ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประจำไตรมาส 1/60 จำนวน 572 บริษัท พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 284,662 ล้านบาท เติบโต 21.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคิดเป็นรายไตรมาส เนื่องจากผลประกอบการของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน, สาธารณูปโภค, ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ ผลประกอบการดีขึ้นทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ เนื่องจากได้อานิสงส์ของราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ถึง 70%
ขณะที่แม้ไม่รวมกลุ่มข้างต้น กำไรสุทธิของบจ.โดยรวมก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นดัน โดยเฉพาะที่เกี่ยวของกับการอุปโภคบริโภค เช่น กลุ่มพาณิชย์, ธุรกิจการเกษตร, แฟชั่น, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, สินเชื่อ, ธนาคาร และเหมืองแร่
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ บจ. ขนาดกลาง-เล็ก มีอัตราการเติบโตลดลง ซึ่ง สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. เผยสาเหตุว่า ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจที่สูงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับบางธุรกิจได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลทางธุรกิจ
*** 90 แห่งกำไรลดเกิน 30%
จากประเด็นข้างต้น "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า แม้ไตรมาส 1/60 สถิติกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปรากฏว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี 188 บริษัทที่กำไรสุทธิลดลง ขณะที่มีถึง 90 บริษัทที่กำไรลดลงมากกว่า 30% โดยกลุ่มที่กำไรลดลงมากที่สุดคืออสังหาริมทรัพย์จำนวน 16 บริษัท ส่วนบริษัทที่กำไรลดลงมากที่สุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย
1.บมจ.กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) (GYT) จากกำไรสุทธิ 58.47 ล้านบาท เมื่อไตรมาส 1/59 เหลือเพียง 0.33 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ลดลงถึง 99.40% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 152 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับเพียง 24 ล้านบาท เพราะมีการตั้งสำรองหนี้สูญและมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคลังสินค้า รวมไปถึงได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหลังเงินบาทแข็งค่าขึ้น
2.บมจ.ทีทีแอล อุตสาหกรรม (TTL) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 2.82 ล้านบาท ลดลง 99.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ลดลงสวนทางกับต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น
3.บมจ.อมตะ วีเอ็น (AMATAV) กำไรสุทธิไตรมาส 1/60 อยู่ที่ 2.01 ล้านบาท ลดลง 95.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีรายได้จากการโอนที่ดินนิคมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น รวมถึงมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
4.บมจ.แพนเอเซียฟุตแวร์ (PAF) เหลือกำไรสุทธิไตรมาสนี้เพียง 1.82 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 32.78 ล้านบาท หรือลดลง 94.44% เนื่องจากได้รับผลกระทบด้านต้นทุนหลังราคายางปรับตัวสูงขึ้น
5.บมจ.เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ (APX) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 2.02 ล้านบาท ลดลง 93.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการโอนโครงการอสังหาฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 50.92% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 29.02%
บริษัท | ตลาด | กำไรลดลง (%) |
GYT | SET | -99.44 |
TTL | SET | -99.43 |
AMATAV | SET | -95.65 |
PAF | SET | -94.44 |
APX | SET | -93.03 |
TWZ | SET | -92.24 |
TNPC | SET | -91.8 |
PMTA | SET | -91.5 |
UEC | mai | -91.28 |
TPA | SET | -89.24 |
PF | SET | -87.83 |
SC | SET | -83.99 |
BTS | SET | -81.83 |
DTAC | SET | -81.76 |
BLAND | SET | -80.74 |
CCN | mai | -80.67 |
ILINK | SET | -79.56 |
AI | SET | -75.5 |
ICHI | SET | -74.99 |
RP | mai | -74.24 |
RICHY | SET | -73.51 |
CWT | SET | -73.05 |
MIDA | SET | -72.99 |
GLAND | SET | -72.02 |
THE | SET | -71.91 |
MK | SET | -71.81 |
SAMART | SET | -69.24 |
TTCL | SET | -67.81 |
MILL | SET | -67.26 |
S | SET | -66.55 |
KCM | mai | -66.23 |
CHOTI | SET | -65.01 |
BA | SET | -64.69 |
MODERN | SET | -63.96 |
THCOM | SET | -63.06 |
CIMBT | SET | -62.97 |
TICON | SET | -62.91 |
TPCORP | SET | -62.21 |
COLOR | mai | -61.67 |
PAP | SET | -59.63 |
SCCC | SET | -59.62 |
XO | mai | -58.49 |
RML | SET | -57.51 |
BEC | SET | -56.61 |
RS | SET | -56.04 |
LPN | SET | -55.24 |
PJW | mai | -54.33 |
A | SET | -53.62 |
SENA | SET | -53.47 |
FORTH | SET | -52.89 |
SPALI | SET | -50.85 |
BWG | SET | -50.23 |
SGF | mai | -48.42 |
AHC | SET | -48.06 |
THAI | SET | -47.37 |
AYUD | SET | -47.15 |
DSGT | SET | -46.27 |
MINT | SET | -46.17 |
TVO | SET | -43.83 |
TPBI | SET | -43.65 |
AAV | SET | -43.48 |
TMI | mai | -43.4 |
AF | mai | -42.48 |
ATP30 | mai | -42.06 |
SCN | SET | -42.01 |
BSBM | SET | -41.92 |
LRH | SET | -41.79 |
CBG | SET | -41.11 |
VIH | SET | -41.11 |
SNC | SET | -40.88 |
JCT | SET | -40.09 |
UT | SET | -40.06 |
TSR | SET | -39.45 |
PTG | SET | -38.76 |
UMI | SET | -38.47 |
SCP | SET | -37.82 |
TOG | SET | -37.78 |
ITD | SET | -37.3 |
M-CHAI | SET | -36.37 |
SLP | SET | -33.81 |
SPI | SET | -33.66 |
KKC | SET | -33.65 |
WORLD | SET | -32.95 |
TGCI | SET | -32.8 |
ARROW | mai | -32.75 |
WHA | SET | -32.64 |
TFG | SET | -32.25 |
PPP | SET | -31.36 |
GLOW | SET | -31.34 |
METCO | SET | -30.09 |
ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
** 56 บจ.พลิกขาดทุน
ขณะเดียวกันในไตรมาสนี้มีบจ.พลิกขาดทุนถึง 56 บริษัท ซึ่งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1.บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จากกำไรระดับ 1,968.02 ล้านบาท เมื่อไตมาส 1/59 พลิกเป็นขาดทุน 1,151.59 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่ามีต้นทุนการขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้น รวมมีการตัดจำหน่ายค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่
2.บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) พลิกเป็นขาดทุน 575.6 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 67.5 ล้านบาท โดยผลขาดทุนส่วนใหญ่มาจากการขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
3.บมจ.บริษัท ริช เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (RICH) พลิกขาดทุน 278.22 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11.87 ล้านบาท โดยภาระขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 241.80 ล้านบาท รวมถึงมีรายได้จากการขายลดลง
4.บมจ.เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) ขาดทุน 230.78 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 576.81 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนถึง 147.45 ล้านบาท รวมไปถึงการขาดทุนจากการรับจากผลิตถึง 81.17 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการผลิตคงที่ส่วนหนึ่งไม่แปรผันตามปริมาณงานที่ลดลง รวมถึงมีการรับรู้รายได้งานโครงการหลักลดลงอย่างมีนัย หลังส่งมอบงานให้ลูกค้าหมดสิ้นแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3/59 ทำให้งานที่รอรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้มีไม่มากนัก
5.บมจ.โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม (RCI) รายงานผลขาดทุนไตรมาสนี้ 177.51 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.69 ล้านบาท เพราะรายได้จากการขายลดลงถึง 43.3% เนื่องจากประสบภาวะการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรง ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้นด้วย
บริษัท | ตลาด | กำไร Q1/60 | กำไร Q1/59 |
TRUE | SET | -1,151.59 | 1,968.02 |
PACE | SET | -575.64 | 67.55 |
RICH | SET | -278.22 | 11.87 |
STPI | SET | -230.78 | 576.81 |
RCI | SET | -177.51 | 3.69 |
BJCHI | SET | -155.34 | 338.72 |
MJD | SET | -104.53 | 69.37 |
AIE | mai | -98.65 | 23.42 |
EARTH | SET | -68.93 | 111.89 |
CPI | SET | -63.44 | 6.98 |
MCS | SET | -63.15 | 188.7 |
TC | SET | -61.62 | 34.24 |
VTE | mai | -47.81 | 4.28 |
MPIC | SET | -45.45 | 2.27 |
CKP | SET | -43.62 | 47.45 |
SAM | SET | -41.77 | 77.82 |
TRC | SET | -40.44 | 66.09 |
CHOW | mai | -36.74 | 48.83 |
TRT | mai | -31.56 | 15.43 |
PRINC | SET | -25.87 | 5.58 |
AKR | SET | -24.51 | 1.02 |
BLISS | SET | -23.41 | 3.3 |
CI | SET | -23.21 | 64.6 |
K | mai | -20.45 | 14.05 |
SINGER | SET | -19.96 | 53.02 |
UPOIC | SET | -17.93 | 46.63 |
BRC | SET | -17.53 | 18.98 |
KOOL | mai | -17.45 | 16.6 |
DCORP | mai | -16.96 | 2.08 |
TCC | SET | -15.89 | 4.8 |
STHAI | SET | -15.86 | 0.69 |
SR | mai | -13.36 | 4.23 |
BAT-3K | SET | -12.98 | 16.81 |
PHOL | mai | -10.99 | 9.96 |
TVD | mai | -10.38 | 35.38 |
RPC | SET | -8.72 | 44.79 |
ADAM | mai | -7.04 | 153.23 |
PICO | mai | -6.89 | 12.5 |
NWR | SET | -6.54 | 14.35 |
GRAND | SET | -6.29 | 60.06 |
VI | SET | -4.96 | 6.05 |
OCEAN | mai | -4.68 | 2.17 |
MATCH | SET | -4.07 | 6.19 |
J | SET | -4.02 | 11.08 |
NEW | SET | -3.83 | 2.46 |
GEL | SET | -3.74 | 58.71 |
CCP | SET | -3.59 | 13.64 |
SAMCO | SET | -2.78 | 105.22 |
PE | SET | -2.53 | 11.38 |
TVT | mai | -2.38 | 24.94 |
TPP | SET | -1.94 | 1.24 |
GENCO | SET | -1.85 | 6.79 |
FOCUS | mai | -1.28 | 9.61 |
ACC | SET | -1.13 | 1.85 |
GBX | SET | -0.29 | 11.36 |
CHARAN | SET | -0.15 | 6.63 |
ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
** วงการยังไม่ปรับลดกำไรบจ.เหตุบจ.กลาง-เล็กไม่มีผลต่อตลาดรวม
สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. มองว่า การที่มีบริษัทที่พลิกขาดทุนถึง 56 บริษัท และมีบริษัทที่กำไรลดลงจำนวนมาก เกิดขึ้นในบจ.ขนาดกลางและขาดเล็ก เป็นไปตามการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงบางธุรกิจเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งถือว่าเป็นภาวะปกติของการดำเนินธุรกิจ โดย จากการรายงานงบการเงินไตรมาส 1 ที่ผ่านไป ยังมีบริษัทที่มีกำไรถึง 431 บริษัท คิดเป็นกว่า 75% ของบริษัทที่ส่งงบการเงินทั้งหมด ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับปกติ
ด้าน เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อํานวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ยังไม่มีการปรับลดประมาณการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียน เพราะภาพรวมกำไรสุทธิของตลาดยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มหลักอย่าง พลังงาน และ ธนาคารพาณิชย์
"กำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 2.85 แสนล้านบาท คิดเป็น 28% ของประมาณการณ์ทั้งปี ดังนั้นจะไม่มีการปรับลดแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีการปรับลด เพราะมีบางบริษัทบางอุตสาหกรรมพลิกขาดทุนหรือกำไรลดลง แต่บริษัทส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาวะดังกล่าวเป็นช่วงโลว์ซีซั่น เช่น อสังหาฯ ซึ่งมักไม่ค่อยมีการโอนโครงการในไตรมาสนี้อยู่แล้ว คาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะดีขึ้น
เรายังคงเป้าหมายกำไรบจ.ปีนี้ที่ 9.91 แสนล้านบาท EPS ของบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 101.36 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นการเติบโต 7.11% และช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยจะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐ"
ขณะที่ มงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เผยว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่กำไรลดลงหรือขาดทุนเป็นบจ.ขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่มีผลต่อภาพรวมของตลาด คาดว่าคงจะไม่มีการปรับลดประมาณการณ์กำไรแต่อย่างใด
ซึ่งปัจจัยโดยรวมยังเอื้อตลาดอยู่ โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในไตรมาสถัดไปให้จับตาหุ้นกลุ่มส่งออก เพราะเงินบาทปรับตัวแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญ อาจจะส่งผลกระทบได้
ทั้งนี้ยังคงเป้าหมาย EPS Growth ของบจ.ปีนี้ที่ 101 บาท/หุ้น จากปีก่อนที่ 95 บาท/หุ้น