Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. ประเด็นร้อน
  3. รายละเอียด ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อน
26 ธ.ค. 2024 เวลา 14:43

โบรกฯ ชี้เป้า SET ปีงู 1,485 - 1,630 จุด ปัจจัยลบยังเพียบ เน้นหุ้น Defensive

โบรกฯ ชี้เป้า SET ปีงู 1,485 - 1,630 จุด ปัจจัยลบยังเพียบ เน้นหุ้น Defensive

Share

twitter icon
line icon

โบรกฯส่วนใหญ่มองหุ้นไทยปี 68 ยัง Sideway แถมเสี่ยงผันผวนสูง จากความกังวลสงครามการค้า - เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าคาด ให้เป้าสูงสุด 1,630 จุด แต่ต้นปีมีลุ้นเกิด January Effect หลังคาดจะมีเม็ดเงินกองทุนซื้อกลับ ส่วนใหญ่แนะกลยุทธ์สะสมหุ้น Defensive หลบภัยสงครามการค้า ส่วนปีนี้คาด SET ปิดเหนือ 1,400 จุดได้ !


 

*** โบรกฯลุ้นหุ้นไทยปีนี้ปิดเหนือ 1,400 จุด

"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า มองว่า ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ณ สิ้นปี 67 น่าจะยืนเหนือบริเวณ 1,400 จุดได้ แต่จะทะลุ 1,410 จุด ได้หรือไม่ยังต้องรอลุ้นกันอีกที โดยส่วนตัวมองว่า อาจจะไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปได้ไกลจาก ณ ปัจจุบัน มากนัก เพราะยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม


เช่นเดียวกับ "กรรณ์ หทัยศรัทธา" นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ที่ประเมินว่า SET Index ปีนี้ มีแนวโน้มที่จะปิดได้แถว ๆ บริเวณ 1,400 ต้น ๆ เพราะคาดว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะได้เห็นแรงซื้อหนุนเข้ามาจากกองทุน TESG และกองทุนอื่น ๆ 


ฟาก "ณัฐพล คำถาเครือ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า SET Index ณ สิ้นปี 67 อาจจะปิดที่บริเวณ 1,420 - 25 จุด เนื่องจากดัชนีหุ้นไทยปี 66 ปิดที่ 1,415 จุด ซึ่งภายใต้รัฐบาลที่เป็นแบบเสรีนิยม จึงคาดว่าน่าจะมีการพยายามทำให้ดัชนีปีนี้ปิดบวกจากปีก่อน เพื่อทำให้ผลตอบแทนโดยรวมทั้งปีดูไม่แย่ แม้จะบวกไม่ถึง 1% ก็ตาม


ขณะที่ "ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ" กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง เสริมว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน พ.ย.67 ตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนที่ระดับ 5.2% ถือว่าทำผลงานได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเอเชีย ช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันทั้งปัจจัยภายในและนอกประเทศ เช่น เศรษฐกิจโลกโตชะลอตัว, สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน, การส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าหลาย ๆ ประเทศโตต่ำกว่าคาด และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ เป็นต้น ส่งผลให้นักลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้น ด้วยการปรับกลยุทธ์หันมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตราสารหนี้มากขึ้น ทำให้ยังคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้ ที่ 1,430 จุด


ส่วน "สรพล วีระเมธีกุล" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย มองว่า SET Index ปี 67 จะจบได้แถว ๆ บริเวณ 1,400 จุด เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นดัชนีหุ้นไทยได้มากนัก

 

*** ประเมินเดือน ม.ค. เกิด January Effect ได้ แต่ไม่มาก

"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" กลับมากล่าวต่อว่า ในช่วงเดือน ม.ค.68 มีโอกาสเกิด January Effect ได้เช่นกัน เนื่องจากหุ้นไทยในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก ทำให้อาจเห็นแรงซื้อกลับได้ในช่วงดังกล่าว แต่มองว่า หากเกิดขึ้นก็เป็นเพียงแค่การรีบาวด์สั้น ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ขึ้นเพื่อเปลี่ยนทิศของการเคลื่อนไหวของ SET Index เนื่องจากหลาย ๆ กองทุนอาจระมัดระวังที่จะซื้อหุ้นเข้ามาเพราะกองทุน LTF ใกล้จะหมดอายุแล้ว ทำให้อาจจะมีกองทุนหลาย ๆ กอง ขายหุ้นออกมาจำนวนมากเพื่อลดความเสี่ยงลงได้เช่นกัน 


สอดคล้องกับ "กรรณ์ หทัยศรัทธา" ที่มองว่า ในช่วงเดือน ม.ค.68 มีโอกาสเกิด January Effect ได้อยู่ เพราะมูลค่า (Valuation) ของหุ้นไทยหลาย ๆ บริษัท ณ ปัจจุบัน ค่อนข้างถูก แต่อาจจะเกิดเฉพาะกลุ่ม หรือเป็นรายตัวไปมากกว่า คงไม่น่าจะเห็นกรณีเกิดแบบวงกว้าง 


เช่นเดียวกับ "สรพล วีระเมธีกุล" ที่มองว่า ในช่วงเดือน ม.ค.68 มีโอกาสเกิด January Effect ได้ แต่ให้น้ำหนักไม่มากนัก คาดจะดันให้ดัชนีหุ้นไทยอาจไปยืนอยู่บริเวณ 1,440 จุด ได้ จากเม็ดเงินการซื้อของกองทุนที่คาดไว้ราว 15,000 ล้านบาท 


ส่วน "ณัฐพล คำถาเครือ" ให้ความเห็นอีกมุมมว่า ในเดือน ม.ค.ที่จะถึงนี้ มีโอกาสเกิด January Effect ได้ยาก เนื่องจาก "โดนัลด์ ทรัมป์" จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วงปลายเดือนดังกล่าว ทำให้ก่อนจะถึงช่วงดังกล่าว "โดนัลด์ ทรัมป์" อาจมีการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างที่อาจส่งผลเสียต่อตลาดหุ้นนอกประเทศสหรัฐฯ จึงมองว่า อาจจะมีความผันผวน ในเดือน ม.ค. หรือ นักลงทุนอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐฯเสียก่อน


ขณะที่ ปัจจัยในประเทศไทยก็กดดันการเกิด January Effect ด้วยเช่นกัน เพราะเดือน ม.ค.68 จะเป็นช่วงที่กองทุน LTF หมดอายุจำนวนมาก ทำให้เป็นอีก 1 ปัจจัย ที่อาจจะถ่วงตลาดหุ้นไทยในเดือน ม.ค.ที่จะถึงนี้ได้ด้วย

 

*** ปี 68 กังวลสงครามการค้ามากสุด ให้เป้า 1,420 - 1,630 จุด

"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" กล่าวว่า SET Index ปี 68 คาดไว้ที่ 1,420 - 1,560 จุด โดยกำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ประเมินไว้ที่ 97 บาท/หุ้น เติบโตขึ้น 4% จากปีก่อน โดยมอง SET Index ปี 68 ยังคงซึม ๆ ออกข้าง คล้ายกับปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะเข้ามาหนุน SET Index อย่างจริงจัง 


โดยปัจจัยที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อ SET Index ในช่วงปี 68 มากที่สุด มองว่า จะเป็นการทำสงครามการค้าของสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนใหม่อย่าง "โดนัลด์ ทรัมป์" และความเร็วในการลดดอกเบี้ยนโนยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมองว่า ช่วงหนึ่งจะส่งผลต่อความกังวลของตลาดหุ้นไทยมาก ทำให้ดัชนีสามารถปรับตัวลงแรงได้ แต่เมื่อคลายความกังวล ดัชนีก็สามารถรีบาวด์กลับได้ในช่วงสั้น ๆ เช่นกัน จึงประเมินว่า SET Index จะเคลื่อนไหวออกด้านข้างเป็นส่วนใหญ่


นอกจากนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจไทย มีความเสี่ยงที่จะทำได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์กันไว้ที่ระดับ 3% เพราะยังไม่เห็นเครื่องยนต์ใหม่เข้ามาหนุนการเติบโต ยังคงคาดหวังจาก 2 อุตสาหกรรมหลัก คือ การท่องเที่ยว และการส่งออกเหมือนเดิม ประกอบกับ เม็ดเงินลงทุนของรัฐบาลที่จะออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าจะทำได้ยากขึ้น เพราะปีนี้มีการใช้งบชนปีไปแล้ว อีกทั้ง หนี้สาธารณะต่อ GDP ของประเทศยังอยู่ในระดับใกล้กับเพดานกำหนด (70%) ยิ่งทำให้รัฐบาลจัดหาเงินกู้ได้ยากขึ้นด้วย 


ขณะเดียวกัน ในประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่ภาวะสงคมสูงวัย ทำให้การจับจ่ายใช้สอย และภาคแรงงานอ่อนแอลง อีกทั้ง การลงทุนด้านเทคโนโลยียังไม่ได้น่าสนใจเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เป็นปัญหาหลักที่อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ (Fund flow) อาจไม่ไหลเข้ามายังตลาดหุ้นไทยมากนักในปีหน้า 


ด้าน "ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ" ประเมินเป้าหมาย SET Index ปี 68 ที่ 1,485 จุด และคาด EPS ที่ระดับ 95 บาท/หุ้น แต่หากมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน เช่น อัตราดอกเบี้ยของไทยและต่างประเทศปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และการลงทุนของภาครัฐมาตามนัด อาจหนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้อีก 100 จุด หรือกรณี Bull case มองตลาดหุ้นไทยไปได้มากสุดที่ 1,585 จุด


ปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้คาดหวังการลงทุนจากภาครัฐมากนัก แต่หากการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ทำได้จริงอาจช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงส่งผลบวกต่อภาคการก่อสร้างและการจ้างงานภายในประเทศ โดยภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกปี 68 อาจไม่ค่อยสดใส เพราะยังคงมีความเสี่ยงหลายเรื่องที่อาจกระทบต่อการลงทุน เช่น ความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รอบใหม่ หลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นครั้งที่ 2 และกำลังจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในช่วงต้นปีหน้า รวมถึงเศรษฐกิจทั้งสหรัฐฯและจีน มีแนวโน้มเติบโตชะลอลง


แต่ในช่วงครึ่งปีหลังอาจเริ่มเห็นตลาดหุ้นฟื้นตัว โดยเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่อาจไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น รับอานิสงส์ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในเดือน ธ.ค.นี้ และปรับลดลงอีก 1% ในปี 68 ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ระดับ 3.25% ส่วนดอกเบี้ยของไทยมีโอกาสปรับลดลงได้เต็มที่ไม่เกิน 2 ครั้ง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายรัฐบาลทั่วโลกจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น


ฟาก "กรรณ์ หทัยศรัทธา" ประเมินเป้าหมาย SET Index ปี 68 ที่ 1,630 จุด และ EPS ประมาณ 90 บาท/หุ้น โดยมองว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีอาจเหนื่อยหน่อย เพราะตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯเต็มที่ หลัก ๆ จากความกังวลเรื่องสงครามการค้า กรณีขึ้นภาษีคู่ค้า แต่มองว่าในช่วงไตรมาส 2/68 ก็มีโอกาสที่จะเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน หากช่วงไตรมาสแรกของปี SET Index ปรับตัวลงจากความกังวลดังกล่าว และไม่มีปัจจัยลบอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้เข้ามาซ้ำเติม 


ขณะที่ "สรพล วีระเมธีกุล" ประเมินเป้าหมาย SET Index ปี 68 ที่ 1,520 จุด และ EPS ที่ 95 บาท/หุ้น โดยยังมีความกังวลต่อการเติบโตสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ (การเติบโตสินเชื่อธนาคารมีความสอดคล้องกับการเติบโตของ GDP ในประเทศ) ประเมินว่า ในช่วงครึ่งปีแรกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่ออยู่ ส่งผลให้อัตราการเติบโตดังกล่าว จะยังอยู่ในระดับต่ำ


นอกจากนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจไทยประเมินไว้เพียง 2.4% เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่ภาครัฐคาดไว้ที่ 3% เนื่องจากมองว่า ภาคการส่งออกจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากนโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ประกอบกับ ภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีความกังวลต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีน ที่อาจปรับตัวลดลงจากปีก่อนตามภาวะเศรษฐกิจจีนด้วย 


ส่วน "กิจพณ ไพรไพศาลกิจ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินเป้าหมาย SET Index ปี 68 ที่ 1,585 จุด และ EPS ประมาณ 99 บาท/หุ้น โดยมองว่าปัจจัยบวกที่จะหนุนตลาดหุ้นไทย จะเริ่มตั้งแต่ครึ่งแรกของปี ตามการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศของรัฐบาล ประกอบกับ การใช้จ่ายภาครัฐปี 68 มีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีก่อนอีกด้วย นอกจากนั้น วัฎจักรดอกเบี้ยขาลงในปี 68 จะช่วยทำให้ต้นทุนทางการเงินของหลาย ๆ บริษัทปรับตัวลงด้วย


อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องกังวล คือ การขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯของ "โดนัลด์ ทรัมป์" เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าในปีหน้านโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น จากการทำสงครามการค้ากับประเทศจีน ซึ่งอาจจะกระทบมาที่ห่วงโซ่อุปทานของจีน อาทิ ประเทศไทยด้วย ขณะที่ เศรษฐกิจในทวีปยุโรปยังไม่มีความชัดเจนในการฟื้นตัวขึ้นจากปี 66 จึงทำให้เป็นอีกปัจจัยที่จะหนุนการเติบโตของ GDP โลกในปีหน้าด้วย 


"ณัฐพล คำถาเครือ" ประเมิน SET Index ปี 68 ปิดที่ 1,600 จุด และ EPS 97 บาท/หุ้น เติบโตขึ้น 11% จากปีก่อน โดยยังมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีน อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว อาจสร้างผลบวกให้ประเทศไทยได้บ้าง อาทิ การย้ายฐานผลิตจากจีนเข้าสู่ไทย รวมทั้ง การส่งสินค้าจากไทยไปสู่สหรัฐฯส่วนมากเป็นสินค้าจำเป็น ทำให้สหรัฐฯอาจไม่ขึ้นภาษีต่อสินค้าไทยมากนัก ขณะที่อีกปัจจัยลบที่จะกดดัน คือ ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ตามความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์


ขณะเดียวกัน ปัจจัยบวกที่จะหนุนตลาดหุ้นไทย มองว่า จะเป็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปี 68 ที่มีแนวโน้มดีกว่าปีนี้ จากการเร่งลงทุนของทั้งภาครัฐ และเอกชน ประกอบกับ สถานการณ์การเมืองในประเทศมีแนวโน้มมีสเถียรภาพมากกว่าปีนี้ หลังผ่านการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจากยุค "เศรษฐา ทวีสิน" สู่ "แพทองธาร ชินวัตร" อีกทั้ง ยังมีความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมากกว่า 2 ครั้งในปีหน้า หนุนให้ผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหุ้นกลับมาน่าสนใจมากขึ้น


 

*** แนะลงทุนหุ้น Defensive หลบภัยสงครามการค้า 

"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" กล่าวว่า กลยุทธ์ลงทุนในปี 68 ถือว่าเป็นปีที่ยากอีกปีหนึ่ง โดยต้องนำมาร์เก็ต ไทม์มิ่งเข้ามาช่วยในเรื่องการลงทุนด้วย โดยยังชอบหุ้นที่มีลักษณะ Defensive ที่มีรายได้มั่นคง และสามารถหลบภัยสงครามการค้าได้ แนะนำกลุ่มโรงพยาบาล ชอบ BDMS และ BH และอีกกลุ่มคือโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีรายได้สม่ำเสมอจากการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฯ ส่วนธีมที่เหลือ ต้อง Selective pay หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว แนะนำ SHR และ AURA


สอดคล้องกับ "ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ" ระบุว่า กลยุทธ์การลงทุนปี 68 ให้เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ความเสี่ยงต่ำ และจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะชะลอตัวลงต่อเนื่องและปรับตัวต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/68 เช่น กลุ่ม Commerce ที่เน้นการบริโภคและการใช้จ่ายประจำวัน, กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มท่องเที่ยว 


ระมัดระวังการลงทุนในกลุ่ม Auto เหตุจากธนาคารและไฟแนนซ์ยังคุมเข้มการปล่อยกู้ และการเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่วนการลงทุนในกลุ่มปิโตรเคมี ภาพรวมยังไม่ค่อยดี ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน ประกอบกับ บริษัทในเอเชียมีการขยายกำลังการผลิตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สร้างแรงกดดันต่ออัตราการทำกำไร


ฟาก "กรรณ์ หทัยศรัทธา" แนะนำว่า กลยุทธ์ลงทุนปี 68 นักลงทุนควรมองหาบริษัท ที่ราคาหุ้นปี 67 ปรับตัวลงมาค่อนข้างแรง แต่แนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะถัดไปยังสามารถเติบโตได้ โดยมีหุ้น Top picks ที่แนะนำ คือ CRC, IVL และ HANA เป็นต้น 


ขณะที่ "มงคล พ่วงเภตรา" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนปี 68 มีด้วยกัน 3 ธีม คือ 1.เน้นลงทุนในหุ้นที่มีความแข็งแรงในเชิงการเติบโตของกำไร, 2.หุ้นที่ราคาปี 67 ปรับตัวลงมากลึกแล้ว แต่ปัจจัยพื้นฐาน และการเติบโตยังแข็งแกร่ง และ หุ้น Domestic pay ที่จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ


"กิจพณ ไพรไพศาลกิจ" กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนปี 68 แนะนำสะสมหุ้นค้าปลีก - ท่องเที่ยว เพราะคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มีหุ้นเด่น คือ CPALL, AOT, SPA และ ERW นอกจากนี้ ยังมองว่า หุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยก็น่าสนใจ โดยชอบ MTC มากที่สุด และสุดท้าย คือ กลุ่มที่มีการลดต้นทุนลงอย่างมีนัยสำคัญ แนะนำ OSP เป็นต้น


ด้าน "สรพล วีระเมธีกุล" กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนปี 68 ยังถือว่าค่อนข้างยากที่จะลงลึกเป็นรายกลุ่ม โดยแนะนำให้ Selective pay หุ้นในกลุ่มที่มีการปรับลดค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ โดยหุ้น Top picks ที่แนะนำได้แก่ EGCO และ OSP 


ส่วน "ณัฐพล คำถาเครือ" กล่าวปิดท้ายว่า ปี 68 ยังเป็นปีที่มีความยากในการลงทุน เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ความรุนแรงของสงครามการค้าที่จะกลับมารอบ 2 นี้ จะมีความรุนแรงเป็นวงกว้างมากแค่ไหน อีกทั้ง "โดนัลด์ ทรัมป์" จะมีมาตรการอะไรใหม่ ๆ ที่งัดออกมาใช้ตอบโต้คู่แข่งรายสำคัญ อย่าง จีน ซึงอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่นด้วย


ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนปี 68 จึงแนะนำกระจายการลงทุนในหลาย ๆ สินทรัพย์ ไม่ควรกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเพียงอย่างเดียว ประเมินว่า กลยุทธ์ลงทุนแบบกระจายไปในหลายสินทรัพย์จะสามารถให้ผลตอบแทนที่ Outperform กลยุทธ์อื่น ๆ ได้ในปีหน้า 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไทยปีงูหุ้นไทยปี 68กลยุทธ์ลงทุนปีงูกลยุทธ์ลงทุนปี 68หุ้น Defensive

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

คุณสุภารัตน์ งามศรี (หนึ่ง)

โทร : 099-446-4366

Email : suparat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   HotTopic Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที