ประเด็นร้อน

13 บจ.แห่ขายหุ้นที่ซื้อคืนช่วงตลาดขาขึ้น พบฟันกำไรสูงสุด 146%

13 บจ.แห่ขายหุ้นที่ซื้อคืนช่วงตลาดขาขึ้น พบฟันกำไรสูงสุด 146%

13 บจ.แห่นำหุ้นที่ซื้อคืนออกมาขายในกระดาน หลังตลาดหุ้นไทยขาขึ้นต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ต้นทุนต่ำกว่าราคาปัจจุบัน พบ 3 บริษัทขายครบแล้ว ฟันกำไร 2-146% กูรูเตือนอาจกดราคาระยะสั้น แต่หากพื้นฐานดีเหมาะเข้าสะสม นอกจากนี้พบ 6 บจ.นำหุ้นซื้อคืนทั้งหมดลดทุนจดทะเบียน 


*** 13 บจ.พาเหรดขายหุ้นซื้อคืน

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พบว่า ตั้งแต่ต้นปีมี 13 บริษัทนำหุ้นที่ซื้อคืน (Treasury Stock) ช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านี้ออกมาจำหน่ายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วย
 

13 บจ.ขาย Treasury Stock ผ่านตลาดหลักทรัพย์ปี 64

ชื่อย่อหุ้น

ช่วงที่ซื้อหุ้นคืน

จำนวนที่ซื้อคืน (ล.หุ้น)

%สัดส่วน

ช่วงที่ขาย

GUNKUL

25 เม.ย. - 24 ต.ค.61

99.04

1.34

14 มิ.ย. - 23 ต.ค.64

PTTGC

11 มิ.ย. - 9 ธ.ค.62

22.3

0.5

7 มิ.ย.64 - 9 ธ.ค.65

TSR

14 เม.ย. - 14 ต.ค.63

2.7

0.49

1 มิ.ย. - 1 ธ.ค.64

APURE

20 เม.ย. - 19 ต.ค.63

28.59

2.98

1 มิ.ย.64 - 30 มิ.ย.65

RWI

29 พ.ค. - 28 พ.ย.63

25.64

4.03

29 พ.ค.64 - 28 พ.ค.66

III

27 พ.ค. - 26 พ.ย.63

8

1.31

26 พ.ค.64 - 25 พ.ค.66

SCP

31 มี.ค. - 29 ก.ย.63

9

3

30 เม.ย.64 - 29 เม.ย.66

STPI

3 เม.ย. - 2 ต.ค.63

26.18

1.61

3 เม.ย.64 - 1 ต.ค.66

ROJNA

2 ธ.ค.62 - 1 มิ.ย.63

0.5

0.03

17 มี.ค.64 - 31 พ.ค.66

EKH

3 เม.ย. - 2 ต.ค.63

6

1

12 มี.ค. - 1 ต.ค.66

WP

8 เม.ย. - 7 ต.ค.63

10.37

2

15 ม.ค.64 - 14 ม.ค.65

LHFG

2 ม.ค. - 1 ก.ค.63

264.25

1.25

4 ม.ค. - 30 ธ.ค.64

TPIPL

14 ก.พ. - 13 ส.ค.63

383.61

2

11 ธ.ค.63 - 10 มิ.ย.64

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 11 มิ.ย.64


แผนการจำหน่ายหุ้นซื้อคืนข้างต้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ซื้อคืนช่วงปี 2563 ซึ่งตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากปัจจัยลบการระบาดของโควิด-19 

อย่างไรก็ตามมี 2 บริษัท ที่นำหุ้นซื้อคืนช่วงปี 61-62 ออกมาจำหน่าย ได้แก่ บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ซึ่งซื้อคืนเมื่อ 25 เม.ย. - 24 ค.ต.61 โดนซื้อหุ้นคืนรวม 99.04 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.34% ของทุนจดทะเบียน และจะขายคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ช่วง 14 มิ.ย. - 23 ต.ค.64

ขณะที่ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) นำหุ้นที่ซื้อคืนเมื่อ 11 มิ.ย. - 9 ธ.ค.62 จำนวน 22.3 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.5% ของทุนจดทะเบียน ออกมาขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ช่วง 7 มิ.ย.64 - 9 ธ.ค.65


*** 6 บจ.ลุยขายแล้ว ส่วนใหญ่ฟันกำไรอื้อ

ทั้งนี้พบว่ามี 6 บจ.ได้เริ่มทยอยขายหุ้นที่ซื้อคืนแล้ว โดยมีผลการขายดังนี้
 

ผลการขาย Treasury Stock ของ 6 บจ.

