ประเด็นร้อน

รุมหั่นเป้ากำไร บจ. เอฟเฟกตั้งสำรองเกษียนอายุ

รุมหั่นเป้ากำไร บจ. เอฟเฟกตั้งสำรองเกษียนอายุ

    กลางปีนี้จะมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ สาระสำคัญข้อหนึ่งคือการปรับเพิ่มผลประโยชน์หลังเกษียนขึ้นเป็น 400 วัน จากเดิม 300 วัน สำหรับพนักงานที่มีอายุงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยจะส่งผลกระทบต่องบการเงินของทุกบริษัท เพราะต้องตั้งสำรองประมาณการหนี้สินผลประโยชน์ของพนักงานเพิ่มสูงขึ้น และบริษัทจะต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันทีในงบกำไรขาดทุน

*** โบรกฯ พร้อมใจลดเป้า กำไร บจ.ลง 3-4%
    "ภาสกร ลินมณีโชติ" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมินว่า ผลกระทบจากการตั้งสำรองฯ ดังกล่าวจะทำให้ประมาณการอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้ลดลง 3-4% มาอยู่ที่ 105-108 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่ 111.3 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่าจะกระทบต่อกำไร บจ.ปีนี้รวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท
    ด้าน "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส  เตรียมปรับลดกำไร บจ.ปีนี้ ลดลง จากผลกระทบการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน เบื้องต้นคาดว่าจะทำให้ EPS ลดลง 2 บาทต่อหุ้น เหลือ 110 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่คาด 112.2 บาทต่อหุ้น    
    ขณะที่ "อาภาภรณ์ แสวงพรรค" ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาดว่าการตั้งสำรองฯ ข้างต้น จะกระทบ EPS ของ บจ.ปีนี้ประมาณ 4% เหลือ 110 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่คาด 114.8 บาทต่อหุ้น
    ด้าน "สุกิจ อุดมศิริกุล" กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ ได้ปรับลดกำไร บจ.ปีนี้เหลือเติบโต 3-5% จากเดิมคาดโต 8%

โบรกฯ หั่นเป้ากำไร บจ.

บริษัทหลักทรัพย์

%EPS Growth

(ใหม่)

%EPS Growth (เดิม)

ทิสโก้

6

10

เอเซีย พลัส

3.3

1.3

ดีบีเอส วิคเคอร์ส

4

8.7

กสิกรไทย

4.1

7

ไทยพาณิชย์

4-5

8

ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี

ทบทวน

6

บล.ทรีนิตี้

ทบทวน

7-9

*** ส่อง 40 บจ.ตั้งสำรองฯ เพิ่มเกิน 100 ล้านบาท
    บล.กสิกรไทย ประเมินว่า กลุ่ม บจ.ขนาดใหญ่มีแนวโน้มตั้งสำรองฯ ระดับสูง เนื่องจากมีพนักงานจำนวนมาก อาทิ บมจ.ปตท.(PTT) จะตั้งสำรองสูงสุดถึง 7,771 ล้านบาท กระทบประมาณการกำไรปี 62 ประมาณ 5.5%, ธนาคารกรุงไทย (KTB) ตั้งสำรอง 3,000 ล้านบาท กระทบกำไร 8% และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ตั้งสำรอง 2,524 ล้านบาท กระทบกำไร 4.8% 
    ทั้งนี้ประเมินว่ามีถึง 40 บริษัทที่จะต้องตั้งสำรองเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบด้วย

ประมาณการ บจ.ตั้งสำรองเกษียนอายุ

ชื่อย่อหุ้น

ตั้งสำรอง (ลบ.)

กระทบกำไร (%)

PTT

7,771

5.5

KTB

3,000

8

SCC

2,524

4.8

THAI

2,494

61

CPF

2,035

12.5

SCB

1,500

3.6

PTTEP

1,348

4.7

PTTGC

1,337

3.4

BAY

1,250

3.6

TOP

1,170

6.4

CPALL

929

4

BANPU

847

7.6

AOT

794

3

TU

785

15

IRPC

779

8.2

IVL

737

4.9

TRUE

718

12.5

TCAP

700

9.2

BDMS

669

6.7

BCP

650

14.4

ADVANC

619

1.8

DELTA

446

6.7

BJC

444

6.3

TMB

350

4.1

BTS

349

12.6

CK

242

12.4

ITD

236

68.4

DTAC

233

5

CPN

203

1.6

TISCO

200

9.2

MAKRO

192

3.2

BH

191

4.4

BGC

159

22.9

OSP

144

4.9

EGCO

135

1.3

JAS

134

10

PSH

125

2

HANA

109

4.2

AEONTS

100

2

SPRC

100

1.8

ที่มา : บล.กสิกรไทย ประมาณการ ณ วันที่ 20 ก.พ.62 

*** เริ่มเห็นสัญญาณหั่นเป้าดัชนี
    ทั้งนี้บางบริษัทหลักทรัพย์เริ่มปรับลดเป้าดัชนีลง จากผลกระทบดังกล่าวที่ส่งผลต่อการเติบโตของกำไร บจ. โดย "อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล" ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ ได้ปรับลดเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้เหลือ 1,790 จุด จากเดิม 1,850 จุด เพราะนอกจากประเด็นเรื่องการตั้งสำรองฯ ดังกล่าว ยังมีปัจจัยลบเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่มองว่าจะเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ จากเศรษฐกิจโลกที่เติบโตชะลอลงกดดันให้ภาคการส่งออกมีโอกาสติดลบ โดยได้บริษัทปรับเป้าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในประเทศ (GDP) ลงเหลือ 3.5% จาก 4% นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ผันผวนยังเป็นตัวกดดันกำไรสุทธิหุ้นกลุ่มพลังงานที่เป็นกลุ่มนำตลาด 
    เช่นเดียวกับ "สุกิจ อุดมศิริกุล" กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ ปรับลดลประมาณการดัชนีฯ ปีนี้ เหลือ 1,700-1,800 จุด จากเดิมคาดว่าอยู่ที่ 2,000 จุด เพราะกำไร บจ.เติบโตลดลงจากเป้าเดิม 3-4% ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจโลกเกิดภาวะชะลอตัวและอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย 
    อย่างไรก็ตาม "ภาษกร ลินมณีโชติ" รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย ยังคงเป้าดัชนีที่ 1,750 จุด โดยมองว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วช่วงดัชนีลงไปที่ 1,570 จุด แม้จะมีการปรับลดกำไร บจ.ลง แต่ไม่ปรับลดเป้าหมายดัชนี เนื่องจากปัจจุบันซื้อขาย P/E ที่ค่อนข้างต่ำ โดยระดับดัชนีที่ 1,750 จุด มี P/E เพียง 14.5 เท่า
    ฟาก "กิติชาญ ศิริสุขอาชา" ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) อยู่ระหว่างการทบทวนปรับลดเป้าหมายดัชนีและกำไร บจ. จากผลกระทบการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน การส่งออกของไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัว และราคาน้ำมันที่ผันผวน

*** 11 บจ.ชิงตั้งสำรองไปแล้วในปี 61
    อย่างไรก็ตามมีหลายบริษัทได้ตั้งสำรองฯ ดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งบันทึกในงบการเงินปี 61 โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรปี 62 ประกอบด้วย

บจ.ตั้งสำรองเกษียนอายุเมื่อปี 61

ชื่อย่อหุ้น

มูลค่า (ลบ.)

BBL

2,500

KKP

158

BEC

135

BEM

130

LH

126

GFPT

111

M

103.6

KTC

96

HMPRO

50

MONO

18

GLOBAL

11

*** กระทบกำไรแค่ปีเดียว 
    "ณัฐชาต  เมฆมาสิน"  ผู้ช่วยกรรมการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ประเด็นการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจะส่งผลกระทบต่อกำไร บจ.แค่ปีนี้เท่านั้น นักลงทุนไม่ควรวิตกกับประเด็นดังกล่าวมากนัก โดยพื้นฐานระยะยาวหลายบริษัทยังมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง 
    ขณะที่มีอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อไม่ให้กระทบงบกำไรขาดทุน คือใช้วิธีหักส่วนดังกล่าวออกจากส่วนผู้ถือหุ้นโดยตรงแทนการตั้งสำรอง แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้สอบบัญชี







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด