ประเด็นร้อน

พบ 26 หุ้นซิ่งวิ่งสะบัด 20 วัน พุ่งกระฉูด 52-161%

พบ 26 หุ้นซิ่งวิ่งสะบัด 20 วัน พุ่งกระฉูด 52-161%

20 วันทำการ หลังตลาดหุ้นไทยบวกเกือบ 10% พบ 618 บจ.ราคายืนแดนบวก แถม 26 บจ.พุ่งระดับ 52-116% ส่วนใหญ่เป็นหุ้นต่ำบาท กูรูเตือนระวังเก็งกำไร เหตุเสี่ยงสูง-สภาพคล่องต่ำ เปิดสถิติ 9 บจ. เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย แถม 9 บจ.ยังขาดทุน


*** หุ้นไทย 20 วันทำการ บวกสูงสุดเกือบ 10%


ดัชนีหุ้นไทย 20 วันทำการหลัง ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยนับจากวันที่ 16 ส.ค.64 ซึ่งดัชนีลงไปต่ำสุดรอบ 3 เดือนที่ 1,512.28 จุด จากนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,658.08 จุด เมื่อ 7 ก.ย.64 คิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 145.8 จุด หรือ 9.6% ขณะที่ล่าสุด 10 ก.ย.64 ปิดตลาดที่ 1,635.35 จุด

ทั้งนี้พบว่า ช่วง 20 วันทำการที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 618 บริษัท โดยมี 146 บริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ขณะที่มี 26 บริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% และ 9 บริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 100%


*** พบ 26 หุ้นซิ่งวิ่งบวก 52-161%


"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วง 20 วันทำการหลัง พบว่ามี 26 บริษัทที่บวกระดับ 52-161% ได้แก่
 

26 หุ้นบวกเกิน 50% ช่วง 20 วันทำการหลัง

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิด 16 ส.ค.(บ.)

ราคาปิด 10 ก.ย.(บ.)

%chg

AJA

0.31

0.81

161.29

T

0.09

0.23

155.56

U

0.86

2.1

144.19

TCC

0.39

0.95

143.59

TH

1.83

4.04

120.77

IRCP

0.88

1.84

109.09

RPC

0.82

1.71

108.54

PPPM

0.2

0.41

105.00

STOWER

0.06

0.12

100.00

OTO

8.35

15.6

86.83

TRC

0.12

0.22

83.33

TEAMG

2.2

3.92

78.18

AF

0.7

1.22

74.29

PPM

1.7

2.94

72.94

UREKA

0.8

1.38

72.50

TVT

0.68

1.16

70.59

CHO

0.69

1.14

65.22

SLP

0.69

1.14

65.22

NMG

0.14

0.23

64.29

CAZ

2.36

3.84

62.71

AMC

4.32

7

62.04

AQUA

0.39

0.63

61.54

AIT

23.5

37

57.45

PPS

0.5

0.78

56.00

UBIS

7.2

11.2

55.56

WIN

0.66

1

51.52


20 บจ.ข้างต้นเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็กทั้งสิ้น โดยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 14 บริษัท และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 12 บริษัท ซึ่งกระจายในหลายกลุ่มธุกิจ สูงสุดที่ติดโผคือ ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม (mai) จำนวน 4 บริษัท และ อสังหาริมทรัพย์/ก่อสร้าง (mai) รวมถึง มีเดีย ที่ 3 บริษัทเท่ากัน

ขณะเดียวกันพบว่า ส่วนใหญ่เป็นหุ้นต่ำบาทถึง 18 บริษัท ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี (AJA) ราคาบวกสูงสุดในรอบ 20 วันที่ผ่านมาระดับ 161% จากวันที่ 16 ส.ค.64 ปิดที่ 0.31 บาท ล่าสุดปิดที่ 0.81 บาท 

เช่นเดียวกับ บมจ.ที เอ็นจิเนียร์ริ่ง คอร์เปอร์เรชั่น (T) ที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 156% จากวันที่ 16 ส.ค.64 ปิดที่ 0.09 บาท ล่าสุดปิดที่ 0.23 บาท


*** 9 บจ.เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย


ทั้งนี้มี 9 บจ.ในกลุ่มนี้ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย (Trading Alert) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดย 6 บริษัทอยู่ในระดับ 1 : Cash Balance ได้แก่ บมจ.ยู ซิตี้ (U), บมจ.ตงฮั้ว โฮลดิ้ง (TH), บมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ (OTO), บมจ.ยูเรกา ดีไซน์ (UREKA), บมจ.ช ทวี (CHO) และ บมจ.สวนอุตสาหกรรม วินโคสท์ (WIN)

ส่วน บมจ.สกาย ทาวเวอร์ (STOWER) ติดระดับที่ 2 : ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance

ด้าน AJA และ T ติดระดับที่ 3 : ห้าม Net settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance

ทั้งนี้ T ใช้เวลาเพียง 3 วันติด Trading Alert ถึง 3 ระดับ


*** ผงะ 9 บจ.ยังขาดทุน


ขณะที่เมื่อสำรวจงบการเงินของ 26 บจ.ข้างต้นพบว่าส่วนใหญ่งบการเงินครึ่งปี 64 เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน หลายบริษัทพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร อย่างไรก็ตามมี 9 บริษัทที่ยังขาดทุนอยู่ ประกอบด้วย
 

9 หุ้นซิ่งแต่งบยังขาดทุน

ชื่อย่อหุ้น

กำไร H1/64 (ลบ.)

กำไร H1/63 (ลบ.)

กำไรปี 63 (ลบ.)

กำไรปี 62 (ลบ.)

กำไรปี 61 (ลบ.)

U

-448.73

-2,020.13

-6,610.75

1,867.35

-629.91

CHO

-156.43

-104.92

-238.74

65.86

45.47

PPPM

-100.33

-52.96

-329.58

-1,460.60

-110.08

NMG

-99.87

-111.28

-147.77

20.38

215.2

TRC

-69.32

-66.43

-444.17

-293.28

-2,040.57

AJA

-38.67

-64.36

-132.08

-370.24

-186.91

T

-31.37

-33.66

-22.67

-91.01

-186.8

UREKA

-30.5

-46.7

-106.09

-17.2

18.46

IRCP

-15.9

-31.63

7.5

-101.49

-51.53

SLP

-9.72

-5.54

-21.76

-42.99

30.38

PPS

-1.33

-19.9

-26.13

7.44

7.42


U ขาดทุนสูงสุดงบครึ่งปี 64 ที่ 449 ล้านบาท แต่เป็นการขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน

ด้าน AJA และ T ซึ่งบวกร้อนแรงสูงสุด ขาดทุนต่อเนื่องมากแล้วมากกว่า 3 ปี จนถึงช่วงครึ่งปี 64 รวมถึง บมจ.ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) และ บมจ.พีพี ไพร์ม (PPPM)


*** กูรูย้ำระวังเก็งกำไร ชี้เสี่ยงสูง


"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันนักลงทุน โดยเฉพาะรายย่อย ให้ความสนใจเข้าเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็กมากขึ้น หุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัทปรับตัวขึ้นมาจน Valuation เริ่มตึงตัว และมีอัพไซด์จำกัด ขณะที่หุ้นขนาดเล็กที่มีราคาต่ำเวลาปรับขึ้นมักจะปรับขึ้นแรงจนเรียกความสนใจจากนักลงทุนได้

อย่างไรก็ตามแนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นขนาดเล็กที่ติด Trading Alert เนื่องจากมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง และมีสภาพคล่องต่ำ นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไร ควรเป็นนักลงทุนที่มีความรู้ด้านเทคนิคคอล และมีประสบการณ์ในตลาดมาพอสมควรจนเคยเห็น Cycle การปรับตัวขึ้นลงของหุ้นในประเภทดังกล่าว และต้องมีจุด Stop loss

ด้าน "ณัฐชาต เมฆมาสิน" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ มองว่า สาเหตุที่นักลงทุนแห่เข้าเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก จนปรับตัวขึ้นร้อนแรง เพราะนักลงทุนรายย่อยเปลี่ยนกลุ่มเล่น จากกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มูลค่าเริ่มตึงตัว หลังดัชนีหุ้นไทยขยับเข้าใกล้โซน 1,650 จุด สะท้อนจากแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มแผ่ว

"ช่วงที่มีการเก็งกำไรจำนวนมาก แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นที่ติด Trading Alert เพราะสะท้อนถึงมูลค่าที่แพงเกินไปแล้ว แต่ถ้านักลงทุนอยากเข้าไปเก็งกำไรในหุ้นดังกล่าว ควรมีจุด Stop loss"

นอกจากนี้ ยังมองว่า มาตรการควบคุมความร้อนแรงราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีประสิทธิภาพอยู่ เพราะมีมาตรการจัดการเป็นขั้นบันใด การติด Trading Alert ก็จะทำให้วอลุ่มซื้อขายของหุ้นดังกล่าวลดระดับความร้อนแรงลงด้วย นอกจากนี้ ตลท.ก็มอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลา และรู้จักหวะในการเข้ามาควบคุม

ด้าน "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เสริมว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้นดังกล่าว เกิดจากการเปลี่ยนกลุ่มเล่นของนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเลือกลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ แต่เมื่อ Valuation ของหุ้นในกลุ่มดังกล่าวเริ่มตึดตัว จึงเกิดการหมุนกลุ่มเล่นอย่างที่เห็น

อย่างไรก็ตาม การที่มีหุ้นติด Trading Alert จำนวนมากในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนต้องหันมาพิจารณาราคาเหมาะสมของหุ้นแต่ละบริษัทก่อนตัดสินใจลงทุนมากขึ้น 

 

 

 

 

 

 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด