เปิดเส้นทาง CIMBT-GLAND-LRH ในตลาดหุ้นไทย เหตุเหลือเวลาเทรดอีกแค่ 7 วันสุดท้าย ก่อนถูกเพิกถอน 12 ก.ย.นี้ เหตุฟรีโฟลตต่ำเกณฑ์ หลังอยู่มานานกว่า 17-33 ปี รายย่อยกว่าหมื่นรายเตรียมปล่อยของ สายเก็งกำไรระมัดระวัง
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเทรด CIMBT-GLAND-LRH รอบสุดท้าย 7 วันก่อนเพิกถอน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งเตือน (alert) ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั่วไป ให้ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อขายหุ้น ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT), บมจ.แกรนด์ คาแนล แลนด์ (GLAND) และ บมจ.ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล (LRH) ซึ่งจะเปิดเทรดรอบสุดท้าย 7 วันทำการ 3-11 ก.ย.2569
หลังจากนั้น จะเพิกถอนทั้ง 3 หุ้น ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ มีผล 12 ก.ย.69 เป็นต้นไป เนื่องจาก ไม่สามารถดำรงคุณสมบัติ เรื่อง การกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) และ ถูกขึ้นเครื่องหมาย “SP” ห้ามซื้อขายเป็นการชั่วคราว ต่อเนื่องเกินกว่า 1 ปี อันเป็นเหตุเพิกถอนของข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ
ทั้งนี้ต้องซื้อขายด้วยบัญชี Cash Balance (ต้องชำระเงินทั้งจำนวนก่อนซื้อหลักทรัพย์) พร้อมขึ้นเครื่องหมาย NC กำกับตลอดระยะเวลาที่เปิดให้มีการซื้อขาย เพื่อเตือนผู้ลงทุนให้ใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม จะไม่มีกำหนดราคา Ceiling & Floor, Dynamic Price Band และ Auto Pause ในวันที่ 3 ก.ย.69 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการซื้อขาย หากวันดังกล่าวยังไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น จะคงหลักเกณฑ์นี้ต่อไปจนกว่าจะมีการซื้อขาย และใช้เกณฑ์ปกติในวันทำการถัดไป
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่นำ 3 หุ้นมารวมในการคำนวณดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index)
ย้อนรอย CIMBT หลังอยู่ SET มากว่า 17 ปี
เส้นทางของ CIMBT ในตลาดหุ้นไทย เริ่มขึ้นเมื่อปี 2551 ซึ่งกลุ่ม “ซีไอเอ็มบี” โดย “CIMB Bank Berhad” เข้าเทคโอเวอร์แบงก์ “ไทยธนาคาร” (เกิดจากการควบรวมกิจการของ ธนาคาร สหธนาคาร, บริษัทเงินทุน 12 แห่งที่ทางการเข้าแทรกแซง และบริษัทเงินทุน กรุงไทยธนกิจ ตามคำสั่งของรัฐบาลเมื่อปี 41 หลังวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง”) จาก “กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน”
หลังดำเนินธุรกรรมเทคโอเวอร์แล้วเสร็จ “CIMB Bank Berhad” ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งสัดส่วน 93.15% และ เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เมื่อ 1 พ.ค.52
หุ้น CIMBT ซื้อขายปกติเรื่อยมา จนตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับใช้เกณฑ์ใหม่ เมื่อ 25 มี.ค.67 เรื่อง บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 15% และ 150 ราย จะถูกขึ้นเครื่องหมาย “CF” หรือ Free Float ต่ำเกณฑ์ และหากแก้ไขไม่ได้ภายใน 1 ปี จะถูกขึ้นเครื่องหมาย “SP” ซึ่งหากยังแก้ไม่ได้อีก รวมถึงถูก “SP” เกิน 1 ปี จะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
ทั้งนี้ CIMBT มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ “CIMB Bank Berhad” ซึ่งถือสัดส่วนสูง ไม่เคยต่ำกว่า 93.15% มาตลอด และไม่มีนโยบายลดสัดส่วนการถือหุ้น ส่งผลให้ Free Float ต่ำกว่าเกณฑ์ใหม่
กระทั่ง 5 มิ.ย.67 จึงถูกขึ้นเครื่องหมาย “CF” เมื่อครบ 1 ปีแล้วยังไม่มีการแก้ไข ก็ถูกขึ้นเครื่องหมาย “SP” ต่อ เมื่อ 5 มิ.ย.68 ถึงปัจจุบัน และไม่ได้มีการแก้ไข Free Float แต่อย่างใด จนเป็นเหตุให้ต้องถูกเพิกถอน 12 ก.ย.นี้
สำหรับผลประกอบการ หลังเปลี่ยนชื่อเป็น CIMBT เมื่อปี 52 ธุรกิจมีกำไรสม่ำเสมอ 17 ปีหลัง (2552-68) เฉลี่ย 1,287.04 ล้านบาท ต่ำสุด -629.53 ล้านบาท (ขาดครั้งเดียวปี 59) สูงสุด 2,910.80 ล้านบาท (ปี 65) ส่วนครึ่งแรกปี 69 มีกำไรสุทธิ 1,488.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 47% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ล่าสุดมีกำไรสะสม 21,875.56 ล้านบาท
ส่วนราคาหุ้น ช่วงที่เป็น CIMBT ราคาสูงสุดของพาร์ปัจจุบันที่ 0.50 บาท (เปลี่ยนเมื่อ…จาก บาท) คือ 3.27 บาท (20 พ.ย.52) ต่ำสุด 0.36 บาท (4 มิ.ย.68) โดยราคาเฉลี่ยตั้งแต่ปี 52 ถึงก่อนพักการซื้อขายเมื่อปีก่อน อยู่ที่ 1.47 บาท โดย CIMBT เป็นหุ้นเทรดต่ำบาท มาตั้งแต่ปี 65 และ ราคาปิดสุดท้ายก่อนถูกขึ้น “SP” คือ 0.37 บาท
ข้อมูลล่าสุด CIMBT ผู้ถือหุ้นรายย่อย 9,433 ราย หรือ 5.17%
GLAND เตรียมลา SET หลังผ่านมากว่า 30 ปี
ด้าน GLAND ผู้ประกอบธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ 8 ก.พ.39 ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นรายย่อย 1,441 ราย คิดเป็นสัดส่วน Free Float เพียง 5.09%
GLAND กลายเป็นหุ้น Free Float ต่ำ ถูก “บริษัท ซีพีเอ็น พัทยา จำกัด” (บริษัทย่อยของ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN) เข้ามาเทคโอเวอร์เมื่อปี 61 และทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) หุ้นที่เหลือ
ส่งผลให้หลังธุรกรรมแล้วเสร็จ “ซีพีเอ็น พัทยา” เบียดขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 สัดส่วน 67.53% ส่วนอันดับ 1 เดิมอย่าง “บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด” เหลือ 18.33% ลงไปอยู่อันดับ 2 ส่วนอันดับ 3-5 ถือสัดส่วนสูง 4.71%, 4.33% และ 2.37%
ณ ปิดสมุด 1 มี.ค.62 ฟรีโฟลตหุ้น GLAND จึงเหลือเพียง 5.09% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 21.84% และ Free Float อยู่ระดับต่ำเกณฑ์เรื่อยมาถึงปัจจุบัน
GLAND ถูกขึ้นเครื่องหมาย “CF” เมื่อ 5 มิ.ย.67 ต่อด้วย “SP” เมื่อ 5 มิ.ย.68 ถึงปัจจุบัน และไม่ได้มีการแก้ไข Free Float แต่อย่างใด จนเป็นเหตุให้ต้องถูกเพิกถอน 12 ก.ย.นี้
สำหรับผลประกอบการ ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2547-68 มีกำไรสุทธิเฉลี่ย 495.78 ล้านบาท มีขาดทุนเพียง 3 ปี คือ 2552-54 นอกนั้นมีกำไรสุทธิตลอด โดยกำไรสูงสุดที่เคยทำได้คือ 1,732.38 ล้านบาท เมื่อปี 58 ณ สิ้นงบ 6 เดือนปี 69 มีกำไรสะสม 8,340.82 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น 10 ปีย้อนหลัง ปรับตามพาร์ปัจจุบันที่ 1 บาท (ตอนเข้าตลาดฯ พาร์ 10 บาท) ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.75 บาท สูงสุด 4.02 บาท (22 พ.ย.61) ต่ำสุด 0.73 บาท (4 มิ.ย.68) ราคาล่าสุดปิดที่ 0.74 บาท
LRH จ่อปิดฉากกว่า 33 ปีใน SET
LRH เดิมเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจของกลุ่ม บมจ.ไทยวา (TWPC) จนค้นพบเหมืองดีบุกร้างที่หาดบางเทาบนเกาะภูเก็ต และเล็งเห็นศักยภาพในการพัฒนาสู่สถานที่พักตากอากาศชั้นนำ จนปี 2526 ก่อตั้งเป็น บริษัท ไทยวารีสอร์ทดิเวลลอปเมนท์ จำกัด ต่อมาเมื่อ 25 พ.ย.36 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเปลี่ยนชื่อเป็น “ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล”
ธุรกิจปัจจุบัน ประกอบด้วย โรงแรม (“ลากูน่า ภูเก็ต” , “บันยัน ทรี กรุงเทพ” เป็นต้น) และ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ บริษัทย่อยยังประกอบธุรกิจสนามกอล์ฟ, ร้านขายสินค้า, ให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานและรีสอร์ท และธให้บริการแก่สมาชิกที่ซื้อสิทธิการพักในที่พักตากอากาศ
LRH มี Free Float ต่ำกว่าเกณฑ์ ตั้งแต่ รอบปิดสมุด 8 มี.ค.62 เหลือ 12.06% จากปีก่อนหน้าที่ 32.59% และอยู่ในสัดส่วนประมาณ 12% จนถึงปัจจุบัน โดยถูกขึ้นเครื่องหมาย “CF” เมื่อ 5 มิ.ย.67 ต่อด้วย “SP” เมื่อ 5 มิ.ย.68 ถึงปัจจุบัน และไม่ได้มีการแก้ไข Free Float แต่อย่างใด จนเป็นเหตุให้ต้องถูกเพิกถอน 12 ก.ย.นี้
สำหรับผลประกอบการ LRH ข้อมูลตั้งแต่ปี 2540-68 มีกำไรสุทธิเฉลี่ย 343.91 ล้านบาท ต่ำสุดคือขาดทุนเมื่อปี 64 ที่ 1,031.76 ล้านบาท (มีขาดทุน 5 ปี คือ 2540, 2548, 2554, 2563 และ 2564) ส่วนปีอื่น ๆ มีกำไรทั้งสิ้น สูงสุดคือปี 68 ที่ 2,027.76 ล้านบาท
กำไรเติบโตต่อเนื่องมา 4 ปีติดต่อกัน (จากปี 65-68) ด้าน 6 เดือนแรกปี 69 มีกำไรสุทธิ 631.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%YoY ล่าสุดมีกำไรสะสม 4,254.25 ล้านบาท
สำหรับราคาหุ้น ตั้งแต่เข้าตลาดฯ ราคา IPO ที่ 43 บาท (พาร์ 10 บาท) เคยขึ้นไปสูงสุด 79.75 บาท (28 เม.ย.54) ต่ำสุด 3.35 บาท (3 ธ.ค.40) โดยตั้งแต่เข้าตลาดฯ เทรดเฉลี่ยที่ 21.37 บาท
ขณะที่ 10 ปีหลังสุด ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 34.02 บาท สูงสุด 68.75 บาท (11 เม.ย.54) ต่ำสุด 22 บาท (12 ต.ค.59) ราคาล่าสุดก่อนถูกขึ้น “SP” อยู่ที่ 33.75 บาท
ข้อมูลล่าสุด LRH มีผู้ถือหุ้นรายย่อย 1,125 ราย