ประเด็นร้อน

ปีทองหุ้นซิ่ง ส่อง 20 บจ.ราคาพุ่งสูงสุด 511 - 4,226%

ปีทองหุ้นซิ่ง ส่อง 20 บจ.ราคาพุ่งสูงสุด 511 - 4,226%

เปิดโผ TOP20 หุ้นซิ่งปี 64 ราคาวิ่งระเบิดสูงสุด 511 - 4,226% แถมวอลุ่มพุ่งกระจุย 7 - 60,513% จากปีก่อน พบส่วนใหญ่กำไรฟื้น แต่หลายบริษัทเทรดแพงยับ ตะลึงติด Trading Alert รวม 78 รอบ 5 บจ.ติดถึงระดับ 3 จน ตลท.ต้องเพิ่มเกณฑ์คุมเข้ม กูรูเตือนระวังเก็งกำไร ชี้ขึ้นแรงก็ลงแรง ล่าสุด 17 บจ.ราคาดิ่งจากจุดสูงสุด 10 - 61%


*** TOP20 หุ้นซิ่งวิ่งสะบัด ราคาทะยานสูงสุด 5 - 42 เด้ง


"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตั้งแต่ต้นปี - 26 พ.ย.64 (YTD) พบว่ามี 258 บริษัทที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ณ ราคาสูงสุดของปีนี้มากกว่า 100% โดยมี 20 บริษัทที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดมากกว่า 500% ขึ้นไป ประกอบด้วย
 

20 หุ้นราคาพุ่งสุงสุด 511 – 4,226%

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิด 30 ธ.ค.63 (บ.)

ราคาสูงสุดปี 64 (บ.)

%chg สูงสุด

ราคาปิด 26 พ.ย.64 (บ.)

%chg YTD

JTS

1.93

83.5

4,226

79.75

4,032

BYD*

0.63

13.9

2,106

13.8

2,090

PSG

0.04

0.7

1,650

0.63

1,475

XPG

0.40

5

1,150

2.96

640

SABUY

1.81

17.5

867

17

839

TH

0.49

4.3

778

3.06

524

7UP

0.43

3.58

733

1.41

228

SAAM

1.08

8.9

724

6.95

544

DIMET

0.11

0.88

700

0.64

482

TCC

0.23

1.84

700

1.33

478

IMH

2.18

16.2

643

12

450

AJA

0.12

0.87

625

0.61

408

NEWS

0.01

0.07

600

0.05

400

AQ

0.01

0.07

600

0.04

300

UKEM

0.7

4.86

594

2.54

263

MVP

1.24

8.2

561

3.8

206

KWM

1.07

6.9

545

4.2

293

TNPC

0.75

4.74

532

2.5

233

TGPRO

0.08

0.49

513

0.36

350

NCL

0.73

4.46

511

3.74

412

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 26 พ.ย.64

* BYD ปรับราคาตามการเพิ่มพาร์จาก 1 บาท เป็น 5 บาท


20 บจ.ดังกล่าวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 11 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 9 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจบริการ (mai) ติดโผสูงสุด 4 บริษัท ส่วนหุ้นใน SET กระจายในหลายธุรกิจ มากสุดคือ เงินทุน/หลักทรัพย์ และพลังงาน ติดโผ 2 บริษัทเท่ากัน

ทั้งนี้ราคาหุ้นของ 20 บริษัทข้างต้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาปิด 30 ธ.ค.63 ไปแตะจุดสูงสุดของปีนี้ระดับ 511 - 4,226% ส่วนเมื่อเทียบกับราคาล่าสุดปรับตัวเพิ่มขึ้น 206 - 4,032%YTD  
    
บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 4,226% โดย ณ 30 ธ.ค.63 ปิดที่ 1.93 บาท และราคาปรับขึ้นไปสูงสุดของปีนี้ (9 พ.ย.64) ที่ 83.5 บาท ล่าสุด (26 พ.ย.64) ปิดที่ 79.75 บาท ซึ่งปีนี้ JTS มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ รุกสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ด้วยการลงทุนเหมืองขุดบิตคอยน์
    
รองลงมาคือ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD ราคาปิด 30 ธ.ค.63 อยู่ที่ 0.63 บาท (ปรับราคาตามพาร์ใหม่ จาก 1 บาทเป็น 5 บาท) ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของปี (26 พ.ย.64) ที่ 13.9 บาท หรือเพิ่มขึ้น 2,106% ล่าสุดอยู่ที่ 13.8 บาท ซึ่งปีนี้ BYD มีการปรับทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นและโครงสร้างธุรกิจ โดยนอกจากจะขยายธุรกิจหลักทรัพย์ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการลงทุนใหม่ ๆ มากขึ้น ยังเข้าลงทุนธุรกิจ E-Bus และศึกษาธุรกิจใหม่อื่น ๆ เพิ่มเติม
    
อีก 2 บจ.ที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดมากกว่า 1,000% คือ บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) และ บมจ.พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น (PSG) ที่ปรับทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นและโครงสร้างธุรกิจเช่นกัน


*** วอลุ่มเทรดพุ่งกระจุยสูงสุด 600 เท่า


ทั้งนี้ 20 บจ.กลุ่มนี้มีมูลค่าการซื้อขายปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.47 - 366.18 ล้านบาท/วัน หรือ 7 - 60,513% จากปี 63 ทั้งปี ดังนี้
 

มูลค่าการซื้อขาย 20 หุ้นราคาพุ่งสูงสุด 511 – 4,226%

ชื่อย่อหุ้น

มูลค่าซื้อขายปี 64 (ลบ./วัน)

มูลค่าซื้อขายปี 63 (ลบ./วัน)

เพิ่มขึ้น (ลบ./วัน)

%chg

7UP

374.45

8.27

366.18

4,428

UKEM

220.99

3.67

217.32

5,922

XPG

205.03

1.17

203.86

17,424

BYD

64.6

2.67

61.93

2,319

KWM

56.26

0.89

55.37

6,221

NCL

50.99

0.29

50.70

17,483

TH

48.49

0.08

48.41

60,513

PSG

46.86

0.15

46.71

31,140

AJA

45.25

1.67

43.58

2,610

JTS

41.79

2.42

39.37

1,627

TCC

37.75

0.29

37.46

12,917

IMH

36.1

2.27

33.83

1,490

DIMET

34.33

2.14

32.19

1,504

TGPRO

20.24

0.25

19.99

7,996

SAAM

19.38

0.45

18.93

4,207

MVP

18.89

0.55

18.34

3,335

TNPC

17.48

0.06

17.42

29,033

NEWS

16.82

0.07

16.75

23,929

AQ

15.56

0.32

15.24

4,763

SABUY

121.71

113.24

8.47

7

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 26 พ.ย.64


บมจ.เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (7UP) มูลค่าการซื้่อขายเพิ่มขึ้นสูงสุดจากปี 63 ที่เฉลี่ย 8.27 ล้านบาท/วัน แต่ปีนี้อยู่ที่เฉลี่ยที่ 374.45 ล้านบาท/วัน เพิ่มขึ้น 366.18 ล้านบาท/วัน หรือ 4,428% จากปี 63 ทั้งปี โดย 7UP ราคาพุ่งไปสูงสุด 733% จากสิ้นปีก่อนปิดที่ 0.43 บาท ขึ้นไปสูงสุดปีนี้ที่ 3.58 บาท

ขณะที่มีอีก 2 บริษัทที่มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยล้านบาทต่อวันคือ บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล (UKEM) และ บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) จาก 3.67 ล้านบาท/วัน และ 1.17 ล้านบาท/วัน เป็น 220.99 ล้านบาท/วัน และ 205.03 ล้านบาท/วัน ตามลำดับ
    
ส่วน บมจ.ตงฮั้ว โฮลดิ้ง (TH) มีอัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการซื้อขายสูงสุดถึง 60,513% จากปีก่อนที่เทรดเพียง 0.08 ล้านบาท/วัน แต่ปีนี้ซื้อขายระดับ 48.49 ล้านบาท/วัน


*** ส่วนใหญ่กำไรฟื้น-แต่เทรดแพงยับ


ขณะที่เมื่อสำรวจผลประกอบการของ 20 บจ.ข้างต้นพบว่าส่วนใหญ่กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 64 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมี 8 บริษัทกำไรเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 7 บริษัทพลิกมีกำไรจากช่วงเดียวปีก่อนที่ขาดทุน ดังนี้
 

งบการเงิน 20 หุ้นราคาพุ่งสูงสุด 511 – 4,226%

ชื่อย่อหุ้น

กำไร 9M/64 (ลบ.)

กำไร 9M/63 (ลบ.)

%chg

P/E (เท่า)

P/BV (เท่า)

IMH

283

-24

1,291

8.84

3.62

XPG

51

8

523

992.26

2.6

NCL

80

-20

508

23.12

4.95

JTS

150

28

435

338.45

92.82

TCC

34

-14

340

64.2

2.13

MVP

40

-18

326

62.63

4.23

NEWS

119

-59

303

27.01

4.99

TNPC

76

-66

216

5.54

1.61

TH

52

18

191

49.17

2.39

TGPRO

57

-70

182

24.67

0.81

KWM

70

34

104

22.31

4.37

SABUY

137

70

95

119.14

7.81

7UP

157

98

60

41.06

2.79

UKEM

99

63

57

22.2

2.91

AJA

-63

-104

39

N/A

4.09

BYD

-167

-244

31

N/A

13.81

SAAM

23

21

11

78.51

6.82

AQ

-412

-261

-58

N/A

1.28

DIMET

-40

-19

-115

N/A

7.45

PSG

-53

-17

-210

N/A

318.34

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 26 พ.ย.64


อย่างไรก็ตามยังมี 5 บริษัทที่ผลประกอบการยังขาดทุน โดยมี 2 บริษัทขาดทุนลดลง และ 3 บริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้น โดย บมจ.พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น (PSG) มีอัตราการขาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 210% เป็น 53 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 17 ล้านบาท
    
ด้าน บมจ.เอคิว เอสเตท (AQ) มีมูลค่าการขาดทุนสูงสุด 412 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 261 ล้านบาท
    
ฟาก บมจ.โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ (IMH) มีกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุด 283 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 24 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1,291%
    
ทั้งนี้เมื่อสำรวจอัตราส่วนทางการเงินพบว่า มี 5 บริษัทที่ไม่สามารถคำนวณอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ได้ เนื่องจากยังมีผลขาดทุน ขณะที่พบว่ามี 3 บริษัทราคาล่าสุดซื้อขายที่ระดับ พี/อี สูงถึง 119.14 - 992.26 เท่า โดย บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) พี/อี สูงสุด รองลงมาคือ บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) และ บมจ.สบาย เทคโนโลยี (SABUY) 
    
ขณะที่มีส่วนใหญ่ซื้อขายที่ระดับอัตราส่วนราคาปิดต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) มากกว่าตลาด โดย SET อยู่ที่ 1.73 เท่า และ mai อยู่ที่ 3.26 เท่า แต่ 20 บจ.ข้างต้นซื้อขายที่ระดับ P/BV เฉลี่ย 25.64 เท่า ซึ่งมี 11 บริษัทเทรดระดับ P/BV มากกว่า 4.09 - 318.34 เท่า 
    
บมจ.พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น (PSG) เทรดระดับ P/BV สูงสุด 318.34 เท่า รองลงมาคือ บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) เทรดระดับ P/BV ที่ 92.82 เท่า และ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เทรดระดับ P/BV ที่ 13.81 เท่า


*** ติดแคชบาลานซ์รวม 78 รอบ !!!


หุ้นกลุ่มนี้ร้อนแรงจนกลายเป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย (Trading Alert) ของตลาดหลักทรัพย์ โดยมี 5 บจ.ติดถึงระดับที่ 3 ดังนี้
 

สถิติการติด Trading Alert ของ 20 หุ้นราคาพุ่งสูงสุด 511 – 4,226%

ชื่อย่อหุ้น

ระดับที่ 1*

ระดับที่ 2**

ระดับที่ 3***

วันที่สิ้นสุด

XPG

1

1

9

22 ก.ย.

SABUY

1

2

4

10 ส.ค.

JTS

4

3

-

20 ก.ย.

NCL

2

4

-

21 ต.ค.

AJA

3

1

2

3 ธ.ค.

TH

5

-

-

26 พ.ย.

7UP

2

3

-

8 ต.ค.

DIMET

2

3

-

15 ก.ย.

PSG

1

1

3

9 พ.ย.

BYD

1

3

-

6 ส.ค.

MVP

1

1

2

20 ส.ค.

SAAM

2

1

-

30 ก.ค.

IMH

3

-

-

17 ก.ย.

KWM

3

-

-

06 ส.ค.

AQ

1

1

-

12 ต.ค.

TCC

1

-

-

11 ต.ค.

UKEM

1

-

-

24 ส.ค.

NEWS

-

-

-

-

TNPC

-

-

-

-

TGPRO

-

-

-

-

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 26 พ.ย.64

* ระดับ 1 : Cash Balance

** ระดับ 2 : ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance

*** ระดับ 3: ห้าม Net settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance


บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) ติด Trading Alert สูงสุดถึง 11 รอบ โดยติดระดับ 1 : Cash Balance จำนวน 1 รอบ ต่อด้วยระดับ 2 : ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance อีก 1 รอบ และ ระดับ 3: ห้าม Net settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance ยาวนานถึง 9 รอบ โดยรอบล่าสุดสิ้นสุดไปเมื่อ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี (AJA) เป็นบริษัทเดียวที่ยังติด Trading Alert ระดับที่ 3 ส่วนที่เหลือสิ้นสุดไปหมดแล้ว


*** ตลาดเตรียมปรับเข้มเกณฑ์ Trading Alert


จากความร้อนแรงด้านการเก็งกำไรของหุ้นหลายบริษัทในปีนี้ จนมี บจ.ติด Trading Alert สูงสุดตั้งแต่เริ่มใช้เกณฑ์นี้มา ตลาดหลักทรัพย์จึงได้มีการปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายให้เข้มข้นขึ้น โดยยกระดับดังนี้
 

ตลท.เตรียมปรับเกณฑ์กำกับการซื้อขาย

 

ปัจจุบัน

เสนอปรับปรุง

ระดับ 1

- Cash Balance

- ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย

- Cash Balance

ระดับ 2

- ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย

- Cash Balance

- ห้าม Net settlement

- ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย

- Cash Balance

ระดับ 3

- ห้าม Net settlement

- ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย

- Cash Balance

- ห้ามซื้อขายชั่วคราว 1 วันทำการ

- ห้าม Net settlement

- ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย

- Cash Balance

หมายเหตุ : ปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้วมื่อ 12 พ.ย.64 รอประกาศอย่างเป็นทางการ


ทั้งนี้ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นปิดไปแล้วเมื่อ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะประกาศข้อสรุปและวันบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในปีนี้


*** กูรูเตือนระวังเก็งกำไร ชี้ขึ้นแรงก็ลงแรงเช่นกัน


"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มองว่า หุ้นกลุ่มนี้มีความเสี่ยงจากการเก็งกำไรสูง นักลงทุนต้องพิจารณาราคาเหมาะสมและพื้นฐานที่แท้จริงของหุ้นแต่ละบริษัทก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะเมื่อราคาวิ่งแรงจนหมดรอบ ก็สามารถปรับตัวลงแรงเช่นเดียวกัน ที่สำคัญหุ้นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่มีบทวิเคราะห์พื้นฐานรองรับ 
    
"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.ไอร่า เสริมว่า นักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มมือใหม่ ควรเลี่ยงเข้าเก็งกำไรหุ้นที่ราคาร้อนแรงผันผวน โดยไม่ศึกษาข้อมูลด้านพื้นฐานอย่างรอบคอบ เพราะหุ้นหลายบริษัทกลุ่มนี้ไม่มีข้อมูลมากพอทั้งจากบริษัทและนักวิเคราะห์ ทำให้หาเหตุผลรองรับการปรับขึ้นของราคาได้ยาก 
    
นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไร ควรเป็นนักลงทุนที่มีความรู้ด้านเทคนิคคอล และมีประสบการณ์ในตลาดมาพอสมควรจนเคยเห็น Cycle การปรับตัวขึ้นลงของหุ้นในประเภทดังกล่าว และต้องมีจุด Stop loss


*** พบ 17 หุ้นราคาเริ่มดิ่งจากจุดสุงสุด 10 - 61%


ทั้งนี้เมื่อสำรวจราคาหุ้นล่าสุดของ 20 บจ.ข้างต้นพบว่าปรับตัวลดลงจากจุดสุงสุดทั้งหมด และมีถึง 17 บริษัทที่ปรับตัวลดลงมากกว่า 10  โดย 8 บริษัทราคาปรับตัวลดลงสูงระดับ 30-61% ดังนี้
 

ราคาหุ้นล่าสุดของ 19 หุ้นราคาพุ่งสูงสุด 511 – 4,226%

ชื่อย่อหุ้น

ราคาสูงสุด (บ.)

ราคาล่าสุด (บ.)

%chg

7UP

3.58

1.41

-61

MVP

8.2

3.8

-54

UKEM

4.86

2.54

-48

TNPC

4.74

2.5

-47

AQ

0.07

0.04

-43

XPG

5

2.96

41

KWM

6.9

4.2

-39

AJA

0.87

0.61

-30

TH

4.3

3.06

-29

NEWS

0.07

0.05

-29

TCC

1.84

1.33

-28

DIMET

0.88

0.64

-27

TGPRO

0.49

0.36

-27

IMH

16.2

12

-26

SAAM

8.9

6.95

-22

NCL

4.46

3.74

-16

PSG

0.7

0.63

-10

JTS

83.5

79.75

-4

SABUY

17.5

17

-3

BYD

13.9

13.8

-1

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ 26 พ.ย.64


บมจ.เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (7UP) ราคาลดลงจากจุดสูงสุดถึง 61% โดยราคาล่าสุดปิดที่ 1.41 บาท ทั้งที่เคยขึ้นไปสูงสุดระดับ 3.58 บาท
    
เช่นเดียวกับ บมจ.เอ็ม วิชั่น (MVP) ที่จากราคาหุ้นสิ้นปี 63 เพียง 1.24 บาท ขึ้นไปสูงสุด 8.2 บาท แต่ล่าสุดลงมาเหลือเพียง 3.8 บาท หรือลดลง 54% จากราคาสูงสุด

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด