ประเด็นร้อน

บจ. mai แห่ย้ายขึ้น SET หวังเปิดทางสถาบันถือหุ้น

บจ. mai แห่ย้ายขึ้น SET หวังเปิดทางสถาบันถือหุ้น

    การย้ายกระดานซื้อขายของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จาก ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไป ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)ปีนี้ค่อนข้างคึกคัก เพราะผ่านมาเพียง 5 เดือนเศษ ย้ายไปแล้วถึง 3 บริษัท สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี (2559-2562) เทียบเท่ากับปี 58 ทั้งปี โดยต้องย้อนไปถึงปี 57 ที่มีการย้ายจาก mai ไป SET มากกว่าที่ 4 บริษัท

***SSP-SISB-TSE ย้ายขึ้น SET ฉุดมาร์เก็ตแคป mai กว่า 1.76 หมื่นลบ.
    สำหรับ 3 บจ.ที่ย้ายไปซื้อขายใน SET ประกอบด้วย

3 หุ้น mai ย้ายไป SET ปี 62

ชื่อย่อหุ้น

วันที่ย้าย

มาร์เก็ตแคป (ลบ.)

มูลค่าซื้อขายเฉลี่ย/วัน (ลบ.)

SSP

27 มี.ค.

6,110

4

SISB

23 เ.ม.ย.

6,961

43

TSE

14 พ.ค.

4,574

22

รวม

17,645

69

    3 บริษัทข้างต้นมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) รวมกันถึง 1.76 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 7% ของมาร์เก็ตแคปรวม mai ณ สิ้นปี 61 ที่ 2.4 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันทั้ง 3 บริษัทมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมกันที่ 69 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันปีนี้ของ mai ทั้งหมด
    โดย บมจ.เอสไอเอสบี (SISB) เป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุด 6,961 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 43 ล้านบาท ซึ่งเป็นหุ้นน้องใหม่ที่เข้าจดทะเบียนเมื่อ 29 พ.ย.61 เท่ากับว่าใช้เวลาอยู่ใน mai เพียงไม่ถึง 5 เดือนเท่านั้น

*** จ่อย้ายอีก 2 บริษัทในปีนี้
    ขณะเดียวกันมีอีกอย่างน้อย 2 บริษัทที่เตรียมย้ายไปซื้อขายในกระดาน SET ได้แก่
    1.บมจ.บางกอก เดค-คอน (BKD) โดย "นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยว่า บริษัทเตรียมยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อขอย้ายไปซื้อขายใน SET ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีคุณสมบัติตามเกณฑ์แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยให้การย้ายไป SET จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของบริษัทและเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
    2.บมจ.ยูเอซี โกลบอล (UAC) ที่ได้ประกาศแผนตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งล่าสุด "ชัชพล ประสพโชค" กรรมการผู้จัดการ เผยว่า อยู่ระหว่างการยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะสามารถย้ายไปซื้อขายใน SET ได้เร็วๆ นี้ โดยการย้ายไป SET เป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน และเปิดโอกาสให้กลุ่มนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนกับบริษัทเพิ่มขึ้น
    นอกจากนี้มีอีก 2 บริษัทที่อยู่ระหว่างการศึกษาแผนการย้ายไป SET ประกอบด้วย 1.บมจ.ลีซ อิท (LIT) โดย "สมพล เอกธีรจิตต์" กรรมการผู้จัดการ ระบุว่า  บริษัทมีแผนย้ายไปซื้อขายใน SET ไม่เกินปี 63 โดยอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด และเร่งทำผลประกอบการให้มีคุณสมบัติเพียงพอ ซึ่งการย้ายไป SET จะทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น 
    2.บมจ.เจเคเอ็น โกลบอลมีเดีย  (JKN) ที่ "จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยว่า เตรียมยกระดับบริษัทเข้าซื้อขายกระดาน SET ภายในปี 63 เพื่อเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท และดึงดูดนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

*** บิ๊ก mai ลั่นไม่กระทบภาพรวม     
    "ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการ mai เผยว่า การที่ บจ.ย้ายจาก mai ไป SET จะไม่กระทบต่อภาพรวม เนื่องจากจะมีหุ้นไอพีโอเข้ามาทดแทนเสมอ แม้ขณะนี้จะมีอีก 2-3 บริษัทที่เข้ามาหารือเพื่อเตรียมยื่นขอย้ายไป SET  
    "เป็นหน้าที่ของเราในการผลักดันบริษัทใน mai ให้เติบโตเพื่อขึ้นไปกระดานใหญ่อย่าง SET ไม่มีอะไรที่น่ากังวล เพราะมีย้ายไป ก็มีเข้าใหม่มา" ผู้จัดการ mai กล่าว
    ทั้งนี้คาดว่าปีนี้จะมีบริษัทเข้าใหม่ประมาณ 15 บริษัท มาร์เก็ตแคปรวม 1.5-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทดแทนมาร์เก็ตแคปที่หายไปจากกลุ่มที่ย้ายไป SET ได้
    ส่วนการที่ บจ.ย้ายไป SET ปีนี้หลายบริษัท มองว่า เป็นจังหวะที่หลายบริษัทมีคุณสมบัติครบพร้อมกันมากกว่านัยอื่น ๆ โดยคาดว่าครึ่งปีหลังจะเห็นการย้ายอีกอย่างน้อย 1-2 บริษัท 

*** พบ 11 บจ.คุณสมบัติเทียบชั้น SET
    ขณะที่เมื่อสำรวจ บจ.ใน mai ที่เหลือ พบว่ามีอีก 11 บริษัทที่คุณสมบัติสามารถย้ายเข้าซื้อขายใน SET ได้ มาร์เก็ตแคปรวมถึง 2.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10% ของมาร์เก็ตแคปรวม mai ประกอบด้วย

หุ้น mai คุณสมบัติเทียบ SET

ชื่อย่อหุ้น

มาร์เก็ตแคป (ลบ.)

ทุนจดทะเบียน (ลบ.)

พาร์ (.)

ส่วน ผถห. (ลบ.)

กำไร 61

(ลบ.)

กำไร 60

(ลบ.)

FSMART

5,640

400

0.5

1,395

583

543

TPCH

3,811

400

1

2,588

354

208

BKD

3,099

538

0.5

1,640

170

332

ITEL

3,060

500

0.5

1,629

133

102

TAPAC

2,370

419

1

1,005

72

211

UAC

2,030

334

0.5

1,337

140

100

SGF

1,114

1,638

1.25

1,727

187

33

SR

1,029

338

0.5

1,172

53

36

2S

963

450

1

1,363

106

285

RWI

859

318

0.5

1,079

53

81

TAKUNI

456

400

0.5

872

32

25

    โดยคุณสมบัติของบจ. mai ที่จะย้ายเข้าซื้อขายใน SET มีดังนี้
    1.มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 300 ล้านบาทขึ้นไป
    2.ส่วนผู้ถือหุ้นมากกว่า 300 ล้านบาทขึ้นไป
    3.มีกำไรสุทธิในระยะเวลา 2 ปี หรือ 3 ปี ล่าสุดก่อนยื่นคำขอรวมกันมากกว่า 50 ล้านบาท โดยในปีล่าสุดก่อนยื่นคำขอมีกำไรสุทธิมากกว่า 30 ล้านบาท และมีกำไรสะสมก่อนยื่นคำขอ
    4.มีราคาพาร์ไม่ต่ำกว่า 0.50 บาท
    5.มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย 1,000 รายขึ้นไป

*** กูรูมองหุ้นย้ายกระด้านหนุนราคาแค่ช่วงสั้น
    "กวี ชูกิจเกษม" รองกรรมการผู้จัดการ หลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย มองว่า หุ้นที่ย้ายจาก mai ไป SET มักสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสภาบัน อย่างไรก็ตามระยะยาวต้องศึกษาพื้นฐานให้รอบคอบ เพราะหากผลประกอบการไม่ดีก็จะส่งผลต่อทางลบต่อราคาหุ้นเช่นกัน
    เช่นเดียวกับ "มงคล พ่วงเภตรา" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า  "หุ้นที่ย้ายจาก mai ไป SET สะท้อนว่าบริษัทมีพัฒนาการทางธุรกิจ ยกระดับคุณสมบัติจนขึ้นไปกระดานใหญ่ได้ ซึ่งกระดาน SET มีศักดิ์ศรีดีกว่า ฐานนักลงทุนใหญ่กว่า มีนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจ ทำให้ราคาอาจจะตอบสนองเชิงบวกได้ในระยะสั้น 
    แต่ให้ระวังกับดักของหุ้นประเภทนี้ไว้ด้วย เพราะไม่ใช่ทุกบริษัทที่ย้ายกระดานราคาจะขึ้นหมด เพียงแค่บางบริษัทที่ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องเท่านั้น ซึ่งต้องไม่ลืมว่าแม้จะย้ายกระดานเทรด แต่ไม่ได้มีนัยที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานในอนาคต ยังเป็นบริษัทเดิม และหากผลประกอบการแย่ลง ราคาหุ้นจะตอบสนองรุนแรงกว่าขาขึ้นเสียอีก"

*** ช็อค ! สถิติ 5 ปีหลัง 13 จาก 15 บจ. ราคาดิ่ง
    ทั้งนี้เมื่อสำรวจราคาหุ้นที่ย้ายจาก mai ไป SET ในรอบ 5 ปีหลังสุด (57-62) ซึ่งมีทั้งสิ้น 15 บริษัท ปรากฏว่ามีถึง 13 บริษัทที่ราคาล่าสุดปรับตัวลดลงจากราคาปิดวันแรกที่เข้าซื้อขายใน SET มีเพียง 2 บริษัทเท่านั้นที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ดังนี้

ราคาหุ้น mai ย้ายไป SET ช่วงปี 57-62

ชื่อย่อหุ้น

วันที่ย้าย

ราคาปิดวันแรก (.)

ราคาล่าสุด

(.)

%เปลี่ยนแปลง

EA

6 ม.ค.60

30.75

50.5

64

PYLON

6 ส.ค.58

5.6

6

7

SSP

27 มี.ค.62

7.75

7.55

-3

TSE

14 พ.ค.62

2.56

2.4

-6

GIFT

1 ส.ค.59

3.9

3.58

-8

SISB

23 เม.ย.62

7.6

6.55

-14

NVD

24 พ.ค.61

4.6

3.16

-31

APCO

15 พ.ค.61

5.95

3.74

-37

CGD

30 ก.ย.57

1.91

1.12

-41

MONO

29 ม.ค.58

4.5

1.79

-60

CRANE

7 ส.ค.57

4.81

1.79

-63

L&E

21 ต.ค.57

7

2.52

-64

ILINK

19 ส.ค.58

13.6

4.88

-64

HTECH

3 ก.ค.60

9.9

3.24

-67

EARTH

2 ม.ค.57

6.9

1.46

-79

    โดย บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ 50.50 บาท เพิ่มขึ้นถึง 64% จากราคาปิดวันแรกที่เข้าเทรดใน SET และสามารถขึ้นทำนิวไฮได้ถึง 71.25 บาท และ บมจ.ไพลอน (PYLON) ที่ราคาล่าสุดปรับเพิ่มขึ้น 7% จากวันแรกที่เข้าซื้อขายใน SET ขึ้นไปสูงสุด 9.05 บาท 
    ทั้งนี้พบว่ามีถึง 9 บริษัทที่ราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 30% นับจากราคาปิดวันแรกที่เข้าเทรดใน SET เทียบกับราคาล่าสุด โดยส่วนใหญ่ผลประกอบการปรับตัวลดลง และมี 3 บริษัทขาดทุนต่อเนื่องได้แก่ บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD), บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) และ บมจ.ชูไก (CRANE)
    ซึ่ง บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) ราคาปรับตัวลดลงต่ำสุดถึง 79% นับจากวันแรกที่เข้าเทรดใน SET หลังมีปัญหาด้านหนี้สินจนถูกสั่งพักการซื้อขายไปตั้งแต่กลางปี 60







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด