จับตาหุ้น EPG อีกหนึ่งธุรกิจโตเด่นรับเทรนด์ AI-Data Center พบราคาหุ้นปีนี้บวกแรงกว่า 120% โบรกเกอร์คาดกำไรขาขึ้น มาร์จิ้นสูง ลุ้นนิวไฮต่อเนื่อง ราคาเป้าหมาย 8.15-8.8 บาท อัปไซด์ 30-41% แถมคาดจากยีลด์ปันผลสูงสุด 4.32%
ราคาหุ้นปีนี้พุ่ง 120%
บมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) ราคาหุ้นปีนี้บวกแรง 120% โดยราคาปิด 24 ก.ค.69 อยู่ที่ 6.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.41 บาท จากสิ้นปีก่อน มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 71.36 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากปีก่อนที่เฉลี่ย 6.01 ล้านบาทต่อวัน
ล่าสุดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) เพิ่มเป็น 1.75 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่ 7,952 ล้านบาท โดยมีระดับอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เพียง 13.51 เท่า และ อัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (P/BV) เพียง 1.31 เท่า
EPG ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) มีการลงทุนหลักในธุรกิจแปรรูปพลาสติก ได้แก่
- ธุรกิจผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด (AFC) ซึ่งเป็นบริษัทแกน ภายใต้เครื่องหมายการค้า “AEROFLEX”
- ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด (ARK) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “AEROKLAS”
- ธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก ดำเนินการโดย บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด (EPP) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “EPP”
ผลงานปี 68/69 รายได้ทรงตัว แต่กำไรโตระเบิด 63%
EPG ประกาศผลการดำเนินงานปี 68/69 (สิ้นสุด มี.ค.69) รายได้รวม 1.37 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อนหน้า แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 63% ทำได้ 1,295 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าทำได้เพียง 796 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 9.57% จากปีก่อนที่ 5.78%
สาเหตุที่ศักยภาพการทำกำไรสูงขึ้น เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง จากการปรับโครงสร้างองค์กรและเสริมวินัยด้านต้นทุน รวมถึงบริหารเงินทุนหมุนเวียนและกำลังการผลิดอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทร่วมในประเทศอินเดีย, จีน และไทย ขณะเดียวกันมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นด้วย
EPG ตั้งเป้ารายได้ปี 69/70 แตะ 1.38 หมื่นล้านบาท กำไรข้นต้น 30-33%
“เฉลียว วิทูรปกรณ์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPG ตั้งเป้ารายได้ปี 69/70 (สิ้นสุด มี.ค.70) แตะ 1.38 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 2-3% จากปีก่อน พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ระดับ 30-33%
คาดว่าทุก BU จะเติบโตได้ โดย AEROFLEX จะเติบโต 2-3%, AEROKLAS เติบโตได้มากกว่า 1% และ EPP จะเติบโตได้ราว 5%
ขณะเดียวกันบริษัทมุ่งเน้นการสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างรอบคอบ รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการสร้างผลกำไร ควบคู่กับการเสริมสร้างระบบกำกับดูแลกิจการที่ดี
นอกจากนี้ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX ตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น 2.5% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากฉนวนกันความร้อน/เย็น เกรดพรีเมี่ยมสำหรับระบบ HVAC และ Air Ducting System ที่มุ่งเน้นทำการตลาดภายในไทย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น
สำหรับตลาดสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการลงทุนในอุตสาหกรรม Semiconductor/ Cloud/ Data Center และยานยนต์ ส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่ม Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้มการอนุรักษ์พลังงานในระยะยาว Aeroflex USA Inc มุ่งเน้นการปรับสมดุลให้กับกลุ่มสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารราคาอย่างเหมาะสม
โบรกฯ คาดกำไร Q1 ปี 69/70 โตรอบ 11 ไตรมาส
ทั้งนี้เมื่อสำรวจบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่อัปเดตข้อมูลหลังการประกาศงบการเงินปี 68/69 ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ไตรมาส 1 ปี 69/70 จะเติบโตต่อเนื่อง และสูงสุดรอบ 11 ไตรมาส
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรปกติที่ 418.6 ล้านบาท (+28.2% YoY, +19.7% QoQ) สูงสุดรอบ 11 ไตรมาส จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวต่อเนื่องและรายได้เติบโตแข็งแกร่ง
ธุรกิจ AEROFLEX จะเติบโตโดดเด่นสุด จากยอดขายในสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่ง หนุนจากอุตสาหกรรมที่ยังคงมีความต้องการใช้สินค้าฉนวนที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่ม Semiconductor, Clean room และ Data Center เป็นต้น ซึ่งยังคงใช้สินค้าในเกรด Premium และมีการปรับราคาขายขึ้น ทำให้ GPM ปรับตัวดีขึ้น
บล.ดาโอ คาดกำไรสุทธิ 400 ล้านบาท (+50% YoY, +5% QoQ) ธุรกิจ AEROFLEX และ EPP จะยังเติบโตโดดเด่นและแข็งแกร่ง
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติ 410 ล้านบาท (+19.1% YoY, +18.2% QoQ)
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดกำไรปกติ 404 ล้านบาท (+16.1%YoY, 14.4%QoQ)
EPG เป็นผู้ผลิตฉนวนระดับโลกในทีม AI Avenger ของประเทศไทย
บล.โกลเบล็ก ระบุว่า EPG ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 2 ใน 3 จะมาจากหน่วยธุรกิจฉนวน Aeroflex ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายให้กับ AI Data center สามารถเห็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในวัฏจักรซูเปอร์ไซเคิลของ AI ในช่วงปี 69-71
โรงงานผลิตฉนวนของ EPG ในสหรัฐฯ พร้อมที่จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของ EPG โดยพิจารณาจาก การขยายกำลังการผลิตสามารถรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับ AI Data center และพื้นที่โรงงานย้ายฐานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ สำหรับปีต่อๆ ไป
ทั้งนี้ EPG มีแผนขยายกำลังการผลิตเป็น 15,000 ตันต่อปีในอนาคต เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานที่มีอยู่ออกตัวเพิ่มขึ้นอย่างเร็วเข้าใกล้ระดับสูงสุดที่มีประสิทธิภาพที่ 85%
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินต่อไปว่า แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 69/70 จะเติบโตต่อเนื่อง QoQ และ YoY หนุนจากคำสั่งซื้อฉนวนยางกันความร้อนที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายการลงทุนของ AI Infrastructure ทั้งโครงการ Data Center และโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐฯ ซึ่งความต้องการเน้นไปที่ฉนวนยางกันความร้อนเกรด Premium ที่มีคุณสมบัติเด่นในการเก็บรักษาอุณหภูมิ ไม่ลามไฟ และไม่สร้างฝุ่น
บริษัทย่อยในสหรัฐฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดของฉนวนยางกันความร้อนสูงกว่า 30% ส่งผลให้ได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ในไตรมาส 2 จะเริ่มเห็นผลบวกอย่างเต็มที่จากการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าในเดือน พ.ค.และ ก.ค. ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขยายตัวขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
สำหรับธุรกิจอะไหล่ยานยนต์ในออสเตรเลีย (TJM/Aeroklas) แผนการลดค่าใช้จ่ายดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามแผน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านค่าใช้จ่าย SG&A และสนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรโดยรวม
คาดทั้งปี 69/70 กำไรโต 12-23%
บทวิเคราะห์ 5 โบรกเกอร์ ประเมินปี 69/70 รายได้ของ EPG จะเติบโต 1.18-2.77% อยู่ที่ 1.39 – 1.41 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิจะเติบโต 12-23% อยู่ที่ 1,452 – 1,598 ล้านบาท

ราคาเป้าหมาย 8.15-8.8 บาท อัปไซด์เพียบ แถมคาดปันผลยีลด์สูงสุด 4.32%
ทั้งนี้บทวิเคราะห์ ระบุว่า แม้ราคาหุ้น EPG จะปรับตัวขึ้นมาแล้วปีนี้กว่า 120% แต่ Valuation ยังถือว่าไม่แพง เมื่อเทียบกับคาดการณ์การเติบโตในระยะถัดไป โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 8.15-8.8 บาท

ราคาเป้าหมายตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เทียบกับราคาล่าสุดที่ 6.25 บาท มีอัปไซด์สูง 30.4-40.8%
ขณะที่ประเมินปีนี้จะจ่ายเงินปันผลที่ 0.16-0.27 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน (Div.Yield) 2.56-4.32%
อ่านบทความเจาะลึกหุ้นรายตัวเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews