ประเด็นร้อน

9 บจ.แห่รุกธุรกิจ "ไฟแนนซ์-สินทรัพย์ดิจิทัล" พบราคาพุ่งสูงสุด 52 - 3,3

9 บจ.แห่รุกธุรกิจ

เปิดโผ 9 บจ.พาเหรดทำธุรกิจ "ไฟแนนซ์-สินทรัพย์ดิจิทัล" กลุ่มสื่อ-อสังหาฯ ติดโผสูงสุด กูรูแนะศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนเข้าลงทุน เหตุราคาพุ่งล้ำหน้าพื้นฐาน ส่วนใหญ่เริ่มหมดรอบเก็งกำไร ตะลึงราคาเคยพุ่งสูงสุด 52 - 3,372% แต่ล่าสุดเริ่มหมดแรงไปต่อ


*** พบ 9 บจ.รุกธุรกิจ  "ไฟแนนซ์-สินทรัพย์ดิจิทัล"


"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจความเคลื่อนไหวบริษัทจดทะเบียนพบ (บจ.) พบ 9 บริษัทรุกทำธุรกิจ "ไฟแนนซ์-สินทรัพย์ดิจิทัล" ประกอบด้วย
 

9 บจ.แห่รุกธุรกิจ “การเงิน-ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล”

ชื่อย่อหุ้น

ธุรกิจหลัก-เดิม

ธุรกิจใหม่

JTS

ออกแบบติดตั้งระบบสื่อสาร-ไอที

ขุดบิตคอยน์

XPG

บริษัทหลักทรัพย์

ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล/บริหารหนี้

SIRI

อสังหาฯ

ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล/บริหารหนี้/ขายโทเคน

RS

สื่อบันเทิง-Commerce

บริหารหนี้

U

อสังหาฯ

ไฟแนนซ์/ประกัน

BROOK

ที่ปรึกษาธุรกิจ, การเงิน และการลงทุน

ลงทุนคริปโทฯ โดยตรง

NEWS

สื่อ-ไอที

Fintech

TH

สื่อสิ่งพิมพ์

ไฟแนนซ์

MVP

จัดงานอีเวนต์-เอเจนซี่สื่อออนไลน์

ขายโทเคน


*** JTS ประเดิมสร้างเหมืองขุดบิตคอยน์


บมจ.จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ (JTS) จากเดิมดำเนินธุรกิจ จัดหา, ออกแบบ, ติดตั้ง และทดสอบระบบสื่อสารโทรคมนาคม/เทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร (Total ICT Solution) ได้ทุ่มงบ 319.36 ล้านบาท เพื่อลงทุนธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ (Bitcoin Mining) โดยซื้ออุปกรณ์ขุดบิตคอยน์ถึง 1,200 เครื่อง 

ซึ่งบริษัทระบุว่า ความไม่แน่นอนของการระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงมองหาธุรกิจใหม่ ที่จะลงทุนในระยะยาว และยังสามารถสร้างรายได้ใหม่ให้แก่บริษัท 

ล่าสุดได้เพิ่มวัตถุประสงค์ของบริษัทเพื่อรองรับการประกอบธุรกิจ 1 ข้อ คือ เป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี, ศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัล, นายหน้าซื้อขายโทเคนดิจิทัล, ผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี, ผู้ค้าซื้อขายโทเคนดิจิทัล, เป็นที่ปรึกษาและให้คําแนะนําแก่ผู้ประกอบการธุรกิจหรือบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัล ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลหรือขายเงินสกุลเงินดิจิทัล ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงการขุด ซื้อขาย แลกเปลี่ยน สินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการลงทุนหรือให้บริการด้านอื่นๆเกี่ยวกับธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัล

พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการขอเปลี่ยนชื่อ และตราประทับของบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ Jasmine Technology Solution Public Company Limited”


*** XPG ลุยสินทรัพย์ดิจิทัล/บริหารหนี้


บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) ธุรกิจเดิมคือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีมิโก้ โดยปรับโครงสร้างสำคัญ ด้วยการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ มูลค่ารวม 6,934 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 

1.ขยายการลงทุนในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องภายในปี 2564-2568 จำนวน 4,000 ล้านบาท

2.พัฒนาและขยายธุรกิจต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันของกลุ่มบริษัท ได้แก่ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจจัดการกองทุน ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และธุรกิจลงทุนในสินทรัพย์หรือบริษัทที่มีศักยภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายในปี 2564-2568 จำนวน 2,300 ล้านบาท 

3.ชำระคืนเงินกู้ยืมในรูปของตั๋วแลกเงินบางส่วนและเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทภายในไตรมาส 3/64 จำนวน 634 ล้านบาท 

ซึ่งเงินก้อนใหญ่คือการลงทุนในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันตั้ง บริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็กซ์สปริง เอ เอ็ม ซี จำกัด (XSpring AMC) เพื่อเข้าประมูลสินทรัพย์ NPL จากสถาบันการเงินมาบริหารอีกด้วย


*** SIRI เข้าซื้อหุ้น XPG ต่อยอดธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล/บริหารหนี้


บมจ.แสนสิริ (SIRI) เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนจาก XPG มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เข้าถือหุ้นใหญ่ XPG สัดส่วน 15% เพื่อกระจายธุรกิจไปยังกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล

ขณะเดียวกันตั้งบริษัทร่วมทุนกับ XPG สัดส่วน 50 : 50 คือ "XSpring AMC" เพื่อเข้าประมูลสินทรัพย์ NPL จากสถาบันการเงินมาบริหาร

รวมถึงล่าสุดขายได้ขาย "Siri Hub Token" จำนวน 240 ล้านโทเคน มูลค่ารวม 2,400 ล้านบาท เป็นโทเคนดิจิทัลที่ลงทุนในอาคารสำนักงานสิริ แคมปัส (Siri Campus) ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่าเช่าอาคารนี้ โดยสัดส่วนผลตอบแทนที่ผู้ถือโทเค็น  SiriHubA จะได้ผลตอบแทนอยู่ที่ 4.5% ต่อปี และผู้ถือโทเค็น SiriHubB ที่ 8% ต่อปี จนครบกำหนด 4 ปีตามโครงการ


*** RS เข้าลงทุนบริษัทบริหารหนี้


บมจ.อาร์เอส (RS) เข้าลงทุน บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด สัดส่วน 35% มูลค่า 920 ล้านบาท ซึ่งประกอบธุรกิจติดตามและบริหารหนี้ NPL ซึ่งมีหนี้ภายใต้การบริหารถึง 2.3 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะร่วมกันต่อยอดธุรกิจดังกล่าวกับธุรกิจปัจจุบันของ RS เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในอนาคต และมีแผนจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปลายปี 65


*** U ทุ่มเงินกว่าหมื่นล้าน เข้าลงทุนธุรกิจไฟแนนซ์/ประกัน


บมจ.ยู ซิตี้ (U) ทุ่มเงินกว่าหมื่นล้านบาท เข้าซื้อหุ้น บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย  (SINGER) สัดส่วน 24.9% มูลค่า 7,115 ล้านบาท และ ซื้่อหุ้น บมจ.เจ มาร์ท (JMART) สัดส่วน 9.9% มูลค่า 4,129 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจไฟแนนซ์ ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง

ขณะที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าซื้อหุ้น บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต สัดส่วน 75% มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจด้านประกัน


*** BROOK ลุยเทรดคริปโทฯ


ฟาก บมจ.บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) ได้เข้าลงทุนในคริปโทฯ โดยตรงตั้งแต่ต้นปีนี้ ใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นงบไตรมาส 2/64 บันทึกขาดทุนจากการลงทุนดังกล่าวไปถึง 369 ล้านบาท

นอกจากนี้ อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนทำธุรกิจเหมืองขุดคริปโทฯ เพราะมองว่ามีศักยภาพการเติบโตที่ค่อนข้างสูงในอนาคต


*** NWES รุก Fintech


บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยจำหน่ายเงินลงทุนธุรกิจเดิมออก เพื่อนำเงินไปต่อยอดการลงทุนใหม่ด้านนวัตกรรมการเงินหรือ Fintech ขณะนี้อยูในระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตทำบริษัทหลักทรัพย์ Liberator (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฐานเศรษฐกิจ แคปปิตัล (บลน.) ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบระบบงานกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนธ.ค.64 

นอกจากนี้มีแผนจะให้บริการสินเชื่อระหว่างบุคคลต่อบุคคลโดยผ่านระบบออนไลน์และไม่ผ่านตัวกลาง (Peer to peer lending) อีกด้วย


*** TH ลุย ไฟแนนซ์


บมจ.ตงฮั้ว โฮลดิ้ง (TH) เดิมทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสือพิมพ์รายวันภาษาจีน “หนังสือพิมพ์ตงฮั้ว” ปรับโครงสร้างดำเนินธุรกิจเป็นธุรกิจให้สินเชื่อโดยให้บริการเงินกู้เงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น หรือ แฟคตอริ่ง ซึ่งให้บริการเงินกู้เงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น โดยรับซื้อหนี้การค้าในรูปของใบวางบิล ใบรับวางบิล หรือ invoice โดยการรับโอนสิทธิการรับเงินจากลูกค้า เพื่อจัดเก็บเงินจากลูกหนี้(หน่วยงานราชการและเอกชน) 

รวมถึงทำธุรกิจบริหารและจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และได้เข้าร่วมประมูลสินทรัพย์ 3,045 ล้านบาท เมื่อ ก.ค.ที่ผ่านมา และชนะการประมูล โดยมีแผนการซื้อหนี้ปีละ 5-6 พันล้านบาท 


*** MVP รุกขายโทเคน


บมจ.เอ็ม วิชั่น จำกัด (MVP) ขาย MVP Coin ที่เป็น Utility Token จำนวน 305 ล้านโทเคน คิดเป็นมูลค่า 92 ล้านบาท  ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรึกษากับทางทีมงานของ ก.ล.ต. และผู้ตรวจสอบบัญชี เรื่องวิธีการบันทึกบัญชี ซึ่งจำนวนโทเคนที่รอบันทึกรายได้จะสามารถรับรู้เป็นรายได้เข้าได้เมื่อมีผู้ถือโทเคนนำไปใช้บริการต่างๆ  และ รอ ก.ล.ต.พิจารณาให้นำ MVP Coin เข้าไปเทรดในกระดาน ซึ่งจะทำให้คนที่สนใจซื้อ MVP Coin สามารถซื้อโทเคนได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกันเดินหน้าสู่ธุรกิจบล็อกเชน (Blockchain) ล่าสุดได้มีการเข้าไปร่วมลงทุนและทำการตลาดในเกมส์โลกเสมือน METAVERS Thailand ซึ่งสามารถซื้อที่ดินในเกมส์ด้วยเหรียญ MVP Coin จะมีการพัฒนาต่อยอดและสามารถสร้างรายได้เข้ามาให้กับบริษัทในอนาคต อีกทั้งบริษัทยังมองโอกาสในการศึกษาการต่อยอดธุรกิจ Blockchain เพิ่มเติม ซึ่งได้มีการศึกษาการต่อยอดในธุรกิจดังกล่าวร่วมกับ Kubix บริษัทในเครือกสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) 


*** กูรูมองธุรกิจไฟแนนซ์เริ่มแข่งขันสูง 


"ณัฐชาต เมฆมาสิน" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมการเงิน โดยเฉพาะสินเชื่อ เริ่มมีความน่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจมักเติบโตได้ดีในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ จากประชากรส่วนใหญ่ มีรายได้ลดลง และจำเป็นต้องกู้สินเชื่อที่มีดอกเบี้ยสูง แต่ปัจจุบัน เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น หรือผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว ดังนั้นอัตราการเติบโตในระยะต่อไป จึงมีค่อนข้างจำกัด

"การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ที่มากขึ้น จะยิ่งทำให้ตลาดแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้น ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแข่งขันด้านราคาที่ต่ำลง ฉุดมาร์จิ้นของอุตสาหกรรมลดลง ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต กำลังจะกลับไปสู่รอบขาขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของกลุ่มเพิ่มขึ้นด้วย"

สำหรับ กลยุทธ์การลงทุนในกลุ่มดังกล่าว แนะนำเข้าซื้อ ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะเป็นช่วงที่กำไรสุทธิของบริษัทในกลุ่มมีอัตราเติบโตสูง จากประชากรที่มีความจำเป็นต้องกู้สินเชื่อเพื่อประคองฐานะการเงิน และ ตัดขายทำกำไรในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว เพราะโอกาสเติบโตในอัตราเร่ง เหมือนรอบเศรษฐกิจชะลอตัวลดน้อยลงแล้ว

ด้าน "วิจิตร อารยะพิศิษฐ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า สาเหตุที่ช่วงหลังหลายบริษัท เริ่มเปลี่ยนธุรกิจหันมาทำธุรกิจการเงิน, สินเชื่อ และบริหารหนี้กันมากขึ้น เนื่องจากมีมาร์จิ้นสูงสะท้อนจากผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการในตลาดปัจจุบันที่กำไรเติบโตสูงต่อเนื่อง

ทั้งนี้มองว่า มีความเสี่ยง คือ การเก็บหนี้ของผู้เล่นรายใหม่อาจทำได้ยากกว่ารายเก่า เพราะขาดประสบการณ์ ส่งผลให้มาร์จิ้นอาจไม่สูงเท่าผู้เล่นรายเก่า และการซื้อหนี้มาบริหารในสถานการณ์โควิด-19 อาจจะทำให้ตัวเลขการผิดนัดชำระหนี้และตัวเลขตามเก็บหนี้แตกต่างจากข้อมูลสถิติในอดีต ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการประเมินหนี้เสีย การตั้งสำรอง และกำไรของบริษัทได้

ส่วน กลยุทธ์การลงทุน ให้ตัดสินใจเลือกหุ้นที่มีฐานทุนระดับสูง เพราะสะท้อนถึงความมั่นคงของศักยภาพในการแข่งขัน ควบคู่กับความสามารถในการจัดเก็บเงินสดในระดับสูง เนื่องจาก 2 ปัจจัยดังกล่าว จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของกำไรสุทธิ ในระยะถัดไป


*** ระวังเก็งกำไรหุ้นเอี่ยวคริปโทฯ ราคาเริ่มหมดรอบ


บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า หุ้นกลุ่มที่เข้าลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ราคาปรับตัวขึ้นมามากแล้วช่วงที่ผ่านมา  แนะนำเพียง “เก็งกำไรสั้นๆ” แบบระมัดระวัง เพราะหลายบริษัทราคาแพงเกินไปแล้ว ขณะที่ส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุด และธุรกิจที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล แม้จะเป็นเทรนด์แห่งอนาคต แต่หากให้ประเมินแง่ปัจจัยพื้นฐาน ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินได้อย่างชัดเจน ต้องดูผลงานของแต่ละบริษัทอีกระยะ ดังนั้นผู้ลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง

ทั้งนี้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลมีมีความเสี่ยงสำคัญคือ

1.บริษัทที่เข้าไปลงทุนในคริปโทฯ โดยตรง เช่น หุ้น BROOK ซึ่งผลประกอบการจะขึ้น / ลง หรือได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ฯจาก แนวโน้มราคาเหรียญ

2.บริษัทที่เข้าไปลงทุนขุดบิตคอยน์ : เช่น หุ้น JTS ต้นทุนคือ ค่าไฟ, อุปกรณ์ และการ์ดจอในขุด ฯลฯ ส่วนรายได้คือ เหรียญที่ได้จากการเข้าไปแข่งกันถอดรหัส โดยกำไรและขาดทุนจะขึ้นอยู่กับราคาเหรียญในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งมีความผันผวนสูง

3.บริษัทที่รับคริปโทฯ หรือโทเคน เพื่อใช้ซื้อสินค้าหรือบริการ : อาทิ SIRI, ANAN, ORI, ASW,  MAJOR กลุ่มนี้จะได้เพียงกระแส หรือ Sentiment เชิงบวกระยะสั้นเท่านั้น เพราะจำนวนธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงอาจจะไม่มากนัก

ด้าน ก.ล.ต.ได้ส่งหนังสือถึง บจ.ทุกแห่ง เมื่อว 17 ก.ย.64 โดยขอให้บริษัทจดทะเบียนที่มีการลงทุนหรือมีแผนที่จะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล พิจารณาลงทุนด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงจากความผันผวนของราคา

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ได้ย้ำให้บริษัทจดทะเบียนดำเนินการและพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาตรการและกลไกบริหารจัดการความเสี่ยง ความพร้อมของระบบงานและบุคลากร การศึกษาวิเคราะห์และคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะลงทุน และมาตรการในการติดตามการลงทุน เป็นต้น

รวมทั้งให้พิจารณาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เว็บไซต์ของบริษัทจดทะเบียน และในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่มีนัยสำคัญอย่างถูกต้องและเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน

นอกจากนี้ ก.ล.ต.แนะนำให้ทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานทางการเพื่อให้การลงทุนดังกล่าวได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานก.ล.ต. เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับความคุ้มครองภายใต้พระราชกำหนดฉบับดังกล่าว


*** ตะลึงหุ้นกลุ่มนี้ราคาบวกสูงสุด 52 - 3,372% แต่เริ่มดิ่งแล้ว
 

ทั้งนี้เมื่อสำรวจราคาหุ้น 9 บริษัทข้างต้นพบว่าราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งหมด สูงสุด 52 - 3,372% ดังนี้
 

ราคาหุ้น 9 บจ.รุกธุรกิจ “การเงิน-ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล”

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิด 1 ต.ค. (บ.)

%chg YTD

ราคาสูงสุดปี 64 (บ.)

%chg เทียบสิ้นปี 63

JTS

52

2,594

67

3,372

XPG

3.1

672

5

1,150

TH

2.6

431

4.3

778

NEWS

0.06

500

0.07

600

MVP

4

223

8.2

561

BROOK

0.67

78

1.04

174

SIRI

1.21

49

1.52

88

RS

17.5

1

30

73

U

1.74

23

2.16

52


อย่างไรก็ตามปัจจุบันราคาหุ้นทุกบริษัทปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากราคาสูงสุดเหลือบวกเพียง 1 - 2,594% จากต้นปี ซึ่งหากเทียบกับราคาสูงสุดของแต่ละบริษัทพบว่าปรับตัวลดลงระดับ 19-51%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด