ประเด็นร้อน

74 บจ. SET100 ถูกต่างชาติลดสัดส่วนถือหุ้น 0.46-22.98%

74 บจ. SET100 ถูกต่างชาติลดสัดส่วนถือหุ้น 0.46-22.98%

เปิดโผ 74 บจ.SET100 ต่างชาติลดถือ 0.46-22.98% หลังพบสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นไทยต่ำสุดรอบ 9 ปี เหลือ 26.7% จากระดับสูงสุดปี 55 ที่ 36.8% วงการชี้ขาดความน่าสนใจด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ-ไร้หุ้น New Economy-การเมืองขัดแย้งไม่จบสิ้น มองยังไม่เห็นสัญญาณลงทุนยาวจากต่างชาติหากปัญหายังไม่แก้ไข ระบุมีแค่เม็ดเงินจากกลุ่มเทรดระยะสั้นเท่านั้นที่ยังไหลเข้า


*** ต่างชาติถือครองหุ้นไทยต่ำสุดรอบ 9 ปี


"ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เผยว่า สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติ (Foreign Ownership) ปัจจุบันเหลือเพียง 26.7% จากระดับสูงสุดเมื่อปี 2555 ที่ระดับ 36.8%  สาเหตุหลักเกิดจาก 3 ปัจจัย คือ

1.ประเทศไทยขาดความน่าสนใจในระดับมหภาค ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ และปัญหาโครงสร้างประชากรที่จำนวนคนในวัยทำงานลดลงเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

2. ตลาดหุ้นไทยขาดหุ้น New Economy เช่น หุ้นเทคโนโลยี หุ้น Unicorn ถึงแม้เรามีหุ้นใหม่เข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่เป็นกิจการประเภท Old Economy ที่ต่างชาติไม่ค่อยสนใจ ซึ่งสะท้อนได้จากระดับการถือครองหุ้น IPO โดยนักลงทุนต่างชาติ เฉลี่ยเพียง 7% ในระยะ 10 ปีท่ผ่านมา

3. น้ำหนักตลาดหุ้นไทยใน Benchmark ที่นักลงทุนต่างชาติใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการลงทน ถูกปรับลดลงมาโดยตลอด เช่น MSCI AC Asia ex. Japan Index น้ำหนักหุ้นไทยลดลงจาก 7-8% เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เหลือ 2-3% เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และ 1.8% ในปัจจุบัน ทำให้กองทุนส่วนใหญ่ต้องลดการลงทุนในตลาดหุ้นไทยตาม


*** 9 ปีหลังต่างชาติขายหุ้นไทย 9.35 แสนลบ.


ทั้งนี้เมื่อสำรวจข้อมูลการซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุนตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 9 ก.ค.64) นักลงทุนต่างชาติขายออกอย่างต่อเนื่องรวม 9.35 แสนล้านบาท โดยมีซื้อสุทธิแค่ปี 2 ปีเท่านั้น (2555 และ 2559) ที่เหลือขายสุทธิทั้งหมด โดยขายมากสุดปี 2561 ถึง 2.87 แสนล้านบาท และล่าสุดปี 2563 ขายสุทธิ 2.64 แสนล้านบาท ต่อเนื่องถึงปีนี้ที่ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ขายสุทธิไปแล้ว 8.2 หมื่นล้านบาท
 

ข้อมุลการซื้อขายนักลงทุนต่างชาติปี 2555-2564

ปี

มูลค่าสุทธิ (ลบ.)

2564

-81,838

2563

-264,386

2562

-45,245

2561

-287,459

2560

-25,755

2559

77,927

2558

-154,346

2557

-36,584

2556

-193,911

2555

76,388

รวม

-935,208

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ข้อมูล ณ 9 ก.ค.64


*** 74 หุ้น SET100 ถูกต่างชาติลดสัดส่วน 0.46-22.98%


"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อยู่ในดัชนี SET100 ซึ่งเป็นกลุ่มที่นักลงทุนต่างชาติถือครองสูงสุด พบว่า ข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ วันปิดสมุดต้นปี 63 เทียบกับวันปิดสมุดล่าสุดของแต่ละบริษัท สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติ (รวม NVDR) ลดลงเฉลี่ย 2.14% โดยมีถึง 74 บริษัทที่ถูกลดสัดส่วนตั้งแต่ 0.46 - 22.98% ซึ่งมีถึง 24 บริษัทที่ลดลงมากกว่า 5% และ 4 บริษัทลดลงมากกว่า 10% ประกอบด้วย
 