ชื่อย่อหุ้น

มูลค่าที่ซื้อ (ลบ.)

ช่วงราคา (บ.)

หุ้นที่ขายแล้ว (ล.หุ้น)

มูลค่า (ลบ.)

ช่วงราคา (บ.)

กำไร/ขาดทุน (ลบ.)*

%chg*

III

40.09

4.66 - 5.15

8

98.57

11.9 - 12.7

58.48

146

TPIPL

453.26

0.97 - 1.06

329.61

575.35

1.58 - 2.02

122.09

27

WP

47.78

3.28 - 5.25

10.37

48.71

4.66 - 4.72

0.93

2

LHFG

334.63

0.86 -1.3

122.59

156.06

1.27 - 1.33

N/A

N/A

EKH

26.54

4.2 - 4.48

2.75

18.2

6.05 - 7.1

N/A

N/A

TSR

5.63

1.99 - 3.6

1.28

6.04

4.46 - 4.86

n/A

N/A

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 11 มิ.ย.64

* นับเฉพาะ บจ.ที่ครบกำหนดการขายหุ้นคืนหรือขายหุ้นคืนครบจำนวนแล้วเท่านั้น


เกือบทุกบริษัทขายหุ้นได้ช่วงราคาที่สูงกว่าต้นทุนตอนซื้อหุ้นคืน โดยพบว่ามี 2 บริษัทขายครบจำนวนแล้ว คือ บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (III) ซึ่งขายหุ้นซื้อคืนจำนวน 8 ล้านหุ้น มูลค่า 98.57 ล้านบาท และมีกำไรถึง 58.48 ล้านบาท หรือ 146% จากต้นทุนที่ซื้อหุ้นคืนเพียง 40.09 ล้านบาท เพราะช่วงราคาที่ขายหุ้นอยู่ที่ 11.9 - 12.7 บาท แต่ช่วงราคาต้นทุนอยู่ที่ 4.66 - 5.15 บาท เท่านั้น 

เช่นเดียวกับ บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) ที่ขายครบจำนวนหุ้นซื้อคืนแล้ว 10.37 ล้านหุ้น มูลค่าที่ขายได้ 48.71 ล้านบาท สูงกว่าต้นทุนที่ 47.78 ล้านบาท หรือได้กำไร 2%

ส่วน บมจ.ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ครบกำหนดขายหุ้นที่ซื้อคืนเมื่อ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยขายได้ทั้งสิ้น 329.61 ล้านหุ้น มูลค่า 575.35 ล้านบาท จากหุ้นที่ซื้อคืนทั้งหมด 453.26 ล้านหุ้น มูลค่า 453.26 ล้านบาท ซึ่งแม้จะขายหุ้นที่ซื้อคืนไม่หมด แต่ก็มีกำไรถึง 122.09 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27% จากต้นทุน ด้านหุ้นซื้อคืนที่เหลืออีก 54 ล้านหุ้น บริษัทได้นำไปลดทุนจะทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

สำหรับอีก 3 บริษัทที่อยู่ระหว่างการขายหุ้นที่ซื้อคืน ส่วนใหญ่ได้ทยอยขายในราคาที่สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยมากกว่า 30%

ทั้งนี้กำไรจากการขายหุ้นซื้อคืนจะไม่บันทึกเป็นกำไรหรือขาดทุนในงบการเงิน แต่จะบันทึกเป็นส่วนเกินทุนหุ้นทุนซื้อคืนในส่วนของผู้ถือหุ้น
 

*** นักวิเคราะห์ติงอาจกระทบราคาหุ้นระยะสั้น

"วิจิตร อารยะพิศิษฐ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า การขายหุ้นซื้อคืนของ บจ.จะเป็นปัจจัยลบระยะสั้นต่อราคาหุ้นของบริษัท ส่งผลให้นักลงทุนสถาบัน หรือ นักลงทุนรายยย่อย ส่วนใหญ่มักชะลอการเข้าลงทุนในจังหวะดังกล่าวออกไปก่อน 

อย่างไรก็ตามหากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทดังกล่าวยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม แต่ราคาหุ้นย่อตัวลงมาในช่วงที่ขายหุ้นซื้อคืน ถือเป็นโอกาสเข้าลงทุนที่น่าสนใจ แต่นักลงทุนไม่ควรไล่ราคาของหุ้นบริษัทดังกล่าว เนื่องจากจะส่งผลดีกับบริษัทที่ขายหุ้นออกมาอย่างไม่จำเป็น

ด้าน "ปิยะภัทร ภัทรภูวดล" ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เสริมว่า การขายหุ้นซื้อคืนของ บจ. ส่วนใหญ่มักกระทบต่อราคาหุ้นในระยะสั้นเชิงจิตวิทยาเท่านั้น แต่ไม่ได้กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องติดตามว่า หุ้นที่ บจ.ประกาศขายออกมานั้น มีจำนวนมากน้อยแค่ไหน หากไม่มากก็ไม่กระทบกับราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยถ้าช่วงดังกล่าวราคาหุ้นปรับตัวลง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวะในการทยอยเข้าสะสม หากบริษัทดังกล่าวยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ส่วน "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส มองว่า ปกติ บจ.ที่ขายหุ้นซื้อคืนในตลาดฯ มักไม่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากส่วนใหญ่ บจ.จะใช้วิธีทยอยขายหุ้นออกมาที่ละไม่มาก จึงกระทบกับราคาหุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับนักลงทุน ที่กำลังจะเข้าลงทุน แต่เจอช่วงที่ บจ.เริ่มทยอยขายหุ้นซื้อคืนออกมา แนะนำ ชะลอการลงทุนไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์


*** พบอีก 6 บจ.ตัดหุ้นซื้อคืนลดทุนจดทะเบียน

ขณะที่พบว่ามี 6 บจ.ที่ซื้อหุ้นคืนช่วงปี 61-63 นำหุ้นซื้อคืนไปลดทุนจดทะเบียนทั้งหมด โดยไม่มีการขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วย
 

6 บจ.นำ Treasury Stock ลดทุนจดทะเบียน

ชื่อย่อหุ้น

ช่วงที่ซื้อหุ้นคืน

จำนวน (ล.หุ้น)

%สัดส่วน

มูลค่า (ลบ.)

MILL

31 ก.ค.61 - 30 ม.ค.62

184.9

4.09

317.72

GIFT

20 - 29 เม.ย.63

82

19.86

264.18

CGH

18 พ.ย.62 - 15 พ.ค.63

331.38

7.64

258.71

SVI

17 เม.ย. - 16 ต.ค.62

96.13

4.24

75.03

BPP

11 มี.ค. - 4 ก.ย.63

3.29

0.11

41.65

ZIGA

10 เม.ย. - 9 ต.ค.63

22.81

4.39

29.98

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 11 มิ.ย.64

    
ทั้งนี้มีถึง 3 บริษัทที่ซื้อหุ้นคืนมูลค่ามากกว่า 200 ล้านบาท และนำไปลดทุนจดทะเบียน คือ บมจ.มิลล์คอน สตีล (MILL), บมจ.แกรททิทูด อินฟินิท (GIFT) และ บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH)

สำหรับประโยชน์ของการนำหุ้นซื้อคืนไปลดทุนจะทะเบียน จะทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS), กำไรและเงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้น เพราะจำนวนหุ้นลดลง 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด