินทรัพย์ชุดแรกเป็นโรงแรม 4 แห่งและอาคาร The Empire และจะเป็นช่องทางหมุนเวียนสินทรัพย์ของ AWC ต่อไป
ทั้งนี้บทวิเคราะห์ 6 จาก 7 แห่ง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.46-4.10 บาท

อ่านบทความเจาะลึกหุ้นรายกลุ่มที่เป็นกระแสและน่าสนใจเพิ่มเติมที่ : https://url.in.th/w-efin-stockarticles