74 หุ้นต่างชาติลดการถือครองรอบ 1 ปีหลัง

ชื่อย่อหุ้น

% สัดส่วนถือหุ้นต่างชาติ

วันปิดสมุด

% ถือครองลดลง YoY*

KBANK

31.07

21/4/64

-22.98

OSP

13.7

1/7/64

-17.87

TCAP

16.57

5/5/64

-16.81

HANA

53

12/3/64

-15.73

BBL

35.07

22/4/64

-9.32

BANPU

9

16/4/64

-9.14

MINT

28.21

7/5/64

-8.98

TTB

28.86

10/3/64

-8.83

INTUCH

44.77

23/2/64

-8.72

CPN

16.05

5/3/64

-8.53

CPALL

25.42

6/5/64

-7.93

SAWAD

31.14

6/5/64

-7.78

RATCH

9.76

3/3/64

-7.63

SPALI

19.41

30/4/64

-7.52

PRM

8.87

11/3/64

-6.99

PSL

24.12

9/3/64

-6.73

CPF

24.81

18/5/64

-6.58

TU

25.76

9/3/64

-6.3

MAJOR

33.33

2/3/64

-5.98

EGCO

33.45

11/3/64

-5.73

PTG

5.1

12/3/64

-5.65

JAS

5.71

15/3/64

-5.35

TVO

4.87

15/3/64

-5.2

BJC

9.55

30/4/64

-5.06

KKP

15.12

30/4/64

-4.95

CRC

10.31

30/4/64

-4.91

TISCO

44.24

10/3/64

-4.63

BCP

7.17

4/3/64

-4.6

ORI

4.71

10/5/64

-4.59

KCE

19.36

23/3/64

-4.43

TRUE

42.76

15/3/64

-4.39

CHG

7.36

7/5/64

-4.36

BEC

10.43

2/4/64

-4.14

QH

13.68

29/4/64

-4.09

AMATA

12.05

23/4/64

-3.89

KTB

9

22/4/64

-3.8

SCB

18.8

21/4/64

-3.74

STA

19.48

27/5/64

-3.68

LH

21.48

7/5/64

-3.6

STEC

22.04

26/3/64

-3.52

TQM

9.82

10/3/64

-3.43

GULF

34.27

14/5/64

-3.24

WHA

15.44

11/3/2021

-3.02

TASCO

39.82

3/3/64

-2.63

PLANB

6.37

12/3/64

-2.35

CBG

7.93

8/3/64

-2.1

BEM

10.93

10/5/64

-1.99

TOP

16.7

1/3/64

-1.79

CENTEL

7.5

19/3/64

-1.6

ICHI

3.53

7/5/64

-1.59

ADVANC

35.42

24/2/64

-1.59

ESSO

72.63

19/3/64

-1.59

HMPRO

11.28

23/4/64

-1.53

IRPC

7.95

24/2/64

-1.5

PTT

8.97

5/3/64

-1.37

GPSC

3.46

4/3/64

-1.35

SUPER

5.59

11/5/64

-1.27

SCC

17.95

9/4/64

-1.21

ACE

3.14

12/3/64

-1.17

GUNKUL

9.75

7/5/64

-1.12

EA

37

15/3/64

-0.99

AAV

5.45

11/3/64

-0.83

CKP

5.28

29/4/64

-0.81

GLOBAL

5.45

25/2/64

-0.78

THANI

9.18

5/3/64

-0.77

AEONTS

47.69

13/5/64

-0.67

STGT

9.42

27/5/64

-0.62

BCH

12.49

11/3/64

-0.59

BH

19.65

11/3/64

-0.55

OR

3.59

17/3/64

-0.51

PTTGC

14.87

6/5/64

-0.5

PTTEP

11.83

2/3/64

-0.49

JMT

4.92

21/4/64

-0.46

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ข้อมูล ณ 9 ก.ค.64

% สัดส่วนการถือครองเทียบวันปิดสมุดต้นปี 63


*** พลังงาน-แบงก์ ติดโผสูงสุด 26 บจ.

74 บจ.ข้างต้นมาจากกลุ่มธุรกิจพลังงานติดโผสูงสุดถึง 18 บริษัท รองลงมาคือกลุ่มธนาคารจำนวน 8 บริษัท ซึ่งหุ้นกลุ่มแบงก์ถูกลดสัดส่วนในอัตราที่สูงกว่า

ธนาคารกสิกรไทย ถูกลดสัดส่วนการถือครองสูงสุดถึง 22.98% โดยข้อมูล ณ วันปิดสมุด 21 เม.ย.64 มีสัดส่วนถือครองอยู่ที่ 31.07% เทียบกับข้อมูล ณ วันปิดสมุด 12 มี.ค.63 ที่นักลงทุนต่างชาติถือครองรวมถึง 54.05% ซึ่งพบว่านักลงทุนสถาบันต่างชาติ 9 แห่งขายออกจนสัดส่วนถือครองหุ้นไม่ติด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย

1."NORTRUST NOMINEES LTD-CL AC"

2."HSBC BANK PLC- PRUDENTIAL ASSURANCE COMPANY OBA ESI"

3."THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED"

4."GERLACH & CO.-ORBIS SICAV EMERGING MARKETS EQUITY FUND"

5."BBHISL NOMINEES LIMITED"

6."SE ASIA (TYPE B) NOMINEES LLC"

7."RBC INVESTOR SERVICES BANK S.A."

8."CITI (NOMINEES) LIMITED-EQUITY TRUSTEES LIMITED AS RESPONSIBLE ENTITY F ORBIS GL EQ LE FD (AU REG)"

9."GERLACH & CO.-ORBIS GLOBAL EQUITY FUND"

รองลงมาคือ บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) สัดส่วนการถือครองนักลงทุนต่างชาติ ณ วันปิดสมุด 5 พ.ค.64 เหลือ 16.57% ลดลง 16.81% จากวันปิดสมุด 10 มี.ค.63 ที่อยู่ระดับ 33.38% โดยนักลงทุนต่างชาติที่ถือครองทั้งหมด (รวม NVDR)  จำนวน 5 รายลดสัดส่วนการถือครองเกือบทุกราย ซึ่ง "EAST FOURTEEN LIMITED-DFA EMERG MARKET CORE EQ PORT" ไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรกแล้ว ขณะที่ NVDR ลดสัดส่วนถือหุ้นจาก 13.29% เหลือ 7.94%

ฟากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ถูกลดสัดส่วนสูงสุดได้แก่ บมจ. บ้านปู (BANPU) จาก 18% ณ วันปิดสมุด 5 มี.ค.63 เหลือเพียง 9% ณ วันปิดสมุด 16 เม.ย.64 โดย NVDR ลดสัดส่วนสูงสุด 5%

นอกจากนี้ บมจ.โอสถสภา (OSP) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม ถูกลดสัดส่วนมากสุดเป็นอันดับ 2 โดยข้อมูล ณ วันปิดสมุด 1 ก.ค.64 เหลือนัดลงทุนต่างชาติถือรวม 13.7% ลดลง 17.87% จากวันปิดสมุด 20 มี.ค.63 ที่อยู่ระดับ 31.57% ซึ่งมีนักลงทุนสถาบันต่างชาติ 8 รายลดสัดส่วนการถือครองจนไม่มีชื่อปรากฏใน 10 อันดับแรกแล้ว


*** กูรูรับยังไม่เห็นแววต่างชาติกลับเร็ว ๆ นี้


"ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) มองว่า แม้ระยะสั้นบางช่วงจะมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาต่อเนื่องระดับหลายหมื่นล้านบาท แต่เป็นเงินลงทุนประเภท Tactical Trading (ลงทุนระยะสั้น) เท่านั้น ซึ่งการดูแค่มูลค่าซื้อขายสุทธิไม่สะท้อนสถานะที่แท้จริงของนักลงทุนต่างชาติ 

ข้อมูลที่สะท้อนสถานะของนักลงทุนต่างชาติได้ดีกว่าคือ “มูลค่าหุ้นที่ถือครองโดยต่างชาติ” ล่าสุดอยู่ที่ 4.71 ล้านล้านบาท ซึ่งแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากยอด 4.66 ล้านล้านบาทเมื่อปี 2556 (ปีที่ SET Index ใกล้เคียงกับระดับปัจจุบัน) แสดงว่าต่างชาติไม่ได้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นเลยในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

"โอกาสจะเห็น Foreign Ownership กลับไปสู่ระดับมากกว่า 35% เหมือนในอดีต ยังไม่น่าเป็นไปได้ ถ้าปัญหาภายในยังไม่ถูกแก้ไข รัฐบาลจะต้องเริ่มแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างกลไกขับเคลื่อนชุดใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งปฎิรูปการเมืองไทยให้หลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้งเดิม ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ส่วนตลาดหลักทรัพย์เองก็ต้องเร่งหากิจการขนาดใหญ่ประเภท New Economy มาจดทะเบียน ควบคู่กับการหากลยุทธ์เพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทยในดัชนีอ้างอิงต่าง ๆ"

ด้าน "กรภัทร วรเชษฐ์" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า การปรับลดน่ำหนักการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศ สะท้อนผลตอบแทนราคาหุ้นไทยที่ไม่โดดเด่นเท่ากับตลาดหุ้นต่งประเทศอื่นๆ ขณะที่ภาพเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตแบบชะลอตัวต่อไป จึงไม่สามารถดึงดูดความสนใจของนักลงทุนต่างประเทศได้เท่าที่ควร

ขณะที่ สัดส่วนของนักลงทุนต่างประเทศ ที่ลงทุนระยะยาวในลักษณะ Long term fund ลดลง ที่เห็นซื้อขายปัจจุบันจะเป็นการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเป็นรอบๆ ผ่าน Hedge fund เป็นส่วนใญ่ 

"โจทย์ใหญ่คือ ตลาดหุ้นไทยจะสามารถดึงดูดกลุ่มนักลงทุนระยะยาวกลับมาได้อย่างไร ซึ่งอาจต้องอาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจที่สูงมากกว่าระดับปัจจุบัน ประกอบกับ บจ.ในตลาดหุ้นไทย ต้องมีการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ (New s-curve) ที่น่าสนใจ และล้อไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในตลาดหุ้นไทย ณ ปัจจุบัน ยังมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนชาวไทย แต่ต้องเป็นการลงทุนแบบระยะกลาง - ยาว ซึ่งเป็นการลงทุนที่สามารถจำกัดความเสี่ยงให้ลดลงได้"


ด้าน "ณรงค์เดช จันทรไพศาล" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.ไอร่า มองว่า การลดน้ำหนักถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจลดลง โดยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค ถือว่าผลตอบแทนหุ้นไทยยังไม่สูงมากนัก ประกอบกับ หุ้นไทยส่วนใหญ่ เป็นหุ้นในลักษณะเก่า ที่ไม่ได้ล้อไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในอนาคต เช่น เทคโนโลยี นอกจากนี้การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำอีกด้วย

สำหรับหุ้นไทยที่ถูกปรับลดน้ำหนักมากที่สุดในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา คือหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่อยู่ในดัชนี SET50 ส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าว มักไม่สามารถปรับตัวขึ้นแรงได้ เพราะขาดปัจจัยหนุนจากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติการลดน้ำหนักของนักลงทุนต่างประเทศจะพิจารณาตาม MSCI เป็นหลัก หาก MSCI ปรับลดน้ำหนักหุ้นบริษัทใด ก็จะมีการลดน้ำหนักของนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ สามารถซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวได้เพราะหลายบริษัทพื้นฐานยังเติบโตได้ และราคาไม่ผันผวนมากนัก โดยเลือกหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงสม่ำเสมอ และทยอยเข้าสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด