กระแสการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวคึกอีกครั้ง หลังจากปีก่อนค่อนข้างเงียบเหงา มีบจ.ประกาศซื้อหุ้นคืนเพียง 4 บริษัทเท่านั้น ต่างจากปี 2558 และ 2559 ที่มีถึงปีละ 8 บริษัท
ขณะที่ปีนี้ เพียงแค่มีนาคมเดือนเดียวก็ประกาศตัวไปแล้ว 3 บริษัท โดยมีอีก 1 บริษัทที่ให้ความสนใจและอยู่ระหว่างการศึกษา
***หุ้นน้องใหม่โชว์สภาพคล่องสุดติ่ง กำไรสะสมอื้อ เปิดซิงซื้อหุ้นคืน
กลุ่มที่ประเดิมการซื้อหุ้นคืนปีนี้เป็นหุ้นน้องใหม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ได้ไม่นาน เรียกได้ว่าเป็นการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกตั้งแต่เข้าตลาดฯ ก็ว่าได้ ประกอบด้วย
1.บมจ.โรงพยาบาล ลาดพร้าว (LPH) ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อ 28 ต.ค. 58 โดยระบุว่าปัจจุบันมีกำไรสะสม 276.60 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนเพียง 29.27 ล้านบาท จึงมีมติซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารการเงิน (Treasury Stock) ตั้งวงเงิน 200 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น หรือ 4% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ด้วยวิธีการซื้อในกระดานระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-25 ก.ย.61 เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลตอบแทนสูงขึ้น เพราะหุ้นที่ซื้อคืนไม่มีสิทธิรับเงินปันผล
2.บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อ 02 ธ.ค.58 ผ่านไป 2 ปีเศษ โชว์กำไรสะสม 70.99 ล้านบาท พร้อมทั้งมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเหลือถึง 387 ล้านบาท ขณะที่ในระยะไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้าประมาณการว่าจะมีเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มเข้ามาอีก 630 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการซื้อหุ้นคืน โดยมีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน ประมาณ 270 ล้านบาท
ทั้งนี้ตามเกณฑ์ของ ตลท. บจ.ที่ซื้อหุ้นคืนต้องถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน ถึงจะขายได้ และต้องมีการแจ้งช่วงเวลาที่จะขายให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตามหุ้นที่ซื้อคืนจะถือได้ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน หากพ้นกำหนดจะต้องนำไปลดทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่านั้น
***BLAND ซัดแฮททริก สอยหุ้นคืน 3 ครั้งในรอบ 4 ปี
ขณะที่เจ้าประจำอย่าง บมจ.บางกอกแลนด์ (BLAND) ประกาศซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปี จากครั้งแรกที่ประกาศเมื่อ 8 ส.ค.57 ทุ่มวงเงิน 3,000 ล้านบาท ซื้อ 1,200 ล้านหุ้น โดยสิ้นสุดการซื้อครั้งแรกเมื่อ 24 ก.พ.58 กวาดหุ้นไปทั้งสิ้น 1,155.01 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 2,336.23 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 2.02 บาท/หุ้น
และดูเหมือนว่าจะติดใจ เดินหน้าประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ต่อเนื่องเมื่อ 15 ส.ค.59 ครั้งนั้นวางวงเงิน 2,278 ล้านบาท สำหรับ 911.24 ล้านหุ้น ซึ่งเมื่อสิ้นสุดการซื้อคืนครั้งที่ 2 ได้หุ้นครบตามที่ต้องการ คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ย 1.65 บาท/หุ้น
จนครั้งล่าสุดเมื่อ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เตรียมทุ่มเงินจำนวน 3,719 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อคืนหุ้นจำนวน 1,859.62 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. - 28 ก.ย.61 โดยระบุว่า ปัจจุบันมีกำไรสะสม 6,138 ล้านบาท มีหนี้สินที่ต้องชำระภายใน 6 เดือนเพียง 204 ล้านบาท มีเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวรวม 1,415 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนการขยายการลงทุนที่สำคัญ ดังนั้นจึงจะซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้การซื้อหุ้นคืนของ BLAND ครั้งที่ 1 และ 2 รวม 2,066.25 ล้านหุ้น ยังไม่มีรายงานการขายหุ้นออก โดยการซื้อหุ้นทั้ง 2 ครั้งคิดเป็นมูลค่ารวม 3247.47 ล้านบาท หรือคิดเป็นต้นทุนที่ 1.57 บาท/หุ้น ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ 1.83 บาท
*** LOXLEY เล็งสอยหุ้นคืน เรียกความเชื่อมั่น หลังราคารูด
ด้าน "บุญเลิศ ใจมั่น" ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) ระบุว่า มีความสนใจและกำลังศึกษาการซื้อหุ้นคืน หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่องช่วงที่ผ่านมา โดยการซื้อหุ้นคืนจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นอีกด้วย
***กูรูชี้น่าจับตา ราคาหุ้นมักตอบสนองเชิงบวก
“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลัทรัพย์ (บล).เอเซีย พลัส ระบุว่า ราคาหุ้นของบจ.ที่มีแผนซื้อหุ้นคืนมักตอบสนองในเชิงบวก โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงประกาศแผน
“ส่วนใหญ่บจ.ที่ประกาศซื้อหุ้นคืนมักจะมองว่าราคาหุ้นในช่วงเวลานั้นต่ำเกินความเหมาะสมที่บริษัทได้ประเมินไว้ และช่วงที่ประกาศแผน ซึ่งที่ผ่านมาราคาหุ้นจะตอบสนองได้ดีหลังจากประกาศแผน”
ขณะที่ “ณัฐชาต เมฆมาสิน” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรินีตี้ เสริมว่า การซื้อหุ้นคืนของ บจ. เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี เพราะบริษัทเหล่านั้นต้องผ่านการประเมินและวิเคราะห์มาแล้วว่า ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งราคาหุ้นบางบริษัทปรับตัวลดลงโดยไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน
“หุ้นกลุ่มนี้มีความน่าสนใจ เพราะบริษัทส่งสัญญาณออกมาชัดเจนว่า ราคานี้มันต่ำเกินไป ทั้ง ๆ ที่ธุรกิจเรายังดีอยู่”
***ปี 58-60 บจ.ตั้งวงเงินกว้านซื้อหุ้นคืนกว่า 3 หมื่นล้านบาท
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลการซื้อหุ้นคืนของบจ. 3 ปีย้อนหลัง (58-60) พบว่า มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 20 บริษัท วงเงินซื้อขายรวม 32,010 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายจริงอยู่ที่ 13,659.18 ล้านบาท โดยมี 4 บริษัทที่ไม่ได้ซื้อเลย
ทั้งนี้ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล PTTGC เป็นเพียงบริษัทเดียวในรอบ 3 ปี ที่มีการขายหุ้นที่ซื้อคืน ขณะที่มี 3 บริษัทที่นำไปลดทุนจดทะเบียน ได้แก่ บมจ. เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEL) และ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) รวมถึง บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) ส่วนที่เหลือยังคงถืออยู่
บจ.ซื้อหุ้นคืน 3 ปีล่าสุด (2558-2560) |
ชื่อย่อ | เป้าหมาย (ล้านหุ้น) | วงเงินรวม (ล้านบาท) | ช่วงเวลาซื้อหุ้นคืน | หุ้นที่ซื้อได้ (ล้านหุ้น) | สัดส่วน (%) | มูลค่า (ล้านบาท) | ราคาเฉลี่ย (บาท) | สถานะ |
SVI | 200 | 1400 | 18/10/60-12/04/61 | 77.35 | 3.41 | 341.3 | 4.41 | ยังไม่สิ้นสุดการซื้อ |
MALEE | 15 | 500 | 25/08/60 - 23/02/61 | 4 | 1.43 | 114.65 | 26.66 | ยังไม่แจ้งขาย |
MCS | 23 | 380 | 01/06/60 - 30/11/60 | 23 | 4.60 | 354.88 | 15.43 | ยังไม่แจ้งขาย |
IT | 63 | 252 | 08/05/60 - 22/05/60 | 63 | 18.03 | 252.00 | 4.00 | ยังไม่แจ้งขาย |
ROJNA | 22 | 100 | 21/11/59 - 19/05/60 | ไม่ได้ซื้อ ไม่แจ้งเหตุผล |
AQUA | 275 | 220 | 12/09/59 - 11/03/60 | 86.04 | 1.87 | 66.40 | 0.77 | ยังไม่แจ้งขาย |
BLAND | 911 | 2,278 | 30/08/59 - 28/02/60 | 911.24 | 4.41 | 1,543.26 | 1.65 | ยังไม่แจ้งขาย |
DRT | 100 | 520 | 17/06/59 - 30/06/59 | 99.99 | 5.20 | 519.98 | 5.20 | เตรียมลดทุนทั้งหมด |
JAS | 1,200 | 6,000 | 01/06/59 - 10/06/59 | 1,200 | 16.82 | 6,000.00 | 5.00 | ลดทุนแล้วทั้งหมด |
AH | 14.05 | 150 | 15/03/59 - 14/09/59 | 6.01 | 1.86 | 75.71 | 12.60 | ยังไม่แจ้งขาย |
TWZ | 260 | 60 | 09/02/59 - 08/08/59 | ไม่มีการแจ้งใด ๆ ต่อตลาดหลักทรัพย์ |
BJCHI | 40 | 250 | 27/21/59 - 26/07/59 | 0.4 | 0.03 | 2.38 | 5.95 | ยังไม่แจ้งขาย |
GEL | 180 | 100 | 06/01/59 - 05/07/59 | 165 | 2.96 | 91.08 | 0.55 | ลดทุนแล้วทั้งหมด |
MCS | 50 | 500 | 12/10/58 - 11/04/59 | 27 | 5.40 | 288.19 | 10.67 | ยังไม่แจ้งขาย |
STPI | 162.52 | 2,000 | 24/09/58 - 23/03/59 | 0.35 | 0.02 | 3.10 | 8.86 | ยังไม่แจ้งขาย |
CPF | 400 | 10,000 | 10/09/58 - 09/03/59 | ไม่ได้ซื้อเพราะราคาสูงกว่าเป้าหมาย |
PTTGC | 90 | 4,500 | 08/09/58 - 07/03/59 | 48.56 | 1.08 | 2,434.62 | 50.14 | ขายหมดแล้ว |
SVI | 200 | 1,000 | 02/03/58 - 01/09/58 | ไม่ได้ซื้อเพราะโรงงานไฟไหม้ |
TCAP | 56.43 | 1,400 | 10/02/58 - 09/08/58 | 41.35 | 3.24 | 1,397.24 | 33.79 | ยังไม่แจ้งขาย |
PCSGH | 45 | 400 | 22/01/58 - 21/07/58 | 20 | 1.29 | 175.02 | 8.75 | ยังไม่แจ้งขาย |
***เปิดสถิติแนวโน้มแจ่ม 65% ราคาวิ่งบวกรับข่าว
ขณะที่เมื่อสำรวจข้อมูลความเคลื่อนไหวราคาหุ้นพบว่า ตั้งแต่ปี 58 ถึงปัจจุบัน มีบจ.ประกาศซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 23 บริษัท ปรากฏว่ามีถึง 15 บริษัท หรือประมาณ 65% ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ประกาศซื้อหุ้นคืนจนถึงวันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน ซึ่งรวมถึงกลุ่มบจ.ที่อยู่ระหว่างการเตรียมซื้อหุ้นคืนอย่าง LPH, BLAND และ TACC ราคาหุ้นก็ได้ตอบสนองในเชิงบวกตั้งแต่วันที่ประกาศซื้อหุ้นคืนเช่นกัน
สำหรับบริษัทที่แสดงผลงานด้านราคาหุ้นโดดเด่น ได้แก่ บมจ.อาปิโก ไฮเทค (AH) โดยราคาหุ้น ณ วันประกาศซื้อหุ้นคืนเมื่อ 29 ก.พ.59 อยู่ที่ 10.50 บาท ขณะที่ราคาหุ้น ณ วันสิ้นสุดการซื้อหุ้นคืนอยู่ที่ 25 บาท เพิ่มขึ้น 13.20 บาท หรือ 25.71% และเนื่องจาก AH ยังไม่ได้ขายหุ้นออกไป หากคิดจากราคาต้นทุนที่ได้มา 12.60 บาท กับราคาล่าสุด 34 บาท จะเท่ากับว่าราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นถึง 169.84%
ส่วนบริษัทที่มีกำไรสูงสุดจากการซื้อหุ้นคืน ได้แก่ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 48.35 ล้านหุ้น มูลค่า 2,434.62 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 50.14 บาท/หุ้น โดยได้ขายหุ้นออกไปหมดแล้ว ที่ราคาเฉลี่ย 75.34 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่า 3,657.87 ล้านบาท กำไร 1,223.25 ล้านบาท หรือกำไรกว่า 50%
อย่างไรก็ตามสถิติบ่งชี้ว่า บจ.ที่ซื้อหุ้นคืน แต่ยังไม่ขายหุ้นออกหรือไม่ได้นำไปลดทุนจดทะเบียน ราคาต้นทุนเฉลี่ยที่ซื้อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันให้ผลตอบแทนเป็นลบถึง 8 จาก 11 บริษัท
ราคาหุ้นบจ.ที่ซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ปี 58 |
ชื่อย่อหุ้น | วันประกาศซื้อหุ้นคืน | วันสิ้นสุดซื้อหุ้นคืน | ราคา ณ วันประกาศ | ราคา ณ วันสิ้นสุด | เปลี่ยนแปลง (%) | ราคาล่าสุด (บาท) | ต้นทุนเฉลี่ย(บาท) | เปลี่ยนแปลง (%) |
TACC | 15/3/61 | 01/10/61 | 4.52 | N/A | N/A | 4.66 | N/A | 3.10* |
BLAND | 14/3/61 | 28/09/61 | 1.77 | N/A | N/A | 1.83 | N/A | 3.39* |
LPH | 12/3/61 | 25/09/61 | 6.50 | N/A | N/A | 6.95 | N/A | 6.92* |
SVI | 2/10/60 | 12/04/61 | 5.10 | N/A | N/A | 4.54 | N/A | -10.98* |
MALEE | 10/8/60 | 23/2/61 | 35.50 | 31.75 | -10.56 | 22.9 | 26.66 | -14.10 |
MCS | 15/5/60 | 30/11/60 | 14.00 | 14.50 | 3.57 | 10.5 | 15.43 | -31.95 |
IT | 22/2/60 | 22/5/60 | 3.86 | 3.84 | -0.52 | 3.86 | 4.00 | -3.5 |
ROJNA | 4/11/59 | 19/5/60 | 4.86 | 5.75 | 18.31 | ไม่ได้ซื้อ |
AQUA | 29/8/59 | 11/3/60 | 0.92 | 0.76 | -17.39 | 0.51 | 0.77 | -33.77 |
BLAND | 15/8/59 | 28/2/60 | 1.62 | 1.80 | 11.11 | 1.83 | 1.65 | 10.91 |
DRT | 24/5/59 | 30/6/59 | 5.10 | 5.10 | 0.00 | จะนำไปลดทุน |
JAS | 7/3/59 | 10/6/59 | 3.70 | 4.60 | 24.32 | ลดทุนหมดแล้ว |
AH | 29/2/59 | 14/9/59 | 10.50 | 13.2 | 25.71 | 34 | 12.60 | 169.84 |
TWZ | 26/1/59 | 8/8/59 | 0.28 | 0.36 | 28.57 | ไม่แจ้งอะไรเลย |
BJCHI | 13/1/59 | 26/7/59 | 5.80 | 6.60 | 13.79 | 2.4 | 5.95 | -59.66 |
GEL | 23/12/58 | 5/7/59 | 0.51 | 0.52 | 1.96 | ลดทุนหมดแล้ว |
MCS | 23/9/58 | 11/4/59 | 9.90 | 10.90 | 10.10 | 10.5 | 10.67 | -1.59 |
STPI | 9/9/58 | 23/3/59 | 14.80 | 10.70 | -27.70 | 4.82 | 8.86 | -45.59 |
CPF | 26/8/58 | 9/3/59 | 20.80 | 20.90 | 0.48 | ไม่ได้ซื้อ |
PTTGC | 24/8/58 | 7/3/59 | 49.25 | 59.00 | 19.80 | ขายหมดแล้ว |
SVI | 29/1/58 | 1/9/58 | 4.26 | 4.80 | 12.68 | ไม่ได้ซื้อ |
TCAP | 26/1/58 | 9/8/58 | 32.75 | 30.50 | -6.87 | 53.75 | 33.79 | 59.07 |
PCSGH | 8/1/58 | 21/7/58 | 8.35 | 6.95 | -16.77 | 7 | 8.75 | -20.00 |
หมายเหตุ : * หุ้นกลุ่มนี้ยังไม่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน เปอร์เซนต์การเปลี่ยนแปลงในตารางหมายถึงการเปรียบเทียบระหว่างราคา ณ วันประกาศกับราคาล่าสุด (23 มี.ค.61)