ประเด็นร้อน

เตือนภัย 60 บจ. รายได้ทรุด-ขาดทุนหนัก-หนี้ท่วม-สภาพคล่องต่ำ

เตือนภัย 60 บจ. รายได้ทรุด-ขาดทุนหนัก-หนี้ท่วม-สภาพคล่องต่ำ

    “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ตรวจสอบงบการเงินบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) พบ 60 บริษัท สุขภาพทางการเงินยังย่ำแย่ โดยพบว่ามี 18 บริษัทที่รายได้ลดลงต่อเนื่อง 5 ปีติดต่อกัน , 25 บริษัทขาดทุนยาว 5 ปีติด แบกขาดทุนสะสมรวมกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท กดราคาหุ้นดิ่งระนาว สูงสุด 72% ขณะที่ 26 บริษัทติดเครื่องหมาย "C" สะเทือนผู้ถือหุ้นกว่าแสนราย และ 18 บริษัทหนี้ท่วม-สภาพคล่องพัง แถมมี บจ. 6 แห่งที่เข้าขั้นอาการโคม่า

*** 18 บจ.รายได้หด 5 ปีติด
    ตัวเลขรายได้ในงบการเงิน สะท้อนถึงความสามารถในการนำสินค้าและบริการออกไปจำหน่าย โดยปกติควรจะมีการเติบโตทุกปี แม้บางปีอาจจะมีปรับตัวลดลงบางหากอยู่ในช่วงภาวะอุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งควรจะฟื้นตัวกลับมาได้ภายใน 1-2 ปี แต่หากยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องโดยเฉพาะ 3-5 ปีขึ้นไป ย่อมสะท้อนว่าธุรกิจน่าจะมีปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้จากสำรวจพบว่ามี 18 บจ.ที่รายได้ลดลงอย่างน้อย 5 ปีติดต่อกัน (2557-2561) แบ่งเป็น SET จำนวน 12 บริษัท และ mai จำนวน 6 บริษัท ประกอบด้วย

บจ.รายได้ลด 5 ปีติด

ชื่อย่อหุ้น

% รายได้เฉลี่ย 5 ปีหลัง

ผลกระทบต่อกำไร

FOCUS

-34

ขาดทุน 2 ปีติด

UMS

-31

ขาดทุน 5 ปีติด

NINE

-22

ขาดทุน 3 ใน 5 ปีหลัง

TFI

-17

ขาดทุน 3 ปีติด

AS

-17

ขาดทุน 3 ใน 5 ปีหลัง

MPG

-17

ขาดทุน 4 ปีติด

MCOT

-15

ขาดทุน 3 ปีติด

TMC

-15

ขาดทุน 5 ปีติด

TCCC

-13

กำไรลดเฉลี่ย 5% ต่อปี

POST

-12

ขาดทุน 5 ปีติด

MBKET

-11

กำไรลดเฉลี่ย 22% ต่อปี

SE-ED

-9

ขาดทุนปี 60

BEC

-9

ปี 61 พลิกขาดทุน

JCKH

-8

ขาดทุน 5 ปีติด

UP

-6

ปี 61 พลิกขาดทุน

LEE

-6

กำไรลดเฉลี่ย 11% ต่อปี

DTAC

-4

ปี 61 พลิกขาดทุน

TNL

-4

กำไรเพิ่มเฉลี่ย 1.4% ต่อปี

    บมจ.โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น (FOCUS) เป็นบริษัทที่รายได้ลดลงมากที่สุดในรอบ 5 ปี โดยปี 57 ลดลง 50% ปี 58 ลดลง 9% ปี 59 ลดลง 34% ปี 60 ลดลง 55% และปี 61 ลดลง 24% เฉลี่ย 5 ปีลดลง 34% ต่อปี ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงต่อเนื่องในปี 57-59 จนพลิกขาดทุนในปี 60 และขาดทุนต่อเนื่องในปี 61 
    ขณะที่ บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS), บมจ.ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม (TMC) และ บมจ.เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ (JCKH) เป็น 3 บริษัทในกลุ่มนี้ที่ขาดทุนสุทธิอย่างน้อย 5 ปีติดต่อกัน 
    ทั้งนี้มี 4 บริษัทที่ยังมีกำไรสุทธิต่อเนื่อง แต่กำไรสุทธิก็ปรับตัวลดลงตามรายได้ โดย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET กำไรสุทธิลดลงเฉลี่ยสูงสุดถึง 22% ต่อปี จากกำไรระดับ 1,264 ล้านบาทเมื่อปี 57 เหลือเพียง 391 ล้านบาทในปี 61 โดยรายได้ 5 ปีหลังลดลงเฉลี่ย 11% ต่อปี

*** ผงะ 25 บจ.ขาดทุนเกิน 5 ปีติด แบกขาดทุนสะสมกว่า 2.5 หมื่นลบ.
    ขณะเดียวกันพบว่า มีถึง 25 บจ.ที่ขาดทุนสุทธิติดต่อกันมากกว่า 5 ปี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 21 บริษัท ประกอบด้วย

บจ.ขาดทุนเกิน 5 ปีติด

ชื่อย่อหุ้น

ขาดทุนติดต่อ (ปี)

ขาดทุนสะสม (ลบ.)

%chg ราคาหุ้น

1 ปีหลังสุด

ผถห.รายย่อย

(ราย)

NEWS

10

-4,398

-

8,915

GREEN

9

-710

-

3,252

JUTHA

8

-231

-70

2,078

UPA

8

-981

-24

8,436

DIGI

7

-726

-49

5,367

EVER

7

-542

38

7,806

FC

7

-2,142

-28

3,938

MPIC

7

-1,254

5

941

UMS

7

-763

-51

1,389

B

6

-96

-21

5,346

HYDRO

6

-714

-72

2,008

NEP

6

-1,007

-26

3,677

NPPG

6

-550

-20

3,556

7UP

5

-1,273

-48

6,998

F&D

5

-86

-2

362

JCKH

5

-492

-63

2,253

NOK

5

-7,185

-29

9,246

POST

5

-887

-15

506

PRECHA

5

9

-11

1,295

SAWANG

5

105

-21

276

SIMAT

5

-693

-40

1,938

SMM

5

-262

115

1,520

SPORT

5

-687

-49

1,635

TMC

5

-68

-30

2,381

U

5

273

-25

28,211

    จากตารางประกอบด้วย บจ.จาก SET จำนวน 17 บริษัท และ mai จำนวน 8 บริษัท โดยมียอดขาดทุนสะสมรวมกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ส่วนใหญ่ราคาหุ้น 1 ปีย้อนหลัง (คำนวณถึง 10 พ.ค.62 ) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่ง 19 จาก 25 บริษัท ราคาลดลงมากกว่า 10% และมีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นในกลุ่มนี้รวมถึง 1.1 แสนราย
    โดย บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) ยังครองตำแหน่งบริษัทที่ผลประกอบการย่ำแย่ไว้เหนียวแน่น ขาดทุน 10 ปีติดต่อกันตั้งแต่ปี 2552-2561 ขาดทุนสะสมรวม 4,398 ล้านบาท ราคาหุ้นล่าสุดซื้อขายที่ 0.01 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงในรอบ 1 ปีหลังสุด เนื่องจากสภาพคล่องการซื้อขายค่อนข้างต่ำ ผู้ถือหุ้นรายย่อยติดอยู่ถึง 8,915 ราย
    ด้าน บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) เป็นบริษัทที่มีผลขาดทุนสะสมสุงสุดถึง 7,185 ล้านบาท ขาดทุนติดต่อกัน 5 ปี ราคาหุ้น 1 ปีหลังปรับตัวลดลง 29% มีผู้ถือหุ้นรายย่อยติดอยู่ทั้งสิ้น 9,246 ราย
    ขณะที่ บมจ.ยู ซิตี้ (U) เป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยมากสุดถึง 28,211 ราย ขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปีติด แต่ปีที่ผ่านมาได้ทำการล้างขาดทุนสะสมด้วยการลดทุน, รวมพาร์ และลดพาร์ ทำให้ ณ สิ้นปี 61 มีกำไรสะสม 273 ล้านบาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้น 1 ปีย้อนหลังปรับตัวลดลงถึง 25% 
    อย่างไรก็ตามหุ้นในกลุ่มนี้มี 3 บริษัทที่ราคา 1 ปีย้อนหลังปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย บมจ.สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย (SMM) ราคาพุ่งสูงถึง 115% แม้จะขาดทุนต่อเนื่องมา 5 ปีติดต่อกัน และมีขาดทุนสะสม 262 ล้านบาท

*** 26 บจ.ยังติดแหงกเครื่องหมาย "C"
    ด้านกลุ่มบริษัทที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย (C) ซึ่งทั้งหมดเป็นบริษัทที่มีส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน ล่าสุดอยู่ที่ 26 บริษัท ประกอบด้วย

บจ.ที่ติดเครื่องหมาย “C”

ประกาศหลังงบ Q2/61

NEP

NOK

NEWS

PE

TSI

APEX

AQ

AS

DIGI

EIC

FC

GJS

HYDRO

MPG

NBC

SPORT

T

TFI

TSF

UMS

EFORL

PACE

ประกาศหลังงบ Q3/61

JUTHA

NMG

ประกาศหลังงบปี 61

7UP

SMM

    ทั้งนี้ จำนวนบริษัทที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย "C" ครั้งแรกหลังประกาศงบไตรมาส 2/61 มีทั้งสิ้น 24 บริษัท แต่สามารถแก้ไขเหตุได้แล้ว 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.อีเอ็มซี (EMC) และ บมจ.เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (MPIC) เหลือ 22 บริษัท แต่มีเพิ่มขึ้นอีก 4 บริษัทหลังประกาศงบไตรมาส 3/61 และ งบปี 61
    ขณะเดียวกันมี 1 บริษัทที่สามารถแก้ไขเหตุได้แล้วและกลับมาติดอีกครั้งคือ บมจ.ไฮโดรเท็ค (HYDRO) โดยพ้นเครื่องหมาย "C" เมื่อ 13 พ.ย.61 หลังทำการเพิ่มทุนจดทะเบียน แต่กลับมาติดอีกครั้งเมื่อ 28 ก.พ.62 เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นกลับไปต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียนอีกครั้ง

*** รายย่อยหุ้น "C" 1.37 แสนรายสะเทือน ราคาร่วง-โดน SP
    ทั้งนี้ 26 บริษัทที่ติดเครื่องหมาย "C" มีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมกันถึง 1.37 แสนราย ขณะที่ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะปรับตัวลดลงนับจากวันที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย เทียบกับราคาล่าสุด ณ 10 พ.ค.62 ดังนี้

ราคาหุ้นที่ถูกขึ้น “C”

ชื่อย่อหุ้น

ราคาวันขึ้น “C” (.)

ราคาล่าสุด

(.)

%chg

ผถห.รายย่อย (ราย)

HYDRO

1.26

0.39

-69

2,008

PACE

0.59

0.21

-64

5,100

PE

0.33

0.14

-58

2,814

JUTHA

1.24

0.63

-49

2,078

SPORT

0.32

0.18

-44

1,635

GJS

0.26

0.15

-42

12,839

EFORL

0.08

0.05

-38

15,423

AS

1.38

0.91

-34

2,262

SMM

2.94

1.96

-33

1,520

7UP

0.4

0.27

-33

6,998

TFI

0.38

0.27

-29

2,265

UMS

0.74

0.53

-28

1,389

NEP

0.4

0.31

-23

3,677

EIC

0.05

0.04

-20

3,406

DIGI

0.37

0.3

-19

5,367

NOK

2.26

2.12

-6

9,246

NEWS

0.01

0.01

0

8,915

AQ

0.03

0.03

0

17,961

T

0.05

0.05

0

6,197

APEX

0.19

0.2

5

2,797

FC

0.29

0.33

14

3,938

TSI

0.49

0.59

20

1,556

MPG

0.19

0.73

284

2,728

    จากตารางจะพบว่า 16 บริษัทราคาหุ้นปรับตัวลดลง และ 14 จาก 16 ราคาลดลงมากกว่า 20% โดย HYDRO ราคาหุ้นดิ่งมากสุดถึง 69%
    ขณะที่มี 3 บริษัทราคาไม่เปลี่ยนแปลง โดยเป็นหุ้นที่ไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย และมีราคาต่ำระดับเศษสตางค์
    อย่างไรก็ตามมี 4 บริษัทที่ราคาปรับตัวขึ้น โดย บมจ.เอ็มพีจี คอร์ปอเรชั่น (MPG) พุ่งสูงสุดถึง 284%
    นอกจากนี้มี 3 บริษัทในกลุ่มที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย "C" ถูกขึ้นเครื่องหมาย "SP" ห้ามซื้อขาย เนื่องจากไม่ส่งงบการเงิน ประกอบด้วย

หุ้น “C” ที่ถูก “SP”

ชื่อย่อหุ้น

ผถห.รายย่อย (ราย)

TSF

8,910

NMG

4,442

NBC

1,524

*** 18 บจ. หนี้ท่วม-สภาพคล่องพัง
    ฝั่งกลุ่ม บจ.ที่มีปัญหาด้านหนี้สินยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจสภาพคล่องด้วยเงื่อนไข 1.มีหนี้สินต่อทุน (D/E) เกิน 3 เท่า 2.อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio) ต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งใช้วัดส่วนของสินทรัพย์ที่ได้หักค่าสินค้าคงเหลือที่เป็นสินทรัพย์ระยะสั้นและมีความคล่องตัวในการเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ต่ำสุดออก เพื่อให้ทราบถึงสภาพคล่องที่แท้จริงของกิจการ 3.อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) ต่ำกว่า 1 เท่า ค่านี้ใช้วัดความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้น และ 4.อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ต่ำกว่า 1 เท่า คำนวณจาก (กำไรสุทธิ+ภาษีเงินได้-ดอกเบี้ยจ่าย)/ดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งใช้วัดความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ โดยหากต่ำกว่า 1 เท่า แสดงว่าธุรกิจมีความสามารถในการจ่ายชำระดอกเบี้ยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น และหากเท่ากับ 0 หรือติดลบ แสดงว่าธุรกิจไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะจ่ายดอกเบี้ยได้เลย ซึ่งอาจจะพัฒนากลายเป็นปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินในที่สุด
    ผลการสำรวจพบว่ามี 18 บริษัทที่เข้าข่าย ประกอบด้วย

หุ้นหนี้สูง-สภาพคล่องต่ำ

ชื่อย่อหุ้น

D/E (เท่า)

Quick Ratio (เท่า)

Current Ratio (เท่า)

Interest Coverage Ratio (เท่า)

SPORT

408.52

0.26

0.39

-1.85

PACE

16.08

0.12

0.67

-5.43

FC

14.22

0.07

0.17

-8.18

THAI

12.21

0.27

0.56

-1.57

CHOW

8.87

0.28

0.61

0.79

UMS

7.1

0.32

0.34

-1.06

JUTHA

6.99

0.05

0.13

-0.25

EFORL

6.65

0.31

0.69

-1.65

NEWS

5.54

0.19

0.47

-2.51

POST

5.37

0.3

0.45

-1.27

SDC

5.3

0.45

0.63

-5.18

TFI

4.99

0.15

0.34

-2.21

SQ

4.53

0.29

0.55

-0.46

KKC

3.55

0.31

0.88

-2.89

MILL

3.4

0.21

0.64

0.48

MPG

3.23

0.06

0.76

-143.68

PPPM

3.11

0.15

0.8

0.18

JCKH

3.03

0.08

0.29

-7.21

    บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท (SPORT) เป็นบริษัทที่มี D/E สูงสุดถึง 408.52 เท่า ขณะที่มี 3 บจ.ที่ D/E เกิน 10 เท่า ขณะเดียวกันมีถึง 15 จาก 18 บริษัทที่ อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยติดลบ โดย MPG ติดลบสูงสุดถึง 143.68 เท่า 
    ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นเป็นการนำเสนอข้อมูลจากงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจ มิได้มีเจตนาชี้นำว่าบริษัทที่อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าวจะผิดนัดชำระหนี้แต่อย่างใด

*** 6 บจ.โคม่า งบแย่เกิน 3 รายการ
    ขณะที่เมื่อสำรวจ บจ.ทั้งหมดข้างต้นพบว่า มีถึง 6 บริษัทที่ติดอยู่ในเงื่อนไขต่าง ๆ เกิน 3 รายการ ประกอบด้วย

6 บจ.งบแย่เกิน 3 รายการ

ชื่อย่อหุ้น

รายได้ลดเกิน 5 ปี

ขาดทุนเกิน 5 ปี

ติดเครื่องหมาย C

หนี้สูง-สภาพคล่องต่ำ

UMS

*

*

*

*

JCKH

*

*

-

*

MPG

*

-

*

*

POST

*

*

-

*

NEWS

-

*

*

*

SPORT

-

*

*

*

    UMS เป็นบริษัทเดียวที่ติดโผครบทั้ง 4 รายการข้างต้น ทั้งรายได้ลดลงต่อเนื่อง 5 ปี เฉลี่ยถึง 30% ต่อปี, ขาดทุนติดต่อกัน 7 ปี, ติดเครื่องหมาย "C" และ มีหนี้สูง-สภาพคล่องต่ำ โดยมี D/E ถึง 7.1 เท่า ขณะที่อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยติดลบ 1.06 เท่า
    ขณะเดียวกันทั้ง 6 บริษัทในกลุ่มนี้เป็น บจ.ที่มีหนี้สูงและสภาพคล่องต่ำทั้งหมด  โดยมี 4 บริษัทที่รายได้ลดลงติดต่อกัน 5 ปีขึ้นไป, 5 บริษัทขาดทุนติดต่อกัน 5 ปีขึ้นไป และมี 4 บริษัทที่ติดเครื่องหมาย "C"







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